วัดไคเมียว-อิน  ประเทศสิงคโปร์
นิทานในศาสนาพุทธ

ความสำคัญของ “อิไต โดชิน”

กาลครั้งหนึ่ง นกกระทาจำนวนพันๆตัวอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง  มีทั้งนกกระทาวัยกระเตาะและชราและป่าระงมไปด้วยเสียงทุกวัน ตลอดทั้งวัน นกกระทากินผลไม้ แทะใบไม้และกินไส้เดือน ทุกวัน นกกระทาวางไข่และประคบประหงมไข่ ทำให้ประชากรนกกระทาค่อยๆเพิ่มขึ้น
วันหนึ่ง ชายคนหนึ่งมาที่ป่านี้และสำหรับนกกระทาป่านี้ก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีก  ชายคนนี้รู้จักกันทั่วไปว่าผู้จับนกกระทาที่เก่งที่สุดในบริเวณนี้ เขาจับนกกระทาด้วยตาข่ายครั้งละจำนวนมาก ไม่ใช่ทีละตัว  เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไร?  เขาสามารถเลียนเสียงของนกกระทาได้เหมือนมากโดยการผิวปาก
“มาที่นี่ซิ ทุกตัว!  ที่นี่มีอาหารอร่อยมากมาย” ดังนั้น เสียงเรียกนี้จึงทำให้นกกระทามากมายจากทุกที่ในป่ามารวมตัวกัน ชายคนนี้จับนกกระทาตัวที่ไม่สงสัยที่เร่งรีบมาทันที นกกระทาตัวที่ตกใจจะกระพือปีกของมันและพยายามหลบหนี อย่างไรก็ตาม นกกระทายิ่งดิ้น ตาข่ายยิ่งตึง ดังนั้น ชายคนนี้สามารถจับนกกระทาร้อยๆตัวในคราเดียว หลังจากเหตุการณ์นี้ นกกระทาระแวงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นกกระทาที่ละโมบจำนวนหนึ่งยังคงถูกเสียงผิวปากที่เลียนแบบของชายคนนี้ดึงดูดและลงเอยด้วยการติดอยู่ในตาข่ายอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อเห็นสถานการณ์ข้างต้น ผู้นำนกกระทาคิดหลายครั้งไว้ในใจว่า “ฉันจะทำอย่างไร?  ฉันต้องคิดหาวิธีการแก้ปัญหา”
แต่เสียงร้องที่เลียนแบบของชายคนนี้เหมือนมากเหลือเกินจนกระทั่งบางครั้งผู้นำนกกระทายังถูกหลอก มันยากที่จะจำแนกความต่างเสียงเลียนแบบจากเสียงร้องของพวกของมัน
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเชื่ออย่างหนักแน่นว่าถึงแม้ว่าพวกมันติดอยู่ในตาข่าย พวกมันจะสามารถหลบหนีได้ ตราบใดที่ทุกตัวสามารถรวมตัวเป็นกลุ่มเดียว ดังนั้น มันจึงขอให้นกกระทาทุกตัวมารวม ตัวกัน  “ข้าเชื่อว่าทุกตัวต้องการหลบหนีจากผู้จับนกกระทา แม้ว่าถูกชายคนนี้หลอก (ให้ติดกับ)  ข้ามีกลยุทธ เมื่อใดก็ตามที่ตาข่ายขนาดใหญ่ตกมาจากเบื้องบน พวกเราไม่ควรตื่นตระหนก  พวกเราไม่ควรกางปีกของพวกเรา พวกเราควรจะนิ่งไว้ จับตาข่ายให้มั่นด้วยปากของพวกเราและหลีกเลี่ยงมิให้ตัวของพวกเราสัมผัสตาข่าย หลังจากนั้น พวกเราควรจะบินขึ้นเป็นกลุ่ม หลังจากนั้น พวกเราจะยกตาข่ายไปไว้ที่ต้นกุหลาบซึ่งอยู่ไม่ไกลและโยนไว้ที่นั่น ตาข่ายจะถูกแขวนบนต้นกุหลาบ ทำให้พวกเราทั้งหมดหนีรอดมาได้  ดีไหม?”
