วัดไทเซคิจิ
คำบรรยายโอโกะ – สิงหาคม 2018
“นอกจากดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาลที่ซึ่งพระพุทธะอาศัย ทุกอาณาจักรคือสถานที่แห่งความทุกข์  ถ้าพวกเราออกจากอาณาจักร[ของพระพุทธะ]แห่งการรู้แจ้งดั้งเดิม พวกเราสามารถพบความสุขอะไร?  อาตมาเชื่อว่าการนับถือเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ซึ่งรับประกัน “ความสงบสุขและความปลอดภัยในชาตินี้และสิ่งแวดล้อมดีในชาติหน้า” คือเกียรติยศเดียวพึงแสวงหาในชาตินี้และคือข้อแนะนำเพื่อดำรงไว้ซึ่งการรู้แจ้งในอนาคต จงสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวอย่างแน่วแน่และสนับสนุนให้ผู้อื่นทำตาม สิ่งนี้จะยังคงเป็นความทรงจำเดียวของท่านในชาติปัจจุบันนี้ที่เป็นมนุษย์ นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” (ชินเพ็น หน้า 300)
ภูมิหลังและประเด็นหลัก
พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ (จิเมียว ฮกเขะ มนโด-โช) ในปีที่ 3 แห่งสมัยโคโช (ค.ศ. 1263) ที่เมืองคามากุระ หลังจากได้รับอภัยโทษจากการถูกเนรเทศไปแหลมอิสึไม่นาน เมื่อท่านอายุ 42 ปี ไม่ระบุชื่อผู้รับบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ตามที่บ่งชี้ในชื่อ บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้อยู่ในรูปแบบ 5 คำถามและ 5 คำตอบเพื่อเปิดเผยความหมายของการนับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตรและกุศลผลบุญจากการนับถือ
ประการแรก พระนิชิเร็นไดโชนินเปิดเผยเหตุผลว่าทำไมสัทธรรมปุณฑริกสูตรจึงสูงส่งกว่าพระสูตรอื่นทั้งหมด และถัดไป ท่านชี้ให้เห็นความจริงที่ไม่เคยถูกอธิบายในคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร นอกจากนี้ ท่านอธิบายความสำคัญของการนับถือและการปฏิบัติเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเสมอเพื่อการเปลี่ยนชีวิตของพวกเรา, ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ข้อความซึ่งพวกเราให้ความสนใจในวันนี้คือตอนจบของบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้  พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่า ในชาติปัจจุบันของพวกเรา วิถีชีวิตสูงส่งที่สุดคือวิถีชีวิตซึ่งพวกเราสวดไดโมขุที่จริงใจและทำชะคุบุขุอย่างขยันเพื่อหักล้างความเชื่อนอกรีตและเปิดเผยความจริง
ประเด็นสำคัญในคำบรรยาย
ก่อนข้อความนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินอ้างข้อความจากบท “นิทานเปรียบเทียบ”(ฮิยุ; บทที่ 3)ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรดังต่อไปนี้:
“ใน 3 ภพไม่มีสันติและความสงบสุข มันเหมือนบ้านกำลังลุกไหม้-น่ากลัวที่สุด”
(โฮเคเคียว หน้า 168 สรุปความ)
พวกเราที่อาศัยอยู่บนสหาโลกนี้ ถูกทรมานด้วยความทุกข์โศกเศร้า ความยากลำบาก และความเจ็บปวดเสมอ  หลังจากนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวต่อ:
“นอกจากดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาลที่ซึ่งพระพุทธะอาศัย ทุกอาณาจักรคือสถานที่แห่งความทุกข์” (ชินเพ็น หน้า 300) 
เนื่องมาจากเหตุนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินเปิดเผยในบทธรรมนิพนธ์ “นรกและพุทธภาวะ” ว่า:
“ผู้ที่นับถือและปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรจะพบว่านรกในตัวมันเองคือดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาล” (ชินเพ็น หน้า 336, สรุปความ)
ท่านสอนว่า ถ้าพวกเรานับถือและปฏิบัติเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว พวกเราจะได้รับกุศลผลบุญที่จะทำให้พวกเราสามารถเปลี่ยนโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์เป็นดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาล
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:
“ถ้าพวกเราออกจากอาณาจักร[ของพระพุทธะ]แห่งการรู้แจ้งดั้งเดิม พวกเราสามารถพบความ สุขอะไร?”  ดังนั้น ความสุข ความปิติ และความพึงพอใจแท้ไม่ได้อยู่ห่างจากภูมิชีวิตสูงส่งบนพื้นฐานเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว
[ความหมายของข้อความจากบทธรรมนิพนธ์] 
การปฏิบัติของพวกเราเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่นจะเป็นความทรงจำเดียวเท่านั้นในชาติปัจจุบันนี้ที่เป็นมนุษย์
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในข้อความนี้:
“จงสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวอย่างแน่วแน่และสนับสนุนให้ผู้อื่นทำตาม” (ชินเพ็น หน้า 300) 
วลี “สวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว”ชี้ให้เห็นการปฏิบัติเพื่อตัวเอง, และ “สนับสนุนให้ผู้อื่นทำตาม” หมายถึงการปฏิบัติเพื่อผู้อื่น  พวกเราต้องสวดไดโมขุอย่างจริงใจต่อโกฮนซนเพื่อพวกเราเอง ซึ่งรับประกันว่าไม่มีคำอธิษฐานใดจะไม่ได้รับคำตอบ และพวกเราต้องก้าวหน้าด้วยการทุ่มเทในการปฏิบัติของพวกเราเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น เพื่อที่พวกเราสามารถทำให้ผู้อื่นสวดไดโมขุและรับกุศลผลบุญมากมาย
ชะคุบุขุคือการปฏิบัติความเมตตาเพื่อช่วยผู้คนที่บิดตัวด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์  นี่คือการปฏิบัติสำคัญที่สุดซึ่งทำให้พวกเราสามารถตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเราทั้งหมด  ดังนั้น ชะคุบุขุคือการปฏิบัติศาสนาพุทธขั้นสูงสุดที่จะทำให้ทั้งพวกเราเองและผู้อื่นบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบัน  นี่แหละคือสาเหตุที่พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเราว่าการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองอย่างขยันและการทำชะคุบุขุอย่างเต็มที่จะ “ยังคงเป็นความทรงจำเดียวของพวกเราในชาติปัจจุบันนี้ที่เป็นมนุษย์”
การรู้ว่าพวกเราเป็นผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกเมื่อพวกเราทำชะคุบุขุ
บนพื้นฐานกรรมสัมพันธ์ลึกซึ้ง พวกเราเกิดเป็นมนุษย์บนโลกนี้และพวกเราสามารถพบศาสนาพุทธแท้ ซึ่งยากอย่างยิ่งที่จะได้พบ ดังนั้น แทนที่จะไล่ตามชื่อเสียงทางโลกและทรัพย์สมบัติ ซึ่งสามารถหายไปชั่วกะพริบตา พวกเราควรจะเอาชีวิตของพวกเราเป็นเดิมพันและทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถในการทำชะคุบุขุ เพื่อที่พวกเราสามารถบรรลุการรู้แจ้ง-ความสุขสมบูรณ์ที่ต่อเนื่อง 3 ชาติ
ครั้งหนึ่ง พระสังฆราชองค์ที่ 67 พระนิคเค่น โชนินมอบคำแนะนำดังต่อไปนี้:
“เมื่อผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรม ที่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆเลยกับศาสนาพุทธแท้ นับถือธรรมมหัศจรรย์(เมียวโฮ) สวดไดโมขุ และทำชะคุบุขุ พวกเขาจะเกิดใหม่โดยมีชีวิตของพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก ดังนั้น คุณธรรมและกุศลผลบุญของพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกแท้ที่เคยปฏิบัติธรรมมหัศจรรย์(เมียวโฮ)มาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นสุดที่จะนึกได้จะอยู่ในชีวิตของพวกเขาทันที และพวกเขาจะแสดงคุณธรรมมหัศจรรย์จากอดีตอันไกลโพ้นสุดที่จะนึกได้ เหล่านี้คือกุศลผลบุญน่าพิศวงของธรรมมหัศจรรย์(เมียวโฮ)” (การสวดไดโมขุคือบ่อเกิดของทุกสิ่ง หน้า 41)
