วัดไทเซคิจิ

คำบรรยายโอโกะ – เมษายน 2019

 

บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงนันโจ เฮียวเอะ ชิชิโร”

            “ไม่ว่าคนๆหนึ่งได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่อะไรจากการทำความดี ถึงแม้ว่าเขาคัดลอกสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งพระสูตร 10 ล้านจบ และบรรลุการสังเกตจิตใจตามหลักการอิชิเน็น ซันเซ็น (หนึ่งขณะจิตสามพัน) ถ้าเขาไม่ประณามศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร, เขาจะไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้ง

            ยกตัวอย่าง คนๆหนึ่งอาจจะรับใช้สำนักจักรพรรดิอย่างซื่อสัตย์เป็นเวลา 10 ถึง 20 ปี แต่ถ้าเขาจำศัตรูของจักรพรรดิได้และไม่รายงานและโดยส่วนตัวก็ไม่รู้สึกความเป็นศัตรู การรับใช้ทั้งหมดถือว่าสูญเปล่า เขากลับจะถูกลงโทษ ท่านต้องรู้ว่าทุกคนในสมัยนี้เป็นผู้ดูหมิ่นธรรมะ

(ชินเพ็น หน้า 322-323)

ภูมิหลังและสาระสำคัญ

บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เขียนในวันที่ 13 ธันวาคม ปีที่ 1 แห่งสมัยบุนเออิ (ค.ศ.1264) ประมาณ 1เดือนหลังจากการบีฑาธรรมที่โคมัตสึบาระ ขณะนั้นพระนิชิเร็น ไดโชนินอายุ 43 ปี และท่านส่งจดหมายฉบับนี้จากจังหวัดอาวะ (จังหวัดชิบะในปัจจุบัน) ถึงนันโจ เฮียวเอะ ชิชิโร พ่อของนันโจ โทคิมิตสึ  เฮียวเอะ ชิชิโร เป็นทหารซามูไรที่รับใช้ตระกูลโฮโจที่เป็นคณะผู้สำเร็จราชการ แต่เดิมเขาอยู่ในบริเวณนันโจ จังหวัดอิสึ แต่ต่อมาเขาย้ายไปอยู่ที่บริเวณฟูจิและเป็นเจ้าของที่ดิน[ภายใต้ระบบการจัดที่ดินแบบศักดินา] บริเวณอูเอโนะ  ด้วยเหตุผลนี้ เขาถูกรู้จักโดยทั่วไปว่าผู้ปกครองอูเอโนะ  ในตอนแรก เขาเป็นผู้นับถือนิกายเน็มบุตสึ (สุขาวดี) แต่กล่าวกันว่าเขาได้รับการสั่งสอนจากพระนิชิเร็น ไดโชนินราวสมัยโคโจ (ค.ศ.1261-1264) และเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธแท้

พระนิชิเร็น ไดโชนินประสบการบีฑาธรรมรุนแรงที่โคมัตสึบาระ ตามที่บรรยายในข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยการบีฑาธรรมพระพุทธะ” ดังต่อไปนี้:

            “เขาได้รับบาดเจ็บบนหน้าผากและแขนซ้ายถูกตีและหัก” (ชินเพ็น หน้า 1396)

บาดแผลของพระนิชิเร็นไดโชนินยังไม่หาย แต่ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้ทันทีถึงเฮียวเอะ ชิชิโร ทันทีที่ท่านรู้ว่าเขาทนทุกข์จากความเจ็บป่วยร้ายแรง ในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ประการแรก ท่านใช้คำพูดแสดงความเป็นห่วงเฮียวเอะ ชิชิโร ที่ป่วยอยู่บนเตียง ต่อมา จากคำแนะนำ 5 ประการเพื่อการเผยแผ่ ท่านประณามความเชื่อนอกรีตของนิกายเน็มบุตสึและสรรเสริญความจริงของสัทธรรมปุณฑริกสูตร หลังจากนั้น ท่านบรรยายสถานการณ์การบีฑาธรรมที่โคมัตสึบาระและจบจดหมายฉบับนี้ด้วยคำพูด:

            “ถ้าท่านตายก่อนอาตมา ท่านต้องประกาศว่าท่านเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรระดับยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศญี่ปุ่น  อย่างไรก็ตาม ท่านต้องรู้ว่า ถ้าท่านยึดมั่นทั้งเน็มบุตสึและสัทธรรมปุณฑริกสูตรในการปฏิบัติของท่าน ท่านจะไม่มีวันบรรลุการรู้แจ้ง”

(ชินเพ็น หน้า 326, สรุปความ)

            ในข้อความซึ่งพวกเราให้ความสนใจในวันนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินแนะนำพวกเราไม่ให้ปฏิบัติเพื่อพวกเราเองเท่านั้น  ท่านสอนว่าสิ่งจำเป็นคือทำชะคุบุขุเพื่อประณามคำสอนอื่นที่มิใช่สัทธรรมปุณฑริกสูตร  ท่านสนับสนุนพวกเราอย่างแข็งขันให้ทำชะคุบุขุเพื่อที่พวกเราจะสามารถบรรลุการรู้แจ้ง

ประเด็นสำคัญในคำเทศนา

สมาชิกฮกเคโคทุกคนควรจะทำชะคุบุขุ

เมื่อนันโจ เฮียวเอะ ชิชิโรได้รับจดหมายฉบับนี้จากพระนิชิเร็น ไดโชนิน ความศรัทธาของเขายังไม่เต็มที่  ยิ่งร้ายไปกว่านั้นก็คือ คนรอบกายเขาส่วนใหญ่เป็นผู้ศรัทธานิกายเน็มบุตสึแรงกล้า และเขาอยู่บนเตียงคนป่วยเพื่อต่อสู้กับความตาย พระนิชิเร็น ไดโชนินพูดกับเฮียวเอะ ชิชิโร ที่อยู่ในสภาพ การณ์ยากลำบากนี้ ดังต่อไปนี้:

            “บัดนี้คือเวลาที่ท่านต้องปลุกเร้าความศรัทธาของท่านและประณามคำสอนที่ไม่ถูกต้อง”

(ชินเพ็น หน้า 325, สรุปความ)

            ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายว่าชะคุบุขุสำคัญอย่างยิ่ง  ท่านยกตัวอย่าง “คนๆหนึ่งอาจจะรับใช้สำนักจักรพรรดิอย่างซื่อสัตย์”  ท่านเตือนพวกเราว่า ไม่ว่าพวกเราอาจจะปฏิบัติความศรัทธาของพวกเราเป็นเวลานานเท่าใดและอย่างเข้มแข็งปานใด พวกเราไม่สามารถคาดหวังว่าจะบรรลุการรู้แจ้งถ้าพวกเราละเลยไม่ทำชะคุบุขุ ถึงแม้ว่าพวกเรากำลังทนทุกข์จากความเจ็บป่วยและถึงแม้ว่าพวกเราเพิ่งจะเริ่มปฏิบัติ ชะคุบุขุคือรูปแบบสำคัญของการปฏิบัติศาสนาพุทธที่พวกเราต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลนี้ โดยการอ้างข้อความซึ่งพวกเรากำลังศึกษา พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำ แนะนำแก่พวกเราดังต่อไปนี้:

            “พวกเราต้องเข้าใจว่าอย่างถ่องแท้ว่า ถ้าพวกเราละเลยไม่ทำชะคุบุขุในการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา เมื่อนั้น พวกเราไม่ได้ยึดมั่นการปฏิบัติถูกต้องตามเจตนารมณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน  เมื่อพวกเราปฏิบัติอย่างถูกต้องและตรงตามเจตนารมณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พวกเราสามารถคาดหวังว่าจะรับกุศลผลบุญมากมายและไร้ขอบเขตของโกฮนซนและบรรลุการรู้แจ้งในชาตินี้”

(วารสารไดนิชิเร็น, มิถุนายน 2018)

ทุกคนสามารถบรรลุการรู้แจ้งโดยการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่นเท่านั้น

ในสมัยปัจฉิมธรรม ทั้งการปฏิบัติเพื่อตัวเอง(จิเกียว)และการปฏิบัติเพื่อผู้อื่น(เคทะ)จำเป็นต่อการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่นเปรียบได้กับ 2 ล้อของเกวียนและ 2 ปีกของนก ถ้าล้อใดล้อหนึ่งของเกวียนไม่หมุน เมื่อนั้น เกวียนเล่มนั้นจะอยู่ที่เดิมและจะไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้า  และนกตัวหนึ่งจะไม่สามารถบินสู่จุดหมายปลายทางด้วยปีกเดียวเท่านั้น  นี่คือเหตุผลแท้ทำไมพระนิชิเร็น ไดโชนิน ในข้อความปัจจุบันสอนพวกเราว่า ไม่ว่าพวกเราปฏิบัติเพื่อพวกเราเอง อาทิ สวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุอย่างขยันอย่างไร พวกเราไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้ง ถ้าพวกเราไม่ทำชะคุบุขุเพื่อนำผู้อื่นมาสู่คำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนิน

ดังนั้น พวกเราต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถของพวกเราอย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติเพื่อพวกเราเอง โดยการสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุ และเพื่อผู้อื่น โดยทำชะคุบุขุและดูแลผู้นับถือใหม่  การปฏิบัติเพื่อตัวเองและเพื่อผู้อื่นสำคัญมากเพื่อเดินหน้าสู่จุดหมายปลายทางแห่งการบรรลุการรู้แจ้งของพวกเราในชาตินี้ (อิสโช โจบุตสึ) และโคเซ็น-รุฝุ  พวกเราต้องไม่ลืมความหมายนี้

พวกเราสามารถชะคุบุขุคนที่อยู่ใกล้

ประโยคสุดท้ายของข้อความซึ่งพวกเราให้ความสนใจมีใจความว่า:

            “ท่านต้องรู้ว่าทุกคนในสมัยนี้เป็นผู้ดูหมิ่นธรรมะ” (ชินเพ็น หน้า 323)

มีหลายคนที่ไม่รู้เกี่ยวกับนิชิเร็น โชชู  พวกเราต้องนำพวกเขามาสู่คำสอนแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน  พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ฉบับอื่น:

            “อย่างไรก็ตาม ถ้าคนๆหนึ่งเห็นและได้ยินการดูหมิ่นธรรมะและไม่ประณาม เมื่อนั้น คุณสมบัติ 2 ประการของเขาแห่งการมองเห็นและการได้ยินถูกต้องจะเสื่อมลงทันที และคนๆนั้นจะเป็นบุคคลไร้ความเมตตาและไม่มีน้ำใจ

            มหาธรรมาจารย์ฉางอันกล่าว “ถ้าท่านคบกับผู้[ที่ดูหมิ่นธรรมะแท้]และขาดความเมตตาที่จะแก้ไขพวกเขา เมื่อนั้นท่านเป็นศัตรูของพวกเขา” ”

(บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบภรรยาของอบุตสึโบ” ชินเพ็น หน้า 906)  

            ถ้าพวกเราเห็นบางคนที่ยังไม่ได้ปฏิบัติศาสนาพุทธของพระนิชิเร็นไดโชนินและไม่ทำชะคุบุขุ ถือว่าขาดความเมตตาอย่างยิ่ง นอกจากนี้ พวกเราจะมีความผิดฐานดูหมิ่นธรรมะด้วย  ในทางตรงกันข้าม ขอให้พวกเราท้าทายพวกเราเองในการทำชะคุบุขุอย่างแข็งขันโดยบอกศาสนาพุทธนี้กับผู้คนที่ยังไม่ได้นับถือและเปลี่ยนใจมานับถือศาสนาพุทธแท้

พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงจขุนิชิ-โบ” ดังต่อไปนี้:

            “ดังนั้น ผู้ที่เป็นลูกศิษย์และผู้ติดตามพระนิชิเร็นควรจะรู้ว่าพวกเขามีกรรมสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอาตมา และเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตรด้วยจิตวิญญาณเดียวกัน

(ชินเพ็น หน้า 1394)

           พวกเราที่เป็นลูกศิษย์และผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนิน มีภารกิจสูงส่งในการเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตรโดยมีจิตวิญญาณเดียวกับพระนิชิเร็น ไดโชนิน  และเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าการเผยแผ่สัทธรรมปุณฑริกสูตร ธรรมบริสุทธิ์ที่สูงส่งที่สุด คือการทำชะคุบุขุ

พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกล่าวในสาส์นปีใหม่ ค.ศ.2018:

            “ใน “คำสอนทางสายกลาง” (จูโย) กล่าวดังต่อไปนี้:

            “ถ้าบางคนสามารถทำบางสิ่งด้วยความพยายามครั้งเดียว ข้าพเจ้าจะพยายาม 100 ครั้งเพื่อทำเรื่องเดียวกัน  และถ้าคนๆหนึ่งสามารถทำอีกสิ่งหนึ่งสำเร็จด้วยความพยายาม 10 ครั้ง ข้าพเจ้าจะพยายาม 1,000 ครั้งเพื่อทำให้สำเร็จ”

