ข้อความสำคัญเพื่อความศรัทธา (Essential Passages For Faith)

เทศนาโดยพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน

ณ โคฝุโบ วัดใหญ่ไทเซคิจิ

ในวาระการโทซังเพื่อศึกษาธรรมภาคฤดูร้อนสำหรับผู้นับถือฮกเคโคในประเทศญี่ปุ่นปี ค.ศ. 2011

 

บทธรรมนิพนธ์ จดหมายถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด (一谷入道女房御)

“อาตมา นิชิเร็น เป็นบิดามารดาของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น อาตมาเป็นเจ้านายของพวกเขา  อาตมาเป็นอาจารย์ที่รู้แจ้งของประเทศญี่ปุ่น จงอย่าต่อต้านคนอย่างอาตมา แน่นอนที่สุดว่าผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนเน็มบุตสึจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด เธอจงมั่นใจได้ในเรื่องนี้!

(โกโช หน้า 830)

บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด” (อิจิโนซาวะ นิวโด เนียวโบ โกโช)นี้ พระนิชิเร็นไดโชนินเขียนในปีที่ 1 แห่งสมัยเค็นจิ (ค.ศ. 1275) บทธรรมนิพนธ์ฉบับนี้เขียนถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโดซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะซาโดะ และจดหมายฉบับนี้ส่งมาจากภูเขามิโนบุ

บทธรรมนิพนธ์นี้อธิบายเหตุผลว่าทำไมพระนิชิเร็น ไดโชนิน เผยแผ่ธรรมะทั้งๆที่ท่านประสบการบีฑาธรรมที่ตำบลทัตสึโนคุชิ ถูกเนรเทศไปแหลมอิสึ และถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ ท่านทำเช่น นั้นเพื่อที่จะตอบแทนหนี้บุญคุณต่อโลกใบนี้ นอกจากนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าวว่าท่านเผยแผ่ธรรมะเพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณพระศากยมุนีพุทธะด้วย

ถึงแม้ว่าอิจิโนซาวะ นิวโดไม่มีวันละทิ้งