คำแนะนำจากพระสังฆราชองค์ที่ 68 พระนิชิเนียว โชนิน

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนพฤศจิกายน

ณ หอประชุมรับรอง วัดใหญ่ไทเซคิจิ ประเทศญี่ปุ่น

3 พฤศจิกายน 2019

 

ในวาระพิธีสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุเดือนพฤศจิกายนซึ่งประกอบในวันนี้ ณ วัดใหญ่ อาตมาปรารถนาแสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นับถือที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

ใน “ปีแห่งการก้าวไปข้างหน้าด้วยความกล้าหาญ” นี้เดือนพฤศจิกายนเริ่มต้นแล้ว และพวกเราเหลือเวลาอีก 2 เดือนเท่านั้น อาตมาจินตนาการว่าสมาชิกทุกคนในแต่ละเขตทั่วประเทศกำลังพยายามร่วมกัน และทุ่มเททุกเวลาว่างเพื่อทำชะคุบขุ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของปีนี้

ประเด็นสำคัญที่สุดในการท้าทายนี้เพื่อบรรลุการโคเซ็น-รุฝุคือสมาชิกทั้งหมดในทุกเขต ไม่ว่าจะเผชิญความลำบากหรืออุปสรรคอะไร พวกเขาต้องบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุซึ่งพวกเขาให้คำมั่นสัญญาเบื้องหน้าโกฮนซนไม่ว่าในกรณีใดๆก็จะเอาชนะทุกความลำบาก

คำพูดซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไปของโยซัง อุเอซูงิ (Yozan Uesugi) ที่เป็นเจ้าผู้ครองแคว้น(ไดเมียว-daimyo)โยเนะซาวะในตอนปลายสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1600-1868) คือ:

“จงลงมือทำ และมันจะถูกทำ ถ้าไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่ถูกทำ ถ้าเหลือบางอย่างที่ยังไม่ทำ ก็เพราะว่าไม่มีใครทำ”

เกี่ยวกับชะคุบุขุ บางคนพูดว่า จงทำชะคุบขุและมันจะสำเร็จแน่นอน อย่างไรก็ตาม พวกเราต้องเริ่มลงมือทำชะคุบุขุก่อน ไม่ว่าคนๆหนึ่งคิดวางแผนละเอียดอย่างไร แต่ถ้าบุคคลนี้ไม่ลงมือทำ เขาก็จะชะคุบุขุไม่สำเร็จ พวกเราต้องลุกขึ้นยืนก่อนและลงมือทำ

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงชิคุโก-โบ*ที่อยู่ในถ้ำคุก” ดังต่อไปนี้:

            “เมื่อผู้อื่นปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตร พวกเขาอ่านมันด้วยปากของพวกเขาแต่ในหัวใจของพวกเขาไม่เชื่อ และถึงแม้ว่าพวกเขาเชื่อในหัวใจของพวกเขา พวกเขาไม่ลงมือทำ  ท่านกำลังยึดมั่นพระสูตรทั้งกายและใจ ช่างน่าชมเชย!” (โกโช หน้า 483)

ตามที่ข้อความนี้ชี้ให้เห็น ถ้าคนๆหนึ่งสวดไดโมขุอย่างจริงจัง หลังจากนั้น ลุกขึ้นเพื่อทำชะคุบุขุ ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่ไม่ย่อท้อบนพื้นฐานความศรัทธาสมบูรณ์ของเขาต่อได-โกฮนซน เมื่อนั้นเขาจะสามารถชะคุบุขุสำเร็จแน่นอน

ในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธะ” พระนิชิเร็นไดโชนินสอนดัง ต่อไปนี้: “ในเวลาปัจจุบันแห่งสมัยปัจฉิมธรรม คำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรเป็นศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เมื่อเผยแผ่คำสอนเอกยานแห่งพุทธภาวะ คำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั้งหมดเป็นศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร เมื่อเกิดความสับสนระหว่างสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ท่านควรจะหักล้างคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตรก่อนโดยใช้มหายานแท้ ในการปฏิบัติ 2 วิธี โชจุและชะคุบุขุ การปฏิบัตินี้ถูกเรียกว่าชะคุบุขุ บนพื้นฐานสัทธรรมปุณฑริกสูตร คำกล่าวของพระเทียนไท้ “สัทธรรมปุณฑริกสูตรคือคำสอนชะคุบุขุ การหักล้างคำสอนชั่วคราว”  แท้ที่จริงก็เพราะเหตุผลนี้” (โกโช หน้า 672)

นอกจากนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ฉบับเดียวกันดังต่อไปนี้:

“มันไร้สาระ ถ้าท่านปลีกตัวท่านเองเข้าไปในภูเขาโดยไม่หักล้างศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตรและปฏิบัติโชจุ ณ เวลาเมื่อเกิดความสับสนระหว่างสัทธรรมปุณฑริกสูตรกับคำสอนก่อนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ท่านจะหมดโอกาสปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้น” (โกโช หน้า 673)

ไม่ควรมีใครแม้แต่คนเดียวถูกตำหนิด้วยคำกล่าว “ท่านจะหมดโอกาสปฏิบัติสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้น”

ในสมัยปัจฉิมธรรม ใน 2 วิธีแห่งโชจุและชะคุบุขุ โดยชะคุบุขุต้องเป็นการปฏิบัติหลัก

ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “บันทึกคำบรรยาย” ดังต่อไปนี้:

           “บัดนี้คือเวลาแห่งสมัยปัจฉิมธรรม เมื่อคนๆหนึ่งสามารถบรรลุพุทธภาวะโดยการเผยแผ่อักษร 7 ตัวแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว และทำให้ผู้อื่นสามารถรับกุศลผลบุญ[จากพระพุทธะ]

            (โกโช หน้า 1818)