เมื่อพวกเราก้าวหน้าด้วยการทุ่มเทในกิจกรรมชะคุบุขุของพวกเราเพื่อบรรลุเป้าหมายสำหรับปีค.ศ. 2021 ซึ่งพระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกำหนดไว้ ชีวิตของพวกเราจะถูกเปลี่ยนเป็นชีวิตของพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก และพวกเราจะสามารถได้รับกุศลผลบุญที่มีค่ามาก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในฐานะผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก พวกเรามีภารกิจสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแผ่คำสอนเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว  ดังนั้น พวกเราทุกคน ที่มีความสัมพันธ์กับผู้ที่พระนิชิเร็น ไดโชนินอ้างว่าเป็น “ลูกศิษย์และผู้ติด ตามพระนิชิเร็น ไดโชนิน” ต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง  ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามสุดความ สามารถด้วยหัวใจทั้งหมดในการเผยแผ่ศาสนาพุทธแท้
บทสรุป
ในวาระการประชุมทั่วไปสมาพันธ์ฮกเคโคปีนี้ พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำแนะนำแก่พวกเราดังต่อไปนี้: “นี่คือ “ปีแห่งการกระทำ” และนี่คือปีที่มีความหมายที่สุดเมื่อสมาชิกฮกเคโคทั้งหมดควรจะตั้งใจแน่วแน่อีกครั้งหนึ่ง เพิ่มความตั้งใจของพวกเขา, และร่วมในกิจกรรมชะคุบุขุอย่างแน่วแน่ เมื่อพวกเขาลงมือสร้างองค์กรฮกเคโคที่มีผู้นับถือ 800,000 คนในเวลาอีก 3 ปีนับแต่บัดนี้ที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเราสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ด้วยความพยายามชะคุบุขุของพวกเรา ไม่ย่อหย่อน ขณะที่พวกเรายึดหลักการ “ชีวิตของคนๆหนึ่งไม่มีความหมายในขณะที่ธรรมะสูงส่งที่สุด” และ “คนๆหนึ่งควรจะเต็มใจอุทิศชีวิตของตนเพื่อเผยแผ่ธรรมะ” จะไม่สามารถถือว่าเป็นชัยชนะแท้ทั้งคำพูดและสาระสำคัญถ้าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของฮกเคโคทั้งหมด ดังนั้น พวกเราแต่ละคนต้องรู้อยู่เต็มอกว่าการทำชะคุบุขุจริงคือสิ่งจำเป็นจริงๆต่อความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรา”
(วารสารไดนิชิเร็น, พฤษภาคม 2018)
พวกเราต้องนำคำชี้นำที่ว่า “การทำชะคุบุขุจริงคือสิ่งจำเป็นจริงๆต่อความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรา” ไปปฏิบัติ  นอกจากนี้ ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่สุดความสามารถของพวกเราในการยึดการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น ซึ่งพวกเราเรียนรู้ในวันนี้ เพื่อที่พวกเราสามารถสร้างความทรงจำที่ดีที่สุดเกี่ยวกับความศรัทธาในชีวิตมนุษย์ของพวกเรา เพื่อทำให้เกิดสิ่งนี้ ก่อนอื่น ขอให้พวกเราบรรลุเป้าหมายสำหรับปีนี้แน่นอน
ตลอดเดือนกรกฎาคม ที่วัดใหญ่มีการสวดไดโมขุประจำปี ภายใต้ภาวะผู้นำของพระสังฆราช เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายของทุกเขตและเพื่อการพัฒนาและการส่งเสริมการโคเซ็น-รุฝุ
ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถในการสวดไดโมขุ นอกจากนี้ ขอให้พวกเราก้าวหน้าและท้าทายพวกเราเองในครึ่งหลังของปีนี้ ด้วยคำอธิษฐานที่จริงใจและด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส ขอให้พวกเราบากบั่นร่วมกัน ยึดมั่นเจตจำนงที่ว่า “ไม่ว่าอะไรก็ตาม, พวกเราจะบรรลุเป้าหมายการสร้างองค์กรฮกเคโคที่มีสมาชิก 800,000 คน”
 
ข้อความเพิ่มเติม
การเนรเทศไปแหลมอิสึ: พระนิชิเร็น ไดโชนินถูกรัฐบาลญี่ปุ่นเนรเทศไปแหลมอิสึ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 1261 ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1263
“บทธรรมนิพนธ์ “คำถามและคำตอบว่าด้วยการนับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร”
