คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกุมภาพันธ์

ณ หอประชุมรับรอง,วัดใหญ่ไทเซคิจิ,ประเทศญี่ปุ่น

3 กุมภาพันธ์ 2019

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่อาตมาปรารถนาแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นับถือที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ผู้ก่อตั้ง (พระนิชิเร็น ไดโชนิน) ของพวกเราเกิด

ตามที่ท่านทราบ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปีที่ 1 แห่งสมัยโจโอ (ค.ศ.1222) ณ ตอนต้นสมัยปัจฉิมธรรม พระนิชิเร็น ไดโชนินมาเกิดบนโลกนี้ ซึ่งถูกพยากรณ์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร สถานภาพชั่ว คราวของพระนิชิเร็น ไดโชนินคือ[การกลับชาติมาเกิดของ]พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ ในขณะที่ตัวตนแท้คือพระพุทธะแท้จากอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น (คุอน กันโจะ)

จุดมุ่งหมายในการมาเกิดของท่านถูกเปิดเผยในบทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า” ดังต่อไปนี้:

“นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวที่พระนิชิเร็นสวดในตอนนี้จะทำให้มวลมนุษย์ใน 10,000 ปีแห่งสมัย ปัจฉิมธรรมสามารถบรรลุพุทธภาวะ…  ไม่อาจมีข้อสงสัยว่าความเจ็บป่วยร้ายแรงแห่งอวิชชาของมวลมนุษย์จะถูกรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมของธรรมมหัศจรรย์” (ชินเพ็น หน้า 1732

พระนิชิเร็น ไดโชนินมาเกิดบนโลกนี้เพื่อช่วยผู้ที่ไม่มีเมล็ดพุทธภาวะในสมัยปัจฉิมธรรม จุดมุ่งหมายแท้ของท่านคือนำทุกคนเข้าสู่วิถีศาสนาพุทธด้วยเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวจากอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น(คุอน กันโจะ) เพื่อที่พวกเขาสามารถบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของคนๆหนึ่ง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวที่พระนิชิเร็นสวดในตอนนี้” ซึ่งกล่าวในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้หมายถึงอักษร 5 ตัวแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ธรรมะแท้ในอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น นี่คือเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างบุคคลกับธรรมะ ในแง่ของบุคคล นี่คือการกลับชาติมาเกิดของพระพุทธะที่มีกายแห่งปัญญาสมบูรณ์อย่างแท้จริงจากอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น พระนิชิเร็น ไดโชนิน (ผู้ก่อตั้ง) ของพวกเราที่มาเกิดในสมัยปัจฉิมธรรม ในแง่ของธรรมะ นี่คือธรรมมหัศจรรย์(เมียวโฮ) แห่งอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างบุคคลกับธรรมะคือมหาธรรมที่สามารถช่วยมวลมนุษย์ในสมัยปัจฉิมธรรมอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันคือหลายคนบนโลกทุกวันนี้ไม่รู้เกี่ยวกับธรรมะถูกต้องเนื่อง มาจากพิษแห่งการดูหมิ่น เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถกำจัดความเศร้าระทม พวกเขาจึงต้องทนทุกข์ทรมาน

ในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงอะกิโมโตะ” สอนดังต่อไปนี้:

“ถ้าผู้ที่ดูหมิ่นธรรมะอาศัยอยู่ในประเทศนี้ ทุกคนทั่วทั้งประเทศจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด” (ชินเพ็น หน้า 1450)

ตามที่พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ จิตใจของผู้คนบิดเบือนเนื่องมาจากพิษแห่งการดูหมิ่น ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายในประเทศ ผลที่เกิดขึ้น ทั้งประเทศประสบความทุกข์ทรมานโดยตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด

สาเหตุพื้นฐานของภัยพิบัติ ซึ่งคือประเทศวุ่นวายสับสนและผู้คนต้องทนทุกข์ทรมานในความสับสนและความโชคร้าย ทั้งหมดนี้เนื่องมาจากพิษแห่งคำสอนนอกรีต  ถ้าพวกเราไม่ขจัดการดูหมิ่นเหล่านี้ ผู้คนจะไม่มีความสุขแท้ จะไม่เกิดสันติสุขโลก หรือความปลอดภัยในแผ่นดิน

ในที่นี้มีเหตุผลสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราที่ต้องกำจัดการดูหมิ่นและทำชะคุบุขุ

ในบทธรรมนิพนธ์ “คำถามและคำตอบระหว่างนักปราชญ์กับคนโง่” พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าวดังต่อไปนี้:

“โลกทุกวันนี้สกปรกด้วยมลทิน จิตใจของผู้คนบิดเบือน เต็มไปด้วยความอิจฉา และมีคำสอนชั่วคราวและนอกรีตจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงยากที่จะเผยแผ่ธรรมะแท้ ในเวลาเช่นนี้ ไม่มีประโยชน์ที่จะปฏิบัติการอ่าน การท่อง และการคัดลอกพระสูตร หรือไตร่ตรอง ทำสมาธิ หรือฝึกตัวเอง ท่านต้องทำชะคุบุขุเท่านั้น ท่านควรจะหักล้างคำสอนนอกรีตด้วยคำสอนถูกต้องสุดความ สามารถของท่าน” (ชินเพ็น หน้า 403)