(ประมวลงานเขียนทางประวัติศาสตร์ของชาวจีนและคำอธิบายในภาษาญี่ปุ่น เล่ม 14 หน้า 517)

            ข้อความนี้หมายความว่าโดยการใช้ความพยายามเช่นนั้น แม้แต่บุคคลที่มีความสามารถด้อยกว่าหรือบางคนที่มีบุคลิกภาพอ่อนแอก็สามารถปฏิบัติภาระหน้าที่สำคัญได้สำเร็จในทุกสิ่ง

            สมมุติว่า ผู้อื่นทำชะคุบุขุสำเร็จด้วยความพยายามครั้งเดียวหรือ 100 ครั้ง  ท่านได้พยายาม 10 หรือ 1,000 ครั้งเพื่อให้เกิดผลชะคุบุขุใช่ไหม?  พวกเราควรจะสำรวจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการปฏิบัติชะคุบุขุ จงจดจำประเด็นนี้”

(จุลสารไดเบียะขุโฮ, 1 มกราคม 2018)

            ขอให้พวกเราปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสังฆราชอย่างจริงใจ ปฏิบัติในแต่ละวันอย่างต่อ เนื่องเพื่อความก้าวหน้ายิ่งขึ้น

บทสรุป

เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 ปี ก็จะถึงศุภวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน(ผู้ก่อตั้ง)ของพวกเรา  เพื่อที่จะมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คน ทั้งในนามและในความเป็นจริง ในศุภวาระนี้ และเพื่อที่จะตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเราอย่างจริงใจ ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวระหว่างพระสงฆ์กับผู้นับถือฆราวาส ณ เวลานั้น พวกเราทุกคนต้องมีการปฏิบัติเข้มแข็งเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น และพวกเราแต่ละคนต้องชะคุบุขุอย่างกล้าหาญให้ได้ 1 คนแน่นอน  ยิ่งกว่านั้น พวกเราต้องไม่ละเลยที่จะทุ่มเทความพยายามที่จริงใจในการพัฒนาความศรัทธาของผู้นับถือใหม่

อาตมาอธิษฐานอย่างจริงใจว่าท่านจะดูแลสุขภาพของท่านให้ดีและอาตมาหวังว่าท่านสามารถร่วมการประชุมและพิธีอื่นทั้งหมดในพื้นที่ของแต่ละท่าน

 

ข้อความอธิบายเพิ่มเติม

ข้อความตอนต้นบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบนันโจ เฮียวเอะ ชิชิโร”

“อาตมาได้ยินว่าท่านกำลังทนทุกข์จากความเจ็บป่วย  มันเป็นจริงหรือเปล่า?  ความไม่แน่นอนของโลกนี้คือเช่นนั้น แม้แต่คนที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไป  ยิ่งคนที่เจ็บป่วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  ดังนั้น บุคคลที่รอบคอบควรจะตระเตรียมจิตใจของพวกเขาสำหรับชีวิตที่กำลังจะมาถึง  แม้กระนั้น คนๆหนึ่งไม่สามารถตระเตรียมจิตใจของเขาสำหรับชีวิตในชาติหน้าได้ด้วยความพยายามของเขาเองเพียงอย่างเดียว  เขาจะสามารถทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อเขามีพื้นฐานคำสอนของพระศากยมุนี อาจารย์ดั้งเดิมของมวลมนุษย์ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม คำสอนของพระพุทธะมีมากมาย บางทีเนื่องจากจิตใจของผู้คนแตกต่างกันมาก อย่างไรก็ตาม พระศากยมุนีเทศนาเป็นเวลา 50 ปี ในบรรดาคำสอนที่พระองค์เทศนาในช่วง 40 กว่าปีแรก, พวกเราพบอวตังสกสูตร(เคงน) ซึ่งกล่าวว่า “จิตใจ พระพุทธะและมวลมนุษย์ – 3 สิ่งเหล่านี้      ไม่มีความแตกต่างกัน” อาคมสูตร(อะงน) ซึ่งบรรยายหลักแห่งความทุกข์ ความว่างเปล่า ความไม่จีรัง และความไม่เห็นแก่ตัว มหาสันนิบาตสูตร(ไดจูกุ) ซึ่งยืนยันการแทรกซึมเข้าด้วยกันระหว่างลักษณะสกปรกกับลักษณะบริสุทธิ์ ไดบน ฮันเนียะสูตร ซึ่งสอนความเหมือนซึ่งกันและกันและการไม่แบ่งแยกออกเป็น 2 ลักษณะ และมหาสุขาวดีวยูหสูตร(มุเรียวจุ) อมิตายุรธยานสูตร(คัมมุเรียวจุ) และจุลสุขาวดีวยูหสูตร(อมิตา) ซึ่งเน้นการไปเกิดใหม่ในดินแดนสุขาวดี  คำสอนทั้งหมดเหล่านี้ถูกเทศนาเพื่อที่จะช่วยเหลือมวลมนุษย์ในสมัยสุทธิธรรม รูปธรรม และปัจฉิมธรรมอย่างแน่นอน”

