วัดไทเซคิจิ

คำบรรยายโอโกะ – สิงหาคม 2019

 

บทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา”

 

“ถึงแม้ว่าอาตมา นิชิเร็น และลูกศิษย์ของอาตมาอาจจะเผชิญความยากลำบากต่างๆ พวกเราจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน ตราบใดที่ไม่มีความสงสัย จงอย่าสงสัยว่าสวรรค์จะไม่คุ้มครองท่าน จงอย่าหมดกำลังใจเนื่องจากท่านไม่มีชีวิตที่สบายและมั่นคงในชาตินี้ ถึงแม้ว่าอาตมาสอนเรื่องนี้แก่ลูกศิษย์ของอาตมาทั้งวันและคืน หลายคนเกิดความสงสัย ละทิ้งความศรัทธา ผู้ที่มีความศรัทธาอ่อนแอมักจะลืมสิ่งที่พวกเขาเคยสัญญา ณ เวลาวิกฤต” (โกโช หน้า 574)

 

คำอธิบาย

ถึงแม้ว่าลูกศิษย์ของอาตมาและอาตมาอาจจะเผชิญความยากลำบากมากมาย ตราบใดที่พวกเราไม่มีความสงสัยในหัวใจ พวกเราจะบรรลุพุทธภาวะอย่างแน่นอน พวกเราต้องไม่มีความสงสัยโดยคิดว่าสวรรค์จะไม่ให้การคุ้มครองแก่พวกเรา พวกเราต้องไม่หมดกำลังใจเนื่องจากชีวิตนี้ไม่สบายและไม่สะดวก  อาตมาสอนเรื่องนี้แก่ลูกศิษย์ของอาตมาทั้งวันและคืน แต่พวกเขายังคงมีความสงสัยและละทิ้งความศรัทธาของพวกเขา  คนโง่มักจะลืมคำสัญญาของพวกเขาเมื่อถึงเวลาวิกฤต

 

คำอธิบายคำศัพท์สำคัญ

บรรลุพุทธภาวะ: บรรลุภูมิชีวิตแห่งการรู้แจ้ง

สวรรค์จะไม่คุ้มครองท่าน: “สวรรค์” ณ ที่นี้หมายถึงธรรมบาลเทว(โชเท็นเซ็นจิ่น) อาทิ พระมหาพรหม (ภาษาญี่ปุ่น:ไดบน-เท็นโน) พระสักกะ เทวานัม อินทร์ (ภาษาญี่ปุ่น:ไทชะขุ-เท็นโน) และพระสุริยเทพ (ภาษาญี่ปุ่น:ไดนิตเท็นโน) ธรรมบาลเทวเหล่านี้จะคุ้มครองผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรแน่นอน ตามที่ถูกเขียนไว้ในบท “การปฏิบัติที่สงบสุข”(อันระกึเกียว:บทที่ 14) ของสัท ธรรมปุณฑริกสูตร: “เทพทั้งวันและคืนเพื่อเห็นแก่ธรรมะจะคุ้มครองและปกป้องพวกเขาเสมอ”

(โฮเคเคียว หน้า 396; สัทธรรมปุณฑริกสูตร แปลโดยวัตสัน หน้า 206)

ผู้ที่มีความศรัทธาอ่อนแอ: คนโง่ที่มีความศรัทธาไม่เข้มแข็งและไม่สม่ำเสมอ 

มักจะลืม: ท่าทีหรือปฏิกิริยาทั่วไป ติดเป็นนิสัย  ณ ที่นี้ หมายถึงปฏิกิริยาทั่วไปของผู้ที่มีความศรัทธาอ่อนแอ ซึ่งลืมคำสัญญาของพวกเขา

 

ภูมิหลังและสาระสำคัญ

บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ถูกเขียนในเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ 9 แห่งสมัยบุนเอ(ค.ศ.1272) ประมาณ 4เดือนหลังจากพระนิชิเร็น ไดโชนินถูกเนรเทศมาถึงเกาะซาโดะ ขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินอายุ 51 ปี  และท่านเขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ณ ทุ่งสึคาฮาระ บนเกาะซาโดะ และเขียนถึงลูกศิษย์ทุกคนรวมทั้งชิโจ คิงโงะ ที่เป็นตัวแทนสำคัญ

บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้และบทธรรมนิพนธ์ “สิ่งสักการะแท้” ถือว่าเป็นบทธรรมนิพนธ์สำคัญและจัดว่าเป็นบทธรรมนิพนธ์สำคัญ 5 ฉบับของพระนิชิเร็น ไดโชนิน

บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เริ่มต้นโดยใช้การเปรียบเทียบ 5 ระดับเพื่อประเมินความเหนือกว่า ความด้อยกว่า ความผิวเผินและความลึกซึ้งของพระสูตร หลังจากนั้น บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินคือ พระพุทธะแท้ในสมัยปัจฉิมธรรม ที่มีคุณธรรม 3 ประการ (ซัมโตกุ)แห่งเจ้านาย อาจารย์และบิดามารดา

ด้วยเหตุผลนี้ จึงถือว่าบทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” เป็นเอกสารที่เปิดเผยสิ่งสักการะในแง่ของบุคคล(นิน-ฮนซน)

ก่อนข้อความซึ่งพวกเรากำลังศึกษา พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ว่าเมื่อผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่เผยแผ่ศาสนาพุทธแท้เผชิญอุปสรรค พวกเขา “ชดใช้บาปกรรมของพวกเขาในอดีตทั้งหมด ในรูปของผลกรรมที่เบาลง เนื่องมาจากการปกป้องธรรมะในชาตินี้”(โกโช หน้า 573 สรุปความ)  ดังนั้น ท่านเปิดเผยกุศลผลบุญแห่งการบรรเทาผลกรรมของคนๆหนึ่ง

หลังจากนั้น ในข้อความซึ่งพวกเรากำลังศึกษา พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเราว่า ไม่คำนึงว่าพวกเราอาจจะเผชิญความลำบากต่างๆเพียงใด ถ้าพวกเราเชื่อในธรรมะแท้โดยไม่มีความสงสัยใดๆ และปฏิบัติต่อเนื่อง, พวกเราสามารถบรรลุการรู้แจ้งในรูปกายปัจจุบันแน่นอน

 

การยึดมั่นความศรัทธาและการปฏิบัติที่ไม่มีความสงสัยใดๆเลย (มุงิ วัสชิน)

ปีก่อนการเขียนบทธรรมนิพนธ์นี้ ในเดือนกันยายน ปีที่ 8 แห่งสมัยบุนเอ (ค.ศ.1271) ขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินประกอบกิจกรรมชะคุบุขุ การหักล้างความเชื่อนอกรีตและการเปิดเผยความจริงท่านประสบการบีฑาธรรมร้ายแรงที่มุ่งเอาชีวิต เกิดการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิและตามมาด้วยการถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ บรรดาผู้ติดตามพระนิชิเร็นไดโชนิน มีเป็นจำนวนมากที่เกิดความสงสัยในหัวใจ ละทิ้งความศรัทธา  เนื่องจากท่านประสบการบีฑาธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า

พระนิชิเร็น ไดโชนินวิตกกังวลมากต่อเหตุการณ์นี้ ท่านจึงเขียนบทธรรมนิพนธ์นี้ถึงลูกศิษย์และผู้ติดตามท่านและสอนหัวใจสู่การบรรลุการรู้แจ้งแก่พวกเขา  ท่านให้กำลังใจพวกเขา คำพูดที่ว่าถึงแม้ว่าพวกเราอาจจะ “เผชิญความยากลำบากต่างๆเพียงใด พวกเราจะบรรลุพุทธภาวะแน่นอน ตราบใดที่พวกเราไม่มีความสงสัย” ลูกศิษย์และผู้ติดตามทั้งหมดที่รับบทธรรมนิพนธ์นี้ต้องได้รับการปลุกเร้าความศรัทธาบริสุทธิ์ ไม่หวั่นไหวของพวกเขาและสัญญาซึ่งกันและกันว่าจะทุ่มเทความพยายามยิ่งขึ้นเพื่อทำชะคุบุขุและเผยแผ่ธรรมะ

พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำอธิบายเกี่ยวกับข้อความซึ่งพวกเรากำลังศึกษาดังต่อไปนี้:

“ณ ที่นี้พระนิชิเร็น ไดโชนินกำลังสอนพวกเราว่าสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งคือพวกเรายึดมั่นความศรัทธาโดยไม่มีความสงสัยใดๆ เพื่อที่จะบรรลุการรู้แจ้ง  วลี “ความศรัทธาโดยไม่มีความสงสัยใดๆ”(มุงิ วัสชิน) ตามตัวอักษรหมายถึง “ไม่มีความสงสัยรู้จักกันทั่วไปว่าความศรัทธา”  มันหมายถึงความศรัทธาและความเชื่อมั่นสมบูรณ์ต่อได-โกฮนซน”

(ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ที่ถูกเลือก( โกโช โยมน) เล่ม 1 หน้า 263)

พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวในบทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า”:

“อักษร “ความศรัทธา” (ชิน) นี้คือดาบคมที่สามารถตัดอวิชชา  ความศรัทธาหมายถึงไม่มีความสงสัยและคือดาบที่สามารถตัดความสงสัยและความหลงผิดทั้งหมด” (โกโช หน้า 1737) 

พวกเราต้องจำไว้เสมอว่าดาบทรงอานุภาพที่ตัดความสงสัยที่ซ่อนอยู่ภายในตัวพวกเราคือความศรัทธาและการปฏิบัติเข้มแข็งอย่างมีนัยสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือปฏิบัติตามความคิดที่ว่า “ความศรัทธาคือชะคุบุขุ” และสลักความเข้าใจที่ว่าในความศรัทธาแท้ต้องมีชะคุบุขุลงในหัวใจของพวกเรา, ขณะที่พวกเราเพิ่มความพยายามในการปฏิบัติศาสนาพุทธของพวกเรา

 

การทำชะคุบุขุอย่างแน่วแน่ขณะที่พวกเรายึดมั่นความศรัทธาตลอดชีวิตของพวกเราโดยไม่มีการถดถอย

อดีตพระสังฆราชนิคเค่น โชนินกล่าวเกี่ยวกับวลี “สิ่งที่พวกเขาเคยสัญญา” ในบทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” ดังต่อไปนี้: “ “สิ่งที่พวกเขาเคยสัญญา”หมายถึงอะไร?  มันคือคำสัญญาที่พวกเรากล่าวเมื่อพวกเราเป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินว่าจะละทิ้งคำสอนไม่ถูกต้องของนิกายชั่วคราวและผู้นำของพวกเขา ที่เทศนาคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรและคำสอนภาคทฤษฎี และยึดมั่นความจริงของอาจารย์แท้ของศาสนาพุทธแท้แห่งคำสอนแท้(ฮนมน)ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร ตั้งแต่ชีวิตปัจจุบันของพวกเราจนกว่าพวกเราจะบรรลุพุทธภาวะ” (วารสารได-นิชิเร็น กรกฎาคม 1997)

หมายความว่าเมื่อพวกเราแต่ละคนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะยึดมั่นความศรัทธานี้และรับศีล ข้างหน้าโกฮนซนที่วัด พวกเราสัญญาต่อโกฮนซนว่าพวกเราจะยึดมั่นศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน นั่นคือ ศาสนาพุทธแท้นี้ ตลอดชีวิตของพวกเรา

เป็นเรื่องปกติที่ ตราบใดที่พวกเรามีชีวิตบนโลกชั่วร้ายในสมัยปัจฉิมธรรมที่มีมลทิน 5 ประการ พวกเราจะเผชิญความยากลำบาก อุปสรรคและมารต่างๆ  นอกจากนี้ ถ้าพวกเราทำชะคุบุขุ มีบางครั้งที่ผู้คนจะวิจารณ์และดูหมิ่นพวกเรา อย่างไรก็ตาม พวกเราสัญญาอย่างหนักแน่นต่อโกฮนซนว่าพวกเราจะไม่มีวันละทิ้งความศรัทธาตลอดชีวิต ดังนั้น พวกเราต้องเตือนพวกเราเองเสมอถึงคำสัญญานี้และอย่าบ่น แม้แต่วินาทีเดียว ว่าสวรรค์ไม่ให้ความคุ้มครองพวกเราและอย่าบ่นว่าชีวิตปัจจุบันของพวกเราไม่สงบและไม่สะดวกสบาย พวกเราต้องยึดมั่นการปฏิบัติที่เด็ดเดี่ยวและหนักแน่นและทำชะคุบุขุอย่างแน่วแน่ ขอให้พวกเราเข้าใจว่าโดยการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาตั้งแต่เวลาที่พวกเราเริ่มนับถือศาสนาพุทธแท้เท่านั้น พวกเราจึงสามารถได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่แห่งการบรรลุการรู้แจ้งในรูปกายปัจจุบัน  ด้วยเหตุนี้ ขอให้พวกเราก้าวหน้าด้วยการทุ่มเทการทำชะคุบุขุให้มากขึ้น