ตามที่ชื่อบ่งชี้ พระนิชิเร็นอธิบายโดยอ้างข้อความมากมายที่เป็นข้อพิสูจน์ด้านเอกสาร ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ว่าบรรดาพระสูตรอื่นทั้งหมด สัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นคำสอนสูงสุดและไม่มีวิธีอื่นนอกจากสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่จะทำให้ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมสามารถบรรลุการรู้แจ้ง โดยใช้รูปแบบคำถามและคำตอบ ท่านสอนว่าพวกเราต้องสวดไดโมขุอย่างแน่วแน่และปฏิบัติเพื่อตัวเองและนำผู้อื่นไปสู่การบรรลุการรู้แจ้งด้วย
ในคำถามและคำตอบส่วนแรก พระนิชิเร็น ไดโชนินชี้ให้เห็นว่าบรรดาคำสอนตลอดพระชนม์ชีพของพระศากยมุนี สัทธรรมปุณฑริกสูตรสูงส่งที่สุดและเป็นหนทางตรงไปสู่การบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของคนๆหนึ่ง (โซะกุชิน โจบุตสึ)
ในคำถามและคำตอบส่วนที่ 2 ท่านอธิบายว่าความสูงส่งของสัทธรรมปุณฑริกสูตรอยู่บนพื้น ฐานพระสูตร-นั่นคือคำพูดของพระพุทธะ
ในคำถามและคำตอบส่วนที่ 3 พระนิชิเร็นอ้างคำอธิบายของมหาธรรมาจารย์เมียวลักและเทียนไท้และชี้ให้เห็นว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรเปิดเผยหนทางสู่การรู้แจ้งแท้จริงเป็นครั้งแรก
ในคำถามและคำตอบส่วนที่ 4 พระนิชิเร็นสอนพวกเราว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรนั่นแหละคือเหตุผลที่ผู้ที่อยู่ในสถานภาพทวิยาน,ที่คำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรปฏิเสธการบรรลุพุทธภาวะมาก่อนหน้านี้ บัดนี้สามารถบรรลุพุทธภาวะได้  เช่นกัน ท่านกล่าวว่าเพื่อที่จะบรรลุการรู้แจ้ง พวกเราต้องเอาชนะความทะนงตัว ละทิ้งความโกรธ และยึดมั่นเอกยาน (สัทธรรมปุณฑริกสูตร)
ในคำถามและคำตอบสุดท้าย พระนิชิเร็นฯอธิบายว่าพวกเราเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งยากที่จะเกิดอย่างแท้จริง และพวกเราพบศาสนาพุทธแท้ ซึ่งยากที่จะได้พบ และท่านสอนพวกเราให้ศรัทธาเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว จุดมุ่งหมายแท้จริงในการมาเกิดของพระพุทธะทุกองค์ และคำสอนเอกยานเพื่อการบรรลุการรู้แจ้งของมวลมนุษย์
หลังจากนั้น พระนิชิเร็นฯบรรยายการกลัวการดูหมิ่น ความมีค่าของผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร และเรื่องอื่น ท่านจบบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้โดยสอนพวกเรามิให้ถูกชื่อเสียงและโชคลาภควบคุม พระนิชิเร็นกล่าวว่าเมื่อพวกเราสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเพื่อพวกเราเองและสนับสนุน ผู้อื่นให้ทำตาม พวกเราจะสามารถสร้างชีวิตที่ดีที่สุด
ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็นไดโชนินสอนว่าสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้นเป็นธรรมะสูงส่งที่สุดซึ่งมวลมนุษย์ชาติสามารถบรรลุการรู้แจ้งทันที ในสมัยปัจฉิมธรรม สัทธรรมปุณฑริกสูตรชี้ให้เห็นโกฮนซน ซึ่งมีมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ  พระนิชิเร็นประกาศว่าการนับถือโกฮนซนคือหน ทางตรงสู่พุทธภาวะ
พระนิชิเร็นเตือนพวกเราว่าผู้ที่ปฏิเสธสัทธรรมปุณฑริกสูตรและผู้ที่ดูถูก เกลียดชัง อิจฉา และใส่ร้ายคนที่ศรัทธาและเผยแผ่พระสูตรนี้ จะได้รับความทรมานในนรกอเวจี-นรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด  ท่านอธิบายเหตุผลของเรื่องนี้ด้วยข้อความดังต่อไปนี้:
            “เนื่องจากธรรมะที่คนๆหนึ่งนับถือสูงส่ง บุคคลที่ยึดมั่นธรรมะนั้นต้องสูงส่งด้วย  ดังนั้น เป็นเรื่องที่แน่นอน, ถ้าบางคนดูถูกและทำลายบุคคลเช่นนั้น เขาทำลายธรรมะด้วย” (ชินเพ็น หน้า 298)
ณ ที่นี้ พระนิชิเร็นกล่าวว่าเมื่อบุคคลหนึ่งนับถือธรรมะสูงส่ง เขาก็สูงส่งด้วย  ดังนั้น ถ้าบางคนเกลียดหรือดูหมิ่นบุคคลที่นับถือธรรมะ ก็หมายความว่าเขากำลังเกลียดและดูหมิ่นธรรมะด้วย”
(บางตอนจากโอโกะ-วัดใหญ่ 12-2014)