(ชินเพ็นหน้า 321 ; MW 6 หน้า 19-20)

            การสังเกตจิตใจ(คันจิน): เห็นหรือตื่นรู้เกี่ยวกับความจริงสูงสุดซึ่งอยู่ในชีวิตของตน การสังเกตจิตใจเน้นเป็นพิเศษในการปฏิบัติของพระเทียนไท้ การทำสมาธิซึ่งเน้นไปที่ธรรมชาติแท้ของจิต

            การบีฑาธรรมที่โคมัตสึบาระ: ความพยายามโดยโตโจ คาเงะโนบุเพื่อฆ่าพระนิชิเร็นไดโชนินที่โคมัตสึบาระ จังหวัดอาวะในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ.1264  คาเงะโนบุ ผู้ดูแลหมู่บ้านโตโจและเป็นผู้นับถือนิกายเน็มบุตสึ เป็นศัตรูของพระนิชิเร็นไดโชนินตั้งแต่เวลาที่ท่านประกาศศาสนาพุทธแท้ ณ วัดเซอิโชจิในวันที่ 28 เมษายน ค.ศ.1253 เขาโกรธจัดที่ท่านประณามนิกายเน็มบุตสึที่เขานับถือและเขาพยายามฆ่าท่าน  แต่พระกิโจ-โบและพระโจเค็น-โบช่วยพาท่านหลบหนี  ความเกลียดชังของเขาไม่บรรเทาลงหลังจากพระนิชิเร็นไดโชนินได้รับอภัยโทษเนรเทศไปแหลมอิสึ[ตั้งแต่ 12 พฤษภาคม ค.ศ.1261 ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1263] ท่านกลับมาเมืองคามากุระ ปีค.ศ.1264 ท่านไปเยือนหมู่บ้านเกิดในจังหวัดอาวะ  พ่อของท่านถึงแก่กรรมแล้วในปีค.ศ.1258 และตอนนี้แม่ของท่านป่วยหนัก  หลังจากสวดมนต์ให้แม่ของท่านหายป่วย ท่านใช้ที่พำนักเป็นวัดเรียกว่า “เร็งเง-จิ”  ณ เวลานั้น ผู้นับถือคนหนึ่งนามคุโด โยชิทากะเชิญท่านไปพักที่บ้านของเขา เวลาโพล้เพล้(ตอนเย็นย่ำค่ำ) ระหว่างทางไปที่บ้านของโยชิทากะ พระนิชิเร็นไดโชนินและคณะประมาณ 10 คนถูกคาเงะโนบุและคนของเขาซุ่มโจมตี ณ สถานที่ซึ่งเรียกว่าโคมัตสึบาระ  ท่านถูกดาบฟันหน้าผากและแขนซ้ายหัก, ผู้ติดตาม 2 คน, เคียวนิน-โบและโยชิทากะ ถูกฆ่าในที่เกิดเหตุ

            นันโจเฮียวเอะชิชิโร[?-ค.ศ.1265]: ผู้นับถือฆราวาสที่อาศัยอยู่ในบริเวณอูเอโนะ เมืองฟูจิโนมิยะ จังหวัดชิซูโอกะในปัจจุบัน  เขาเป็นผู้นับถือพระนิชิเร็น ไดโชนินในขณะที่เขาทำงานกับตระกูลโฮโจในเมืองคามากุระ  ภรรยาของเขาเป็นลูกสาวของมัตสึโนะ โรคุโร ซาเอมน นิวโด  เขาเป็นพ่อของ นันโจ โทคิมิตสึ ผู้นับถือฆราวาสที่ถวายที่ดินเพื่อสร้างวัดใหญ่ไทเซคิจิ  หลังจากเขาถึงแก่กรรม พระนิชิเร็นฯไปเยือนสุสานของเขา

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association