คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกันยายน

ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น

2 กันยายน 2018

 

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกันยายน ซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่ อาตมาปรารถนาแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นับถือที่ร่วมพิธีจำนวนมาก

เดือนกันยายนใน “ปีแห่งการกระทำ” เริ่มต้นแล้วและปีนี้พวกเราเหลือเวลาอีก 4 เดือน  อาตมาจินตนาการว่าทุกท่านกำลังอุทิศตัวท่านเองโดยเจียดเวลาต่อการปฏิบัติของท่าน มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายชะคุบุขุของปีนี้ รวมทั้งทำให้มีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 การครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (ผู้ก่อตั้งของพวกเรา) เป็นจริง

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “การบรรลุการรู้แจ้ง ณ ขั้นแรกของความศรัทธาด้วยสัทธรรมปุณฑริกสูตร” ดังต่อไปนี้:

“ในสมัยปัจฉิมธรรม เป็นเรื่องของหลักการที่ว่าพวกเราควรจะสอนอักษร 5 ตัวแห่งชื่อของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่น่ายกย่องอย่างแน่วแน่ ไม่ว่ามันเหมาะกับความสามารถของมนุษย์ปุถุชนที่มีอวิชชาหรือไม่ เนื่องจากในอดีต เมื่อพระศากยมุนีพุทธะถูกเรียกว่าพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ฟุเคียว) เขาเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตร แม้กระนั้น ชายและหญิง ภิกษุและภิกษุณีไม่นับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ถูกพูดให้ร้ายและถูกสาปแช่ง หรือถูกตีและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ  การตกเป็นเป้าของการบีฑาธรรมมากมาย ผู้คนเกลียดชังและมีความโกรธแค้นเขา แม้กระนั้น เขายัง คงไม่สะทกสะท้าน เขาสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตรแก่ผู้คนอย่างแข็งขัน พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เขาเป็นพระศากยมุนีพุทธะ” (ชินเพ็น หน้า 1315)

ในตอนต้นของข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ พระนิชิเร็นไดโชนินสอน: “ในสมัยปัจฉิมธรรม เป็นเรื่องของหลักการที่ว่าพวกเราควรจะสอนอักษร 5 ตัวแห่งชื่อของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่น่ายกย่องอย่างแน่วแน่ ไม่ว่ามันเหมาะกับความสามารถของมนุษย์ปุถุชนที่มีอวิชชาหรือไม่”  ในสมัยปัจฉิมธรรม มี “มนุษย์ปุถุชนที่มีอวิชชา” มากมาย กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องศาสนาพุทธ ดังนั้น ไม่คำนึงถึงความสามารถของผู้คน-ความสามารถที่นำออกมาใช้ได้ของพวกเขาในการยอมรับคำสอนศาสนาพุทธ-“พวกเราควรจะสอนอักษร 5 ตัวของสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างแน่วแน่”  หมายความว่าพวกเราต้องสอนอักษร 5 ตัวแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแก่พวกเขาอย่างแข็งขันและนำพวกเขามานับถือคำสอนนี้ 

ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “การเลือกเวลา” ดังต่อไปนี้:

“ถ้าท่านเชื่อว่าท่านควรจะสอนศาสนาพุทธนี้ตามความสามารถของผู้คน นี่คือความเห็นผิดใหญ่หลวง” (ชินเพ็น หน้า 846)

พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายว่าเมื่อพวกเราสอนธรรมะแก่ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมะ พวกเราไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้คน พวกเรากลับต้องสอนพวกเขาอย่างแข็งขันและพวกเราต้องทำให้พวกเขาฟังเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เนื่องจากผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมคือผู้ที่ไม่มีเมล็ดพุทธภาวะ

ต่อมา ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอน:

“เนื่องจากในอดีต เมื่อพระศากยมุนีพุทธะถูกเรียกว่าพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ (ฟุเคียว) เขาเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตร แม้กระนั้น ชายและหญิง ภิกษุและภิกษุณีไม่นับถือสัทธรรมปุณฑริกสูตร  พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ถูกพูดให้ร้ายและถูกสาปแช่ง หรือถูกตีและถูกเนรเทศออกนอกประเทศ การตกเป็นเป้าของการบีฑาธรรมมากมาย ผู้คนเกลียดชังและมีความโกรธแค้นเขา แม้กระนั้น เขายังคงไม่สะทกสะท้าน เขาสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตรแก่ผู้คนอย่างแข็งขัน พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เขาเป็นพระศากยมุนีพุทธะ” (ชินเพ็น หน้า 1315)

 ในย่อหน้าข้างต้น พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่าพวกเราควรจะสอนอักษร 5 ตัว เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างแน่วแน่ ไม่ว่าจะเหมาะกับความสามารถของมนุษย์ปุถุชนที่มีอวิชชาหรือไม่ ท่านอ้างพระสทาปริภูตโพธิสัตว์เป็นตัวอย่างที่แจ่มชัด

