คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมีนาคม

ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น

3 มีนาคม 2019

           ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนมีนาคม,ซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่ อาตมาปรารถนาแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อทุกท่านสำหรับความพยายามพิเศษเพื่อร่วมพิธีสวดไดโมขุทั้งๆที่ท่านมีภารกิจยุ่ง

           ตามที่ท่านทราบ พระสงฆ์และฆราวาสของนิชิเร็น โชชูกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ ขณะที่พวกเรามุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายแห่งการมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คน ในศุภวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ผู้ก่อตั้งของพวกเรา ในปี ค.ศ. 2021

           การมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คนคือคำปฏิญาณซึ่งพวกเรากล่าวเบื้องหน้าโกฮนซน  นี่คือเป้า หมายสำคัญที่สุดที่สมาชิกทุกเขตต้องผนึกความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายของพวกเขาไม่ว่าในกรณีใด บนพื้นฐานความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาส ด้วยจิตวิญญาณต่างกายใจเดียว

           เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ พวกเราแต่ละคนต้องเคารพคำสอน “ชีวิตของคนๆหนึ่งไม่มีความ หมาย ในขณะที่ธรรมะสูงส่งที่สุด  ท่านควรจะเต็มใจอุทิศชีวิตของท่านเพื่อเผยแผ่ธรรมะ”  หลังจากนั้น ต้องอุทิศตัวพวกเราเองอย่างจริงจังในการสวดไดโมขุด้วยความตระหนักและความตั้งใจแน่วแน่ในฐานะลูกศิษย์และผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระพุทธะแท้ในสมัยปัจฉิมธรรม  สิ่งจำเป็นคือ พวกเราทำชะคุบุขุอย่างกล้าหาญจากกุศลผลบุญและความปิติที่ได้จากการสวดไดโมขุ

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงนันโจ เฮียวเอะ ชิชิโร” ดังต่อไปนี้:

           “แม้แต่ผู้ที่มีความศรัทธาลึกซึ้งแต่ไม่ประณามศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ไม่ว่าคนๆหนึ่งได้ รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่อะไรจากการทำความดี ถึงแม้ว่าเขาคัดลอกสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งพระสูตร 10 ล้านจบ และบรรลุการสังเกตจิตใจตามหลักการอิชิเน็น ซันเซ็น (หนึ่งขณะจิตสามพัน) ถ้าเขาไม่ประณามศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เขาจะไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้ง

            ยกตัวอย่าง คนๆหนึ่งอาจจะรับใช้สำนักจักรพรรดิอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลา 10 ถึง 20 ปี แต่ถ้าเขาจำศัตรูของจักรพรรดิได้และไม่รายงานและไม่รู้สึกความเป็นศัตรูโดยส่วนตัว การรับใช้ทั้งหมดซึ่งเขาเคยถวายจนถึงเวลานั้นถือว่าสูญเปล่า เขากลับจะถูกลงโทษ ท่านต้องรู้ว่าทุกคนในสมัยนี้เป็นผู้ดูหมิ่นธรรมะ” (ชินเพ็น หน้า 322-323)

            พระนิชิเร็น ไดโชนินเตือนอย่างเข้มงวดว่าถึงแม้ว่าบุคคลหนึ่งมีความศรัทธาลึกซึ้ง ไม่ประณามศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถ้าเขาหรือเธอไม่หักล้างการดูหมิ่นธรรมะหรือไม่ทำชะคุบุขุเพื่อช่วยผู้คนให้พ้นจากพิษแห่งคำสอนนอกรีต คนประเภทนั้นจะไม่บรรลุการรู้แจ้ง ไม่ว่าบุคคลนี้สะสมเหตุดีอะไร อาทิ การคัดลอกสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งพระสูตร 10 ล้านจบ หรือเข้าใจคำสอนหนึ่งขณะจิตสามพันด้วยการสังเกตจิตใจ  ทั้งนี้เนื่องจากการทำความดีเช่นนั้นไม่ใช่การทำความดียิ่งใหญ่แท้จริง 

           “ไม่ว่าคนๆหนึ่งอาจจะทำความดียิ่งใหญ่อะไร คนๆนั้นจะไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้ง” หมายถึง การทำความดีเช่นนั้นไม่ใช่การทำความดียิ่งใหญ่แท้จริง  กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถึงแม้ว่าทั้งสอง[การกระทำ]เป็นการทำความดี  มีการทำความดีขนาดเล็กและการทำความดียิ่งใหญ่  ดังนั้น ถึงแม้ว่าคนๆหนึ่งเชื่อว่าเขาหรือเธอกำลังทำความดียิ่งใหญ่ มันเป็นการทำความดีขนาดเล็กเท่านั้น  การปฏิบัติธรรมมหัศจรรย์(เมียวโฮ)คือการทำความดียิ่งใหญ่แท้จริง 

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ฉบับเดียวกันดังต่อไปนี้:

“ถึงแม้ว่าทั้งสอง[คำสอน]ดี ถ้าท่านใช้ความดีที่ด้อยกว่า[ของคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร]และบังคับบางคนให้ละทิ้งความดีที่เหนือกว่า[แห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร] ท่านจะตกสู่ 3 หนทางชั่ว” (ชินเพ็น หน้า 323)    

พระนิชิเร็น ไดโชนินเตือนอย่างเข้มงวดว่าการทำความดีในแง่ของคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งตรงกันข้ามกับการทำความดียิ่งใหญ่ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร คือความดีเล็กๆ ในความเป็นจริง เหล่านี้ไม่ใช่ความดีแท้ แต่เป็นความชั่วและจะทำให้คนๆหนึ่งตกนรก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การทำความดีของคนๆหนึ่งที่ไม่ประณามศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตรไม่ ใช่การทำความดีแท้  การทำความดียิ่งใหญ่แท้หมายความว่าคนๆหนึ่งศรัทธาและยึดมั่นเมียวโฮ-เร็งเง-เคียวของการหว่านเมล็ดแห่งเหตุแท้ และช่วยคนมากมายที่ทนทุกข์จากพิษแห่งการนับถือคำสอนนอกรีตโดยตัดสินใจเริ่มด้วยตัวเอง นั่นคือ การอุทิศตัวเองเพื่อทำชะคุบุขุ ซึ่งเป็นการปฏิบัติเพื่อตัวเองและผู้อื่น และเป็นความดียิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาเหตุดียิ่งใหญ่ทั้งหมด

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนเพิ่มเติม:

           “คนๆหนึ่งอาจจะรับใช้สำนักจักรพรรดิอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลา 10 ถึง 20 ปี แต่ถ้าเขาจำศัตรูของจักรพรรดิได้และไม่รายงานและโดยส่วนตัวก็ไม่รู้สึกความเป็นศัตรู การรับใช้ทั้งหมดซึ่งเขาเคยถวายจนถึงเวลานั้นถือว่าสูญเปล่า เขากลับจะถูกลงโทษ” (อ้างแล้ว) 

           ในข้อความนี้ ท่านสอนว่าเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผู้นับถือและลูกศิษย์ของพระนิชิเร็นไดโชนิน คือรู้ว่าผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมทุกคนคือผู้ดูหมิ่น และทำชะคุบุขุ

            ตามที่อาตมากล่าวมาแล้ว ณ เวลานี้ สมาชิกของนิชิเร็น โชชูในแต่ละเขตทั่วโลกกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับฆราวาสด้วยจิตวิญญาณต่างกายใจเดียว มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายแห่งการมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คน ในศุภวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ผู้ก่อตั้งของพวกเรา ในปี ค.ศ. 2021 ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 ปีเท่านั้น  ณ เวลานี้ พวกเราต้องทำให้คำปฏิญาณซึ่งพวกเรากล่าวเบื้องหน้าโกฮนซนสำเร็จลุล่วง ไม่ว่ากรณีใดๆ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

          “บัดนี้คือเวลาแห่งสมัยปัจฉิมธรรม เมื่อคนๆหนึ่งสามารถบรรลุพุทธภาวะโดยการเผยแผ่อักษร 7 ตัวแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว, และทำให้ผู้อื่นสามารถรับกุศลผลบุญ[จากพระพุทธะ]

           (บทธรรมนิพนธ์ “บันทึกคำบรรยาย” ชินเพ็น หน้า 1818)

อาตมาอธิษฐานอย่างจริงใจว่าท่านจะสลักคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำเหล่านี้ลงในหัวใจของท่าน และอุทิศตัวท่านเองต่อการปฏิบัติให้มากขึ้น มุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายชะคุบุขุของพวกเรา

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association