โลกทุกวันนี้ (ในสมัยปัจฉิมธรรม) อยู่ในความสับสนอย่างยิ่งเนื่องมาจากพิษแห่งความเชื่อนอกรีต  ในสถานการณ์ปัจจุบัน พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนว่าสำคัญอย่างไร สำหรับพวกเราที่จะใช้วิธีถูก ต้อง (ชะคุบุขุ) เพื่อขจัดการดูหมิ่น

นอกจากนี้ ท่านสอนพวกเราในบทธรรมนิพนธ์ “การบรรลุการรู้แจ้ง ณ ขั้นแรกของความศรัทธาด้วยสัทธรรมปุณฑริกสูตร” ดังต่อไปนี้:

“ถ้าพวกเขาได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถบรรลุพุทธภาวะ [การพบ]นี้จะหว่านเมล็ด[พุทธภาวะ]ลงในชีวิตของพวกเขา และในที่สุดพวกเขาจะบรรลุการรู้แจ้งแน่นอน ดังนั้น พระเทียนไท้และเมียวลักปฏิบัติตามความคิดนี้และอธิบายในคำอธิบายของพวกเขาว่าคนๆหนึ่งควรจะสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนผู้ที่สะดุดและล้มลงพื้นดิน แต่สามารถใช้พื้นดินนั้นยันตัวพวกเขาเองให้ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาตกนรก ในไม่ช้าพวกเขาจะขึ้นมาอีกและบรรลุพุทธภาวะ ผู้คนบนโลกทุกวันนี้หันหลังให้กับสัทธรรมปุณฑริกสูตรและ ด้วยความผิดนั้น พวกเขาจะตกนรกอย่างแน่นอน ดังนั้น อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งควรจะสอนอย่างแข็งขันและทำให้ผู้คนฟังคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร” (ชินเพ็น หน้า 1316) 

ตามที่พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ พวกเราต้องสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร (เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งการหว่านเมล็ดแห่งเหตุแท้) อย่างแข็งขันแก่ผู้ที่ไม่มีเมล็ดพุทธภาวะ พวกเราต้องทำเช่นนี้ไม่ว่ากรณีใด เพื่อที่พวกเขาจะสามารถบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของคนๆหนึ่ง

ทุกวันนี้ พระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชูกำลังก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง ขณะที่พวกเรามุ่งสู่เป้าหมายแห่งการมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คน ในศุภวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน, ผู้ก่อตั้งของพวกเราในปี ค.ศ.2021 ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 ปีเท่านั้น

ณ เวลานี้ อาตมาปรารถนาอย่างจริงใจว่าสมาชิกของทุกเขตจะเคารพคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำ: “ชีวิตของตนไม่มีความหมายในขณะที่ธรรมะสูงส่งที่สุด ท่านควรจะเต็มใจอุทิศชีวิตของท่านเพื่อเผยแผ่ธรรมะ” และรวมกำลังของพวกเขาเพื่อทำชะคุบุขุอย่างกล้าหาญ ด้วยความพยายามเหล่านี้ อาตมาหวังว่าท่านจะบรรลุเป้าหมายของท่านแน่นอน

 

ข้อความอธิบายเพิ่มเติม

พระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์(โจเกียว โบซัตสึ): คือผู้นำพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลกทั้งหมด รวมทั้งผู้นำ 4 ผู้นำพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก

ในบทธรรมนิพนธ์หลายฉบับกล่าวว่าพระนิชิเร็น ไดโชนิน ที่เผยแผ่นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวในสมัยปัจฉิมธรรม คือการกลับชาติมาเกิดของพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ ที่รับมอบแก่นแท้ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรในบท “พลังอิทธิฤทธิ์ของตถาคต” (บทที่ 21) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร

พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนในบทธรรมนิพนธ์ “(การเปรียบเทียบ) 106 ข้อ” ว่าตัวตนแท้จริงของท่านคือกายแห่งปัญญาสมบูรณ์ ตัวตนชั่วคราวของท่านคือพระวิศิษฐ์จาริตรโพธิสัตว์ และท่านมาเกิดเป็นพระนิชิเร็น ไดโชนินในสมัยปัจฉิมธรรม

ดังนั้น ตัวตนแท้จริงของพระนิชิเร็น ไดโชนินคือพระพุทธะแท้จริงที่มีกายแห่งปัญญาสมบูรณ์โดยธรรมชาติจากอดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น (คุอน กันโจะ)  ณ การบีฑาธรรมที่ตำบลทัตสึโนคุชิ พระนิชิเร็น ไดโชนินละทิ้งตัวตนชั่วคราวและเปิดเผยตัวตนแท้จริง

(ระบบคำศัพท์พื้นฐานของนิชิเร็น โชชู เล่ม 1 หน้า 5) 

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association