บท “พระสทาปริภูตโพธิสัตว์” (ฟุเคียว; บทที่ 20) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวดังต่อไปนี้:

“ณ เวลานั้น เมื่อพุทธบริษัท 4 ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกา ที่ทะนงตัวอย่างยกตนข่มท่านที่มองภิกษุรูปนี้ด้วยการดูถูกและมอบนามแก่เขาว่า “สทาปริภูต” (ไม่เคยดูถูก) เมื่อพวกเขาเห็นว่าภิกษุรูปนี้ได้มาซึ่งพลังอิทธิฤทธิ์ พลังในการเทศนาอย่างน่าพอใจและอย่างคล่องแคล่ว พลังแห่งความดียิ่งใหญ่และความสงบ และเมื่อพวกเขาได้ฟังการเทศนาของเขา พวกเขาทุกคนศรัทธาเขาและเต็มใจเป็นผู้ติดตามเขา” (โฮเคเคียว หน้า 502; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 267-268) 

พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ปรากฏตัวในสมัยรูปธรรม หลังจากการดับขันธ์ของพระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะ(อิอนโนะ-บุตสึ)  เขายืนยันว่ามวลมนุษย์มีธรรมชาติพุทธะ และเขาคำนับทุกคนที่เขาพบทั้งผู้ที่อยู่ใกล้และผู้ที่อยู่ไกล ท่องคำแห่งการสรรเสริญดังต่อไปนี้:

“อาตมามีความเคารพท่านสุดซึ้ง อาตมาไม่กล้าปฏิบัติต่อท่านด้วยการดูหมิ่นหรือความทะนงตัว  ทำไมล่ะ?  เนื่องจากทุกท่านกำลังปฏิบัติวิถีทางโพธิสัตว์และบรรลุพุทธภาวะแน่นอน”

(โฮเคเคียว หน้า 500; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 266-267) 

อย่างไรก็ตาม พุทธบริษัท 4 ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ที่ทะนงตัวอย่างยิ่งดูถูกพระสทาปริภูตโพธิสัตว์และมีความโกรธแค้นเขา

“ภิกษุที่มีอวิชชา เขามาจากที่ไหน? ถือวิสาสะประกาศว่าเขาไม่ดูหมิ่นพวกเราและมอบคำพยากรณ์แก่พวกเราว่าพวกเราจะบรรลุพุทธภาวะ พวกเราไม่ต้องการคำพยากรณ์ที่ไร้ประโยชน์และไม่รับผิดชอบเช่นนั้น!” (โฮเคเคียว หน้า 500; สาระสำคัญ)

พวกเขารังเกียจพระสทาปริภูตโพธิสัตว์อย่างน่าขยะแขยง และสาปแช่งและพูดให้ร้ายเขาอย่างไรก็ตาม พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ไม่ทะนงตัวเลยแต่เขากลับสรรเสริญพวกเขาและบากบั่นในการปฏิบัติแห่งการคำนับ กล่าวคำดังต่อไปนี้:

“ท่านบรรลุพุทธภาวะแน่นอน!” (อ้างแล้ว หน้า 501)

พุทธบริษัท 4 ที่ทะนงตัวอย่างยิ่งบีฑาธรรมพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ทำร้ายเขาด้วยไม้พลอง กิ่งไม้ หิน และกระเบื้อง ทั้งๆที่เป็นเช่นนี้ พระสทาปริภูตโพธิสัตว์ถอยไปไกล และปฏิบัติการคำนับอย่างพากเพียรต่อเนื่อง กล่าวคำแห่งการสรรเสริญเหล่านี้ด้วยเสียงดัง:

“อาตมาไม่กล้าดูถูกท่าน เนื่องจากทุกท่านจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน!” (อ้างแล้ว หน้า 501)

เมื่อใกล้บั้นปลายชีวิตของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ที่ปฏิบัติการคำนับผู้คนอย่างแน่วแน่ต่อเนื่อง ในที่สุด เขาสามารถได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งเทศนาโดยพระภีษมครรชิตสวรราชพุทธะกลางอากาศ และนับถือคำสอนอย่างบริบูรณ์ ดังนั้น เขาได้รับกุศลผลบุญแห่งการชำระอายตนะ 6 ให้บริสุทธิ์  ยิ่งกว่านั้น เขายืดอายุขัยไปอีก 200, 10,000, 100 ล้านนยุตปี และตลอดระยะเวลานั้น เขาเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรแก่ผู้คนอย่างกว้างขวาง

ผลที่เกิดขึ้น พุทธบริษัท 4 ที่ทะนงตัวอย่างยิ่ง ที่ครั้งหนึ่งบีฑาธรรมพระสทาปริภูตโพธิสัตว์โดยการพูดให้ร้ายและสาปแช่งเขา และทำร้ายเขาด้วยไม้พลองและกิ่งไม้ หรือหินและกระเบื้อง ดูถูกเขาและตั้งชื่อให้เขาว่า “สทาปริภูต” พุทธบริษัท 4 ทุกคนเต็มใจเป็นผู้ติดตามเขา และเมื่อได้ฟังการเทศนาของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พวกเขาศรัทธาต่อพระสทาปริภูตโพธิสัตว์หลังจากเห็นว่าพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ได้มาซึ่งพลังอิทธิฤทธิ์ พลังในการเทศนาอย่างน่าพอใจและอย่างคล่องแคล่ว พลังแห่งความดียิ่งใหญ่และความสงบ

พลังอิทธิฤทธิ์ หมายความว่า คนๆหนึ่งแสดงพลังเหนือธรรมชาติ พลังในการเทศนาอย่างน่าพอใจและอย่างคล่องแคล่ว หมายความว่า คนๆหนึ่งมีพลังเพื่อเทศนา ทำให้ตนเป็นอิสระจากอุปสรรคทั้งปวง  พลังแห่งความดียิ่งใหญ่และความสงบ หมายความว่า คนๆหนึ่งสามารถสำรวมใจและสังเกตความจริง กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนๆหนึ่งสงบทั้งกายและใจ และบรรลุสภาพจิตใจที่สงบและสบายใจ

คนทะนงตัวอย่างยิ่งที่บีฑาธรรมพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ในที่สุด ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปฏิบัติตามเขา พวกเขาศรัทธาหลังจากได้เห็นพลังของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ พลังในการเทศนาอย่างน่าพอใจและอย่างคล่องแคล่ว พลังแห่งความดียิ่งใหญ่และความสงบ

อาตมาคิดว่าเมื่อทำชะคุบุขุ คนๆหนึ่งจำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือ ถ้าพวกเราได้รับพลังอิทธิ ฤทธิ์ พลังในการเทศนาอย่างน่าพอใจและอย่างคล่องแคล่ว พลังแห่งความดียิ่งใหญ่และความสงบ เหมือนพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ พวกเราสามารถมีพลังชักชวนในทุกด้านแห่งพฤติกรรมของพวกเราใน 3 ทางของการกระทำ ความคิด คำพูด และการกระทำอย่างเป็นธรรมชาติ พลังนี้จะช่วยพวกเราในการปฏิบัติชะคุบุขุ ถ้าความคิด คำพูด และการกระทำของพวกเราไม่น่าเชื่อถือ จะชะคุบุขุไม่สำเร็จ

เมื่อพวกเราอุทิศตัวพวกเราเองต่อการปฏิบัติเพื่อตัวเองและผู้อื่น บนพื้นฐานความศรัทธาที่สมบูรณ์ต่อได-โกฮนซน พวกเราสามารถเปลี่ยนแปลงพวกเราเอง เนื่องมาจากกุศลผลบุญมากมายของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว เมื่อเป็นอย่างนั้น เมื่อผู้ที่ถูกชะคุบุขุเห็นพวกเรา ก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งจะนำพวกเราไปสู่ความสำเร็จของการชะคุบุขุ

ทุกวันนี้ ขณะที่พวกเราตั้งตารอคอยการต้อนรับศุภวาระในปี ค.ศ. 2021 สมาชิกในแต่ละเขตของวัดในนิชิเร็น โชชูทุกวัดกำลังอุทิศตัวพวกเขาเองเพื่อทำชะคุบุขุ บนพื้นฐานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส ด้วยจิตใจต่างกายใจเดียว ณ เวลานี้ สิ่งจำเป็นคือพวกเราทุกคนเพิ่มและพัฒนาความศรัทธาของพวกเราและชะคุบุขุผู้คนมากมายเท่าที่เป็นไปได้ โดยปฏิบัติตามตัวอย่างของพระสทาปริภูตโพธิสัตว์ ขอให้พวกเรายืนหยัดความพยายามของพวกเราในการปฏิบัติของพวกเราอย่างขยัน, มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายของพวกเรา

ในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ก่อนหน้านี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

“ในสมัยปัจฉิมธรรม นี่เป็นเรื่องหลักที่พวกเราควรจะสอนอักษร 5 ตัวแห่งชื่อของสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่น่ายกย่อง อย่างแน่วแน่ ไม่ว่ามันเหมาะกับความสามารถของมนุษย์ปุถุชนที่มีอวิชชาหรือไม่” (ชินเพ็น หน้า 1315) 

จงสลักข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ลงในหัวใจของพวกเรา อาตมาปรารถนาอย่างจริงใจว่าพวกเราจะอุทิศตนเองต่อการปฏิบัติเพื่อตัวเองและผู้อื่นต่อไป บนพื้นฐานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในแต่ละเขต หลังจากนั้น ด้วยความพยายามนี้ พวกเราจะบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของปีนี้แน่นอนในขณะที่ได-โกฮนซนจะยกย่องพวกเรา