ตามที่คำพูดที่มีค่าดั่งทองคำเหล่านี้สอนในสมัยปัจฉิมธรรม คนๆหนึ่งสามารถบรรลุพุทธภาวะโดยการเผยแผ่อักษร 7 ตัวแห่งนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเท่านั้น เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง โดยการทำชะคุบุขุ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีความเมตตาในการช่วยมวลมนุษย์ คนๆหนึ่งสามารถชดใช้บาปและกรรมด้านลบต่างๆที่คนๆนั้นทำและสะสมมาตั้งแต่อดีตที่ไม่มีจุดเริ่มต้น โดยการทำเช่นนั้นซึ่งเป็นการทำตามคำสอนของพระพุทธะ ทั้งตัวเองและผู้อื่นจะสามารถบรรลุพุทธภาวะ

ดังนั้น บทธรรมนิพนธ์ “การบรรลุการรู้แจ้ง ณ ขั้นแรกของความศรัทธาด้วยสัทธรรมปุณฑริกสูตร” กล่าวดังต่อไปนี้:

“ถ้าพวกเขาได้ยินสัทธรรมปุณฑริกสูตร ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถบรรลุพุทธภาวะ [การพบ]นี้จะหว่านเมล็ด[พุทธภาวะ]ลงในชีวิตของพวกเขา และในที่สุดพวกเขาจะบรรลุการรู้แจ้งแน่นอน ดังนั้น พระเทียนไท้และเมียวลักปฏิบัติตามความคิดนี้และอธิบายในคำอธิบายของพวกเขาว่าคนๆหนึ่งควรจะสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  เหมือนผู้ที่สะดุดและล้มลงพื้นดิน แต่สามารถใช้พื้นดินนั้นยันตัวพวกเขาเองให้ยืนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาตกนรก ในไม่ช้าพวกเขาจะขึ้นมาอีกและบรรลุพุทธภาวะ ผู้คนบนโลกทุกวันนี้หันหลังให้กับสัทธรรมปุณฑริกสูตรและ ด้วยความผิดนั้น พวกเขาจะตกนรกอย่างแน่นอน ดังนั้น อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งควรจะสอนอย่างแข็งขันและทำให้ผู้คนฟังคำสอนสัทธรรมปุณฑริกสูตร ผู้ที่ปฏิบัติตามและมีความศรัทธาจะสามารถบรรลุการรู้แจ้ง และแม้แต่ผู้ที่ดูหมิ่น ในที่สุดจะบรรลุพุทธภาวะด้วยความสัมพันธ์แบบกลองพิษเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีพระสูตรอื่นนอกจากสัทธรรมปุณฑริกสูตรสามารถเป็นเมล็ดพุทธภาวะ”

(โกโช หน้า 1316)    

“ความสัมพันธ์แบบกลองพิษ” คือคำอุปมาซึ่งอธิบายในนิรวาณสูตร กล่าวกันว่าเมื่อกลองซึ่งถูกฉาบยาพิษถูกตีท่ามกลางผู้คน ทุกคนที่ได้ยินเสียงกลองจะตายทันที ไม่ว่าพวกเขาอยากได้ยินหรือไม่ แม้แต่ผู้ที่ไม่ฟังหรือไม่ศรัทธาธรรมะนี้ ในที่สุด พวกเขาจะตัดกิเลสของพวกเขาและบรรลุการรู้แจ้งด้วยความสัมพันธ์แบบกลองพิษ

มวลมนุษย์มีธรรมชาติพุทธะมาแต่กำเนิด ดังนั้น พวกเขาสามารถบรรลุพุทธภาวะในเวลาอันสมควรด้วยการฟังธรรมะแท้ ปลุกความศรัทธาให้ตื่น และปฏิบัติ

บัดนี้ในสมัยปัจฉิมธรรม แม้แต่ผู้ที่มีความสัมพันธ์ย้อนกลับ โดยไม่ต้องพูดถึงผู้ที่มีความสัมพันธ์ด้านบวก จะสามารถบรรลุการรู้แจ้งในอนาคตแน่นอน ถ้าพวกเขาฟังนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งมหาธรรมลับ 3 ประการและสร้างความสัมพันธ์กับธรรมะแท้

อาตมาอธิษฐานอย่างจริงใจว่าพวกเราแต่ละคนจะเคารพคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำเหล่านี้และยอมรับว่าชะคุบุขุสำคัญอย่างไรในสมัยปัจฉิมธรรม อาตมาปรารถนาว่าสมาชิกในแต่ละเขตจะสามัคคี บนพื้นฐานจิตใจต่างกายใจเดียว และสวดไดโมขุอย่างจริงจังเพื่อบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุที่พวกเขาให้คำมั่นสัญญาเบื้องหน้าโกฮนซนไม่ว่าในกรณีใดๆ  ด้วยกุศลผลบุญ ความปิติ และความกล้าเหล่านี้ พวกเขาจะทำชะคุบุขุบนพื้นฐานจิตใจ “ชีวิตของคนๆหนึ่งไม่มีความหมาย ในขณะที่ธรรมะสูงส่งที่สุด ท่านควรจะเต็มใจอุทิศชีวิตของท่านเพื่อเผยแผ่ธรรมะ” ด้วยความพยายามเหล่านี้อาตมาหวังว่าสมาชิกของทุกเขตจะบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของปีนี้และบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้

 

ชิคุโก-โบ [ค.ศ. 1245-1320]: อีกชื่อหนึ่งของพระนิชิโร หนึ่งในพระสงฆ์อาวุโส 6 รูปที่เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน  หลังจากการดับขันธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พระนิชิโร ฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของอาจารย์ นำรูปปั้นพระศากยมุนีออกจากเขตสุสานของพระนิชิเร็น ไดโชนิน

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association