 

คำแนะนำจากพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน

พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินกล่าว:

“ในบทธรรมนิพนธ์ “กุศลผลบุญของการทำบุญ” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว: “อย่างแน่นอน, สัญญาต้องเป็นสัญญา” (โกโช หน้า 825;บทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินเล่ม 1 หน้า 11)  นอก จากนี้ ในบทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” ท่านเขียน “ผู้ที่มีความศรัทธาอ่อนแอมักจะลืมสิ่งที่พวกเขาเคยสัญญา ณ เวลาวิกฤต” (โกโช หน้า 574)

ในความเป็นจริง การสร้างองค์กรฮกเคโคที่มีผู้นับถือ 800,000 คนในวาระการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน(ผู้ก่อตั้ง)ของพวกเราคือเรื่องที่พวกเราสัญญาต่อโกฮนซนอย่างหนักแน่น  เมื่อพวกเรารักษาสัญญาต่อพระรัตนตรัย, พวกเราจะสามารถตอบแทนหนี้บุญคุณต่อพระพุทธะอย่างแท้จริง  ผลที่เกิดขึ้น พวกเราจะสามารถสร้างความสุขมั่นคงในชีวิตของพวกเรา”

(วารสารได-นิชิเร็น, กุมภาพันธ์ 2019)

เช่นกัน ท่านกล่าว:

“ชะคุบุขุคือการปฏิบัติจริงและไม่ใช่การฝึกภาคทฤษฎี ไม่มีสูตรลับสำหรับชะคุบุขุที่จะรับ ประกันผลสำเร็จทุกครั้ง

ดังนั้น ลำดับแรกสำหรับพวกเราคือลุกขึ้นยืนและก้าวออกไป  หลังจากนั้น พวกเราต้องวิ่งเข้าหา และทำชะคุบุขุ…สิ่งสำคัญที่สุดคือก้าวออกไปและทำชะคุบุขุโดยไม่กลัวความล้มเหลว”

(วารสารได-นิชิเร็น, พฤษภาคม 2019)

พระสังฆราชสอนความสำคัญของการลงมือทำชะคุบุขุ เพื่อที่จะตอบแทนหนี้บุญคุณมากมายและลึกซึ้งต่อพระพุทธะ พระนิชิเร็น ไดโชนิน พระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสของนิชิเร็นโชชูทุกคนต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญของพวกเราในการนับถือศาสนาพุทธแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างแน่วแน่, บนพื้นฐานการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น

เหลืออีก 1 ปีครึ่งเท่านั้นก็จะถึงเวลาที่กำหนด ในการสร้างองค์กรฮกเคโคที่มีผู้นับถือ 800,000 คนเพื่อรำลึกถึงการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน(ผู้ก่อตั้ง)ของพวกเรา  เป็นธรรมดาที่อุปสรรคและมารจะปรากฏตัวต่อหน้าพวกเราและแข่งกันเพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของพวกเรา ขณะที่พวกเราก้าวหน้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดนี้ นี่คือเหตุผลที่พวกเราต้องรู้ว่านี่คือ “เวลาสำคัญ” และทุ่มเทพวกเราเองต่อความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรา โดยถือว่าความสำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรานี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

“ปีแห่งการก้าวไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญ” เหลือเวลาอีก 4 เดือนครึ่ง  พวกเราทุกคนควรจะหวนคิดถึงกิจกรรมด้านความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเราและถามพวกเราเองอย่างจริงใจ “ข้าพเจ้าควรจะสานต่อในสิ่งที่ได้ทำไปแล้วหรือไม่?”  เมื่อได้ครุ่นคิดแล้ว ถ้าพวกเรามีปัญหาที่พวกเราควรจัดการ  ขอให้พวกเราดำเนินการและแก้ไขอย่างแน่วแน่ ขอให้พวกเราทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถของพวกเราในการปฏิบัติจริงเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น ขณะที่พวกเราก้าวหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุในเขตสำหรับปีนี้

 

ข้อความอธิบายเพิ่มเติม

การเปรียบเทียบ 5 ระดับ (โกะจู โซไท): นี่คือระบบการจัดลำดับซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินบัญญัติขึ้นเพื่อแสดงว่าศาสนาพุทธแห่งการหว่านเหนือกว่าคำสอนอื่นทั้งหมด

1.การเปรียบเทียบระหว่างคำสอนศาสนาพุทธกับไม่ใช่ศาสนาพุทธ (ไนเงะ โซไท)

คำนี้ชี้ให้เห็นระดับแรกของการเปรียบเทียบ 5 ระดับซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินบัญญัติขึ้น

ณ ระดับนี้ เพื่อที่จะแสดงความเหนือกว่าของคำสอนศาสนาพุทธจึงเปรียบเทียบระหว่างคำสอนศาสนาพุทธกับคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธ

ศาสนาพุทธวิเคราะห์แต่ละปรากฏการณ์ในจักรวาลจากมุมมองของหลักแห่งเหตุ ปัจจัยสัมพันธ์ ผลซ่อนเร้นและผลสำแดงตลอด 3 ชาติแห่งอดีต ปัจจุบันและอนาคต

ในทางตรงข้าม คำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธคือคำสอนด้านเดียวเนื่องจากคำสอนเหล่านี้อยู่บนฐานความเชื่อเรื่องพรหมลิขิต พระประสงค์ของพระเจ้า หรือความเชื่อที่ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

พระนิชิเร็น ไดโชนินใช้ตัวอย่างศาสนาขงจื้อและเต๋าในประเทศจีนและศาสนาพราหมณ์ในประเทศอินเดียเป็นคำสอนที่ไม่ใช่ศาสนาพุทธที่แพร่หลายในสมัยที่ท่านมีชีวิต

2.การเปรียบเทียบระหว่างศาสนาพุทธมหายานกับหินยาน (ไดโช โซไท)

คำนี้ชี้ให้เห็นระดับที่ 2 ของการเปรียบเทียบ 5 ระดับ

ภายในคำสอนศาสนาพุทธ, มีคำสอนสำคัญ 2 ประเภท มหายานและหินยาน  มหายานหมายถึง “ยานลำใหญ่” และหินยานหมายถึง “ยานลำเล็ก”

คำว่า “ยาน” หมายถึงคำสอนเพื่อขนคนไปสู่การรู้แจ้ง  พระศากยมุนีอธิบายศาสนาพุทธหินยานในช่วงแรกๆแห่งการเทศนา, กล่าวคือ,สมัยอาคม  คำสอนเหล่านี้เพื่อการรู้แจ้งส่วนตัวของผู้ที่อยู่ในภูมิศึกษาและสมาธิ, ที่พยายามช่วยเหลือพวกเขาเองเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม ศาสนาพุทธมหายาน ซึ่งถูกอธิบายในสมัยอวตังสกไวปุลย ปรัชญาปารมิตา และสัทธรรมปุณฑริก-นิรวาณ คือคำสอนเพื่อนำทั้งตัวเองและผู้อื่นไปสู่การรู้แจ้ง ดังนั้น คำสอนลึก ซึ้งของศาสนาพุทธมหายานเหนือกว่าคำสอนศาสนาพุทธหินยาน
3.การเปรียบเทียบระหว่างสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร (กนจึตสึ โซไท)

นี่คือระดับที่ 3 ของการเปรียบเทียบ 5 ระดับ  ณ ระดับนี้ ทำการเปรียบเทียบระหว่างคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรซึ่งเทศนาตลอด 42 ปีก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรและคำสอนแท้ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร  คำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่เป็นคำสอนชั่วคราวถือว่าด้อยกว่าเนื่องจากคำสอนเหล่านี้เป็นกุศโลบายที่ถูกสอนตามความสามารถของผู้คน  สัทธรรมปุณฑริกสูตรถือว่าเหนือกว่าเนื่องจากมันเปิดเผยความจริงสูงสุดตามจิตใจของพระพุทธะเอง

4.การเปรียบเทียบระหว่างคำสอนแท้(ฮนมน) กับคำสอนภาคทฤษฎี(ชกุมน) (ฮน-จขุ โซไท)

นี่คือระดับที่ 4 ของการเปรียบเทียบ 5 ระดับ  ณ ระดับนี้ ทำการเปรียบเทียบระหว่างคำสอนภาค ทฤษฎีกับคำสอนแท้ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเพื่อที่จะอธิบายความเหนือกว่าของคำสอนแท้อย่างชัดเจน

สัทธรรมปุณฑริกสูตรถูกแบ่งออกเป็นคำสอนภาคทฤษฎีกับคำสอนแท้  14 บทแรกของสัทธรรมปุณฑริกสูตรถูกเรียกว่าคำสอนภาคทฤษฎี(ชกุมน) เนื่องจากพระพุทธะอธิบายคำสอนภายในบทเหล่านี้จากทัศนะของพระพุทธะที่บรรลุการรู้แจ้งเป็นครั้งแรกในชาตินี้ที่ประเทศอินเดีย  14 บทที่เหลือถูกเรียกว่าคำสอนแท้(ฮนมน) เนื่องจากพระศากยมุนี, ที่เปิดเผยสถานะแท้ว่าพระองค์บรรลุการรู้แจ้งในอดีตอันไกลโพ้นสุดที่จะนึกได้, อธิบายคำสอนภายในบทเหล่านี้อย่างชัดเจน

5.การเปรียบเทียบระหว่างศาสนาพุทธแห่งการหว่านกับศาสนาพุทธแห่งการเก็บเกี่ยว (ชุดัทสึ โซไท)

นี่คือระดับที่ 5 ของการเปรียบเทียบ 5 ระดับ ซึ่งเปรียบเทียบคำสอนพื้นผิวของศาสนาพุทธแห่งการเก็บเกี่ยวกับศาสนาพุทธแห่งการหว่านซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึก  ศาสนาพุทธแห่งการเก็บเกี่ยวถูกเทศนาเพื่อเห็นแก่ผู้คนที่มีชีวิตในสมัยของพระศากยมุนีและช่วง 2,000 ปีแห่งสมัยสุทธิธรรมและรูป ธรรม  ศาสนาพุทธแห่งการหว่านถูกอธิบายเพื่อนำผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรมไปสู่การรู้แจ้ง

 

5 บทธรรมนิพนธ์สำคัญ: 5 บทธรรมนิพนธ์สำคัญที่สุดของพระนิชิเร็น ไดโชนินซึ่งพระนิคโค โชนินเป็นผู้เลือก ได้แก่ 1.บทธรรมนิพนธ์ “สิ่งสักการะแท้” 2.บทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” 3.บทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” 4.บทธรรมนิพนธ์ “การเลือกเวลา” และ 5.บทธรรมนิพนธ์ “การตอบแทนหนี้บุญคุณ”

 

คุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์และบิดามารดา:

ในบทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

 “อาตมาจะเป็นเสาหลักของประเทศญี่ปุ่น อาตมาจะเป็นดวงตาของประเทศญี่ปุ่น และอาตมาจะเป็นมหานาวาของประเทศญี่ปุ่น  นี่คือสิ่งที่อาตมาตั้งปณิธาน และอาตมาจะไม่มีวันผิดคำพูดของอาตมา!” (ชินเพ็น หน้า 572)

พระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคันโชนินตีความอย่างชัดเจนดังต่อไปนี้:

“อาตมาจะเป็นเสาหลักของประเทศญี่ปุ่น” หมายถึง คุณธรรมแห่งเจ้านาย หน้าที่ในการคุ้มครองมวลมนุษย์ทั้งโลก 

“อาตมาจะเป็นดวงตาของประเทศญี่ปุ่น” หมายถึงคุณธรรมแห่งอาจารย์ หน้าที่ในการแนะนำและนำทางมวลมนุษย์ไปสู่หนทางถูกต้อง 

“อาตมาจะเป็นมหานาวาของประเทศญี่ปุ่น” ชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งบิดามารดา หน้าที่แห่งความเมตตาของพระพุทธะเพื่อช่วยมวลมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ของพวกเขา

(ระบบคำศัพท์พื้นฐานของนิชิเร็น โชชู เล่ม 1 หน้า 161-162)

 

ณ พิธีรับศีล(โกจุไค) พวกเรากล่าวคำปฏิญาณอะไรต่อโกฮนซน?  พวกเราปฏิญาณต่อโกฮนซนว่าพวกเราจะรักษาศีล 3 ข้อดังต่อไปนี้ ในสภาพปัจจุบันของพวกเราที่เป็นมนุษย์ปุถุชน จนกว่าพวกเราจะบรรลุการรู้แจ้ง

  1. พวกเราปฏิญาณว่าเชื่อและปฏิบัติคำสอนแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนินตลอดชีวิตของพวกเรา
  2. พวกเราปฏิญาณว่าจะยึดมั่นและปกป้องโกฮนซนแห่งมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการตลอดชีวิตของพวกเรา
  3. พวกเราปฏิญาณว่าจะรักษาศีลของนิชิเร็น โชชูและยืนหยัดความศรัทธาและการปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ตลอดชีวิตของพวกเรา
@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association