วัดไทเซคิจิ

คำบรรยายโอโกะ – มกราคม 2020

 

บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเฮียวเอะ-ซาคัน”

 

“การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อน้ำขึ้นยอมลง เมื่อดวงจันทร์ขึ้นและตก เมื่อฤดูร้อนหลีกทางให้ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาวกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิ  เป็นจริงเช่นเดียวกัน เมื่อมนุษย์ปุถุชนบรรลุพุทธภาวะ ณ เวลาสำคัญ เขาจะเผชิญอุปสรรค 3 และมาร 4 อย่างแน่นอน คนฉลาดจะดีใจ ในขณะที่คนโง่จะถอยหนี”

(โกโช หน้า 1184)

คำอธิบาย

เมื่อน้ำของมหาสมุทรขึ้นและลง เมื่อดวงจันทร์ขึ้นและตก และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อฤดูร้อนหลีกทางให้ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ เกิดบางสิ่งที่เด่นชัดอย่างแน่นอน มันจะเป็นจริงเช่นเดียวกัน เมื่อมนุษย์ปุถุชนบรรลุพุทธภาวะ อุปสรรค 3 และมาร 4 จะปรากฏตัวเสมอและคนฉลาดจะดีใจ ในขณะที่คนโง่จะถอยหนี

คำอธิบายคำศัพท์สำคัญ

อุปสรรค 3 และมาร 4: อุปสรรค 3 ชนิดและมาร 4 ชนิดที่ขัดขวางผู้คนมิให้ปฏิบัติศาสนาพุทธและนำผู้คนไปสู่หนทางชั่ว

อุปสรรค 3:

  1. กรรมอุปสรรค: อุปสรรคเนื่องมาจากกรรมเลวซึ่งสร้างโดยการกระทำอนันตริยกรรม 5 หรือกรรมชั่ว 10 ประการ เช่นกัน อุปสรรคซึ่งเกิดจากคู่สมรสและลูก
  2. วิบากอุปสรรค: อุปสรรคเนื่องมาจากผลกรรมแห่งการกระทำด้านลบจากอดีต และอุปสรรคซึ่งเกิดจากผู้ปกครองหรือพ่อแม่
  3. กิเลสอุปสรรค: อุปสรรคซึ่งเกิดจาก 3 พิษแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง

มาร 4:

  1. กิเลสมาร: การขัดขวางที่ส่งเสริมกิเลสและขโมยจิตเมตตาของพระพุทธะไปจากผู้คน
  2. เบญจขันธ์มาร: การขัดขวางที่เกิดจากความไม่สมดุลในขันธ์ 5 ที่เป็นกายและใจของคนๆหนึ่ง
  3. มรณะมาร: การขัดขวางที่ทำให้เราหยุดปฏิบัติศาสนาพุทธเนื่องมาจากความตายของเขาเองหรืออุปสรรคที่ทำให้ผู้อื่นสงสัยการปฏิบัติเนื่องมาจากความตายของผู้ปฏิบัติ
  4. มารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6: การขัดขวางขั้นพื้นฐานซึ่งมารแห่งสวรรค์ชั้นที่ 6 ขัดขวางผู้คนมิให้บรรลุวิถีทางของพระพุทธะ

ภูมิหลังและสาระสำคัญ

พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ปีที่ 3 แห่งสมัยเค็นจิ(ค.ศ.1277) ขณะที่ท่านอายุ 56 ปีและพำนักอยู่บนเขามิโนบุ นี่คือจดหมายถึงเฮียวเอะ-ซาคัน มุเนนางะ น้องชายในพี่น้องอิเคงามิที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมูซาชิ (ตำบลโอตะ มหานครโตเกียวในปัจจุบัน)

พ่อของพี่น้องอิเคงามิ (ยะสึมิตสึ) เป็นผู้สนับสนุนพระเรียวกันแห่งวัดโกคุระกุจิ(นิกายมนตรยาน-วินัย)อย่างแรงกล้า  ปีก่อนการเขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้ ยะสึมิตสึถูกพระเรียวกันยุยงให้ตัดความเป็นพ่อลูกกับมุเนนากะ (ลูกชายคนโต) ที่เป็นลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินแล้ว  ยะสึมิตสึกดดันมุเนนางะ (ลูกชายคนรอง) ให้เลิกปฏิบัติ ล่อใจเขาด้วยการสืบทอดมรดกแทนพี่ชายในอนาคต

ณ เวลานี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินส่งบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงพี่น้องอิเคงามิ” ถึงพี่น้องคู่นี้ และให้กำลังใจพวกเขาให้สามัคคีกันและต่อสู้ร่วมกันเพื่อเอาชนะอุปสรรค

หลังจากนั้น พ่อให้อภัยการตัดความเป็นพ่อลูกแก่มุเนนากะ แต่ปีถัดมา ในเดือนพฤศจิกายนปีที่ 3 แห่งสมัยเค็นจิ(ค.ศ.1277)  มุเนนากะถูกตัดความเป็นพ่อลูกอีกครั้งหนึ่ง  ดังนั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินได้เขียนบทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เพื่อมอบคำแนะนำแก่น้องชาย (มุเนนางะ) เพื่อที่เขาจะไม่ตกศรัทธา

ในบทธรรมนิพนธ์นี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนมุเนนางะไว้ก่อนว่า ถ้าเขาหวั่นไหวและละทิ้งความศรัทธาเนื่องมาจากพี่ชายของเขาถูกตัดความเป็นพ่อลูกครั้งที่ 2 เขาและพ่อของเขาจะตกนรก ท่านอธิบายว่าเขาและพี่ชายต้องสามัคคีกันและร่วมมือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เพื่อที่จะกตัญญูต่อพ่อของพวกเขาอย่างแท้จริง พวกเขาต้องแก้ไขความผิดของพ่อและนำพ่อมาสู่คำสอนแท้ของพระพุทธะ

พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่าอุปสรรค 3 และมาร 4 จะแข่งกันอย่างแน่นอน เพื่อขวางทาง เมื่อมนุษย์ปุถุชนอยู่บนเส้นทางเพื่อเป็นพระพุทธะ ในที่สุด พระนิชิเร็น ไดโชนินอ้างเจ้าชายสิทธัตถะ(พระศากยมุนีพุทธะ)ที่ฝ่าฝืนความปรารถนาของพระราชบิดาและบวชเป็นพระสงฆ์แต่ในความเป็นจริงแล้ว พระองค์ทำให้พระราชบิดาบรรลุการรู้แจ้ง ดังนั้น ท่านสนับสนุนมุเนนางะให้ปฏิบัติหนทางแท้ แม้ว่าในตอนแรกเขาต้องขัดแย้งกับพ่อของเขา

 

ประเด็นสำคัญของคำบรรยาย

ความกตัญญูอย่างแท้จริงและความกลมเกลียวในครอบครัว

พ่อ (ยะสึมิตสึ) พยายามทำให้ลูกชายคนเล็ก (มุเนนางะ) เลิกศรัทธาและหยุดการปฏิบัติศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน และเขาพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างลูกชายทั้งสอง การกระทำของเขาในความเป็นจริงคือการทำหน้าที่ของอุปสรรค 3 และมาร 4 ที่มีเจตนาขโมยกุศลผลบุญแห่งการยึดมั่นความศรัทธาและการขวางทางสู่การบรรลุการรู้แจ้ง

พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายในบทธรรมนิพนธ์ “การประจุชีวิต(เบิกเนตร)ในภาพวาดพระพุทธะและพระพุทธรูปไม้” ดังต่อไปนี้:

“ดังนั้น มารถูกเรียกว่าผู้ขโมยกุศลผลบุญ”

(โกโช หน้า 638)

ในบทธรรมนิพนธ์ที่พวกเรากำลังศึกษา พระนิชิเร็น ไดโชนินมอบคำเตือนเข้มงวดดังต่อไปนี้:

“ถ้าท่านปฏิบัติตามพ่อแม่ของท่านที่เป็นศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตรและทิ้งพี่ชายของท่านที่ศรัทธาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร ท่านไม่สามารถพูดได้ว่าท่านกตัญญูต่อพ่อของท่านอย่างแน่นอน”

(โกโช หน้า 1183, สรุปความ)

ข้อความนี้หมายความว่าถึงแม้ว่าพวกเราฝ่าฝืนความปรารถนาของพ่อแม่ พวกเราต้องยึดมั่นความศรัทธาและการปฏิบัติศาสนาพุทธแท้อย่างเต็มที่ การทำเช่นนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นความกตัญญูต่อพ่อแม่อย่างแท้จริงและทำให้ทั้งพ่อแม่และพวกเราเองบรรลุการรู้แจ้ง

เนื่องมาจากคำแนะนำของพระนิชิเร็น ไดโชนิน มุเนนางะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่มั่นคงแห่งต่างกายใจเดียวกับพี่ชายและภรรยา พวกเขาชะคุบุขุพ่ออย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ดังนั้น ปีถัดมา ปีที่ 1 แห่งสมัยโคอัน(ค.ศ.1278) พี่ชายได้รับการยกโทษการตัดความเป็นพ่อลูก และพ่อ ที่เคยต่อต้านศาสนาพุทธแท้เป็นเวลา 20 ปี ในที่สุด สามารถศรัทธาศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน  ดังนั้น ในที่สุด พี่น้องอิเคงามิสามารถมีความกตัญญูอย่างแท้จริงต่อพ่อของพวกเขา ที่สามารถนับถือศาสนาพุทธแท้ ณ บั้นปลายชีวิต

พวกเราต้องสลักคำสอนเหล่านี้จากพระนิชิเร็น ไดโชนินลงในหัวใจและปลุกความกล้าเพื่อทำชะคุบุขุและบอกศาสนาพุทธนี้ไม่เพียงแก่พ่อแม่ของพวกเราเท่านั้น แต่กับญาติและเพื่อนของพวกเราที่ยังไม่มีความศรัทธาด้วย ขอให้พวกเรานำพวกเขามาสู่คำสอนแท้แห่งศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนินที่ทำให้พวกเราได้รับความสุขแท้(การบรรลุพุทธภาวะโดยไม่เปลี่ยนรูปกายปัจจุบันของพวกเรา)  ถึงแม้ว่าพวกเราเผชิญอุปสรรคและมาร สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือเอาชนะความลำบากและทำชะคุบุขุผู้คนมากมายเท่าที่พวกเราทำได้อย่างอดทนและอย่างสำนึกในหน้าที่

ความศรัทธาเพื่อเอาชนะอุปสรรค 3 และมาร 4

ตามที่ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ซึ่งพวกเรากำลังศึกษากล่าว เกิดบางสิ่งเป็นพิเศษและเด่นชัดแน่นอน เมื่อกระแสของมหาสมุทรขึ้นและลง เมื่อดวงจันทร์ขึ้นและตก และเมื่อฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิหลีกทางกัน ในทำนองเดียวกัน เมื่อมนุษย์ปุถุชนเปลี่ยนเป็นพระพุทธะ จะเกิดอุปสรรคและมารแน่นอน นี่แหละทำไมพระสังฆราชนิชิเนียว โชนินจึงสอนพวกเราให้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมดังต่อไปนี้:

“เมื่ออุปสรรคและมารต่างๆเกิดขึ้นต่อหน้าพวกเรา นี่แหละคือเมื่อพวกเราต้องจัดการอุปสรรคและมารและถือว่าเป็นโอกาสดีเพื่อเปลี่ยนพิษเหล่านั้นเป็นยาและได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่ พวกเราต้องทุ่มเทความพยายามยิ่งขึ้นในความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรา”

(วารสารไดนิชิเร็น, ตุลาคม 2018)

มันเป็นจริง เมื่อความศรัทธาของพวกเราเข้มแข็งขึ้น การทำหน้าที่ของอุปสรรคและมารก็แข่งกันขัดขวางความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรา  แท้ที่จริงแล้ว นี่คือโอกาส เมื่อพวกเราต้องนำคำชี้ นำจากพระสังฆราชซึ่งกล่าวอยู่เสมอดังต่อไปนี้ไปคิด:

“มารไม่มีวันชนะพระพุทธะ” (ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ที่ถูกเลือกว่าด้วยชะคุบุขุ หน้า 206)

และพวกเราควรจะสวดไดโมขุอย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง ขณะที่พวกเราเผชิญและต่อสู้กับอุปสรรคและการทำหน้าที่ชั่วร้าย ผลที่เกิดขึ้น พวกเราจะได้รับกุศลผลบุญจากโกฮนซนและการคุ้มครองจากธรรมบาลเทว และพวกเราจะสามารถเอาชนะอุปสรรคและมารแน่นอน นอกจากนี้ พวกเราจะสามารถได้รับกุศลผลบุญยิ่งใหญ่แห่งการบรรลุการรู้แจ้งในรูปกายปัจจุบันของพวกเรา

การปฏิบัติชะคุบุขุจำเป็นแน่นอนเพื่อบรรลุการรู้แจ้งทั้งเพื่อตนเองและผู้อื่น  พวกเราทุกคนมีคนรู้จักและเพื่อนที่ยังไม่ได้เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธแท้ ถ้าพวกเขายังไม่นับถือศาสนาพุทธแท้ พวกเขาไม่สามารถมีความสุขที่แท้จริงและพวกเขาไม่สามารถบรรลุการรู้แจ้ง ดังนั้น ก่อนอื่นและสำคัญที่สุดนั้น พวกเราต้องทำชะคุบุขุและบอกศาสนาพุทธนี้แก่พวกเขา  ขอให้พวกเราสวดมนต์และลงมือทำเดี๋ยวนี้  เพื่อทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ขอให้พวกเราสวดไดโมขุและท้าทายพวกเราเองเพื่อทำชะคุบุขุ

พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำแนะนำดังต่อไปนี้:

“การมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คนคือคำปฏิญาณซึ่งพวกเรากล่าวเบื้องหน้าโกฮนซน  ดังนั้น สมาชิกของทุกเขตทั่วประเทศ จนถึงคนสุดท้ายจริงๆ ต้องทุ่มเทความพยายามทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ไม่ว่าพวกเขาอาจจะเผชิญความลำบากและอุปสรรคอะไร

เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ สิ่งจำเป็นคือสมาชิกทุกคนในแต่ละเขตสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่คำนึงถึงอายุและเพศ หลังจากนั้น พวกเขาทั้งหมดต้องทำชะคุบุขุอย่างแน่วแน่ด้วยความกล้า และด้วยความตระหนักว่าพวกเขาเป็นลูกศิษย์และผู้ติดตามพระโพธิสัตว์แห่งพื้นโลก ไม่ว่าอุปสรรคอะไรที่ขวางทางของพวกเขา” (วารสารไดนิชิเร็น, กันยายน 2019)

บทสรุป

โดยการยึดคำแนะนำนี้ ขอให้พวกเราปฏิบัติอย่างทุ่มเทด้วยความกล้าและความปิติ ประพฤติตัวตามตัวอย่างท่าทีความศรัทธาและการปฏิบัติรวมทั้งชะคุบุขุของพี่น้องอิเคงามิ และขอให้พวกเราลงมือทำเนื่องจากพระนิชิเร็น ไดโชนินจะสรรเสริญพวกเราว่าเป็นบุคคลฉลาดในความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรา

ปีนี้ถูกตั้งชื่อ “ปีแห่งการบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของพวกเรา”  ตามคำขวัญของปีนี้ ขอให้พวกเราทำกิจกรรมชะคุบุขุอย่างกว้างขวางและอย่างจริงจัง บรรลุเป้าหมายชะคุบุขุของพวกเราสำหรับปีนี้ และบรรลุเป้าหมายของพวกเราสำหรับปีหน้า-การมีผู้นับถือฮกเคโค 800,000 คนในปีค.ศ.2021 การครบ 800 ปีแห่งการมาเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (ผู้ก่อตั้งของพวกเรา)

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association