“สิ่งสำคัญคือพวกเราทั้งหมดรวมกันเป็นหนึ่ง ขอให้พวกเราแบ่งกลุ่มและทำตามคำสั่งของผู้นำกลุ่ม ถ้าพวกเราต่างตัวต่างทำ พวกเราจะถูกจับอีกอย่างแน่นอน”
วันต่อมา ผู้จับนกกระทาก็มาอีกตามเคย เขาผิวปากเรียก “ทุกตัว มาที่นี่เร็วๆ ข้ามีข่าวดีมาบอก”
นกกระทาหลงกลและถูกหลอกอีกครั้งหนึ่ง  พวกมันถูกจับและติดอยู่ในตาข่ายตามเคย ผู้จับนกกระทายิ้มอย่างดีอกดีใจ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้นกกระทาไม่ได้ดิ้นรนเหมือนเคย ตาข่ายค่อยๆถูกยก ขึ้นและไปเกี่ยวไว้ที่ต้นกุหลาบ เมื่อออกมาจากกิ่งต้นกุหลาบ นกกระทาบินขึ้นท้องฟ้า ไม่มีตัวใดถูกจับ ผู้จับนกกระทาเกิดความประหลาดใจ “ตาของฉันเล่นตลกกับฉันใช่ไหม?  เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ตาข่ายยังลอยขึ้นบนท้องฟ้า
เมื่อผู้จับนกกระทาเข้าไปดูใกล้ๆ เขาเห็นว่าในตาข่ายไม่มีนกกระทาสักตัวเดียว  ยิ่งกว่านั้น เขาดึงตาข่ายซึ่งติดอยู่บนต้นกุหลาบออกได้ยาก ผู้จับนกกระทาประหลาดใจต่อผลที่ไม่คาดคิดมาก่อน  อย่างไรก็ตาม เขายังคงสามารถยิ้มได้ เนื่องจากการเป็นผู้จับนกกระทาที่เชี่ยวชาญ ยิ่งเขาเผชิญสิ่งท้าทายมากเท่าไร เขายิ่งตื่นเต้นมาก
เขาคิดไว้ในใจว่า “เมื่อพิจารณาถึงความสามารถของนกกระทา ข้าต้องแก้แค้น”  ดังนั้น ในวันถัดมาเขายังคงใช้ตาข่าย เขาผิวปากและรอให้นกกระทามาติดกับ ตาข่ายลอยขึ้นบนท้องฟ้าและเกี่ยวกับต้นกุหลาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้จับนกกระทายังใช้วิธีนี้ตามปกติ ขณะที่เขามั่นใจว่าความสามัคคีของนกกระทาจะถูกทดสอบ เนื่องจากเขารู้ธรรมชาติของนกกระทาว่าเป็นนกที่ชอบแยกกันอยู่
2-3 วันต่อมา การคาดการณ์ของเขาเป็นจริงเมื่อนกกระทาที่ถูกจับเริ่มทะเลาะกันในขณะที่รับคำสั่งจากผู้นำของพวกมันและยกตาข่าย สาเหตุของการโต้แย้งคือพวกมันชนกันและเหยียบซึ่งกันและกันในระหว่างที่ติดอยู่ในตาข่าย ดังนั้น เท้าและปีกของพวกมันติดตาข่ายและทุกตัวถูกจับภายในตาข่ายอีกครั้งหนึ่ง
กลยุทธ ซึ่งผู้นำพยายามคิดและเสนอก็ไร้ประโยชน์  เนื่องมาจากการแตกความสามัคคีของบรรดานกกระทา ในลักษณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาถึงพระสังฆราชที่สืบกันมาตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะช่วยผู้นับถือทั้งหมดให้พ้นจากความทุกข์และความยากลำบากของพวกเขาโดยมอบคำแนะนำทั่วไปเพื่อให้ผู้นับถือทุกคนปฏิบัติ ถ้าพวกเราไม่สามารถมารวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียวและไม่สามัคคีด้วยความต่างกายใจเดียว พวกเราจะประสบชะตากรรมเดียวกับนกกระทา
ถึงแม้ว่ามีนกกระทาพันๆตัว ตราบใดที่ทุกตัวรวมตัวกันและกระทำการยกตาข่ายขึ้นท้องฟ้าร่วมกัน พวกมันจะปลอดภัย  นี่คือความหมายของ “อิไต โดชิน” (ต่างกายใจเดียว)
ในทางตรงข้าม ถ้าในบรรดาพวกมันไม่มีอิไต โดชิน พวกมันจะถูกจับเมื่อแต่ละตัวตื่นตระหนกและต่างตัวต่างทำ  นี่คือความหมายของ “ต่างกายและต่างใจ”
พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวใน “บทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยอิไต โดชิน”
“แม้แต่บุคคลหนึ่งถ้ามีเป้าหมายขัดแย้งกันจะจบลงด้วยความล้มเหลวแน่นอน เนื่องจากใจหนึ่งค้านอีกใจหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คน 100 คนหรือแม้แต่ 1,000 คนสามารถบรรลุเป้าหมายของพวกเขาอย่างแน่นอนถ้าพวกเขามีจิตใจเดียวกัน” 
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันเป็นจริงสำหรับความศรัทธา ความสำคัญของจิตใจต่างกายใจเดียวจึงถูกเน้นมาโดยตลอด
วารสารไคเมียว ฉบับที่ 49 ตุลาคม – พฤศจิกายน 2010 หน้า 28-29
 
ข้อความเพิ่มเติม
บทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยอิไต โดชิน”: “ถึงแม้ว่ากษัตริย์โจวแห่งราชวงศ์หยินมีทหาร 700,000 นาย, พวกเขาพ่ายแพ้สงครามเนื่องจากพวกเขาอยู่ในสภาพ “โดไต อิชิน” (หนึ่งกายแต่หลายใจ)  ถึงแม้ ว่ากษัตริย์วูแห่งราชวงศ์โจวมี 800 คน พวกเขาชนะเนื่องจากพวกเขาอยู่ในสภาพ “อิไต โดชิน”(ความต่างกายใจเดียว)” (ชินเพ็น หน้า 1389-1390, อ้างอิง MW 1 หน้า 153-154)
พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายความสำคัญของ “อิไต โดชิน” โดยใช้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ประเทศจีนเมื่อ 3,000 กว่าปีมาแล้ว
โจว (กษัตริย์ของราชวงศ์หยิน) เป็นผู้ปกครองชั่วร้ายที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน  พระองค์เป็นทรราช หลงใหลผู้หญิงและจัดปาร์ตี้สุรุ่ยสุร่ายทุกวัน พระองค์ฆ่าข้าราชบริพารที่ทัดทานพฤติ กรรมของพระองค์และทำเนื้อดองจากเนื้อของพวกเขา เป็นเรื่องปกติ พระองค์เหินห่างจากประชาชนทั่วไป
ในทางตรงกันข้าม วู (กษัตริย์ของราชวงศ์โจว) เป็นรัฐบาลที่ดี และประชาชนมากมายไว้วางใจพระองค์  อย่างไรก็ตาม กษัตริย์โจวทำเรื่องเลวมากเกินไป และดังนั้น กษัตริย์วูตัดสินพระทัยทำลายเขา  อย่างไม่คาดหวัง เจ้าของที่ดิน(ภายใต้ระบบการจัดที่ดินแบบศักดินา-manor) 800 คนร่วมกองทัพกษัตริย์วู และในการสู้รบ ทั้งๆที่กองทัพกษัตริย์โจวมีจำนวน 700,000 นาย คนในกองทัพส่วนใหญ่ไม่มีใจต่อสู้ และต้อนรับกองทัพกษัตริย์วูโดยการชูอาวุธกลับด้าน กษัตริย์ต้องหลบหนีและสิ้นพระชนม์ในปราสาทของพระองค์
เจ้าของที่ดิน 800 คนไว้วางใจกษัตริย์วูอย่างเต็มที่และมีความมุ่งมั่นเหมือนกัน พวกเขามีจิตใจเหมือนกับกษัตริย์วูทุกประการ พวกเขาไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัว พวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของกษัตริย์วูอย่างไม่มีเงื่อนไขโดยไม่เสนอความคิดส่วนตัวและเห็นแก่ตัว  ดังนั้น พวกเขาสามารถสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่มั่นคง  นี่คือเหตุผลสำหรับความสำเร็จของพวกเขา
(โอโกะ- สิงหาคม 2004 วัดเมียวชินจิ โดยพระคุณเจ้าชินโดะ อิมาฟูกุ -พระสงฆ์ผู้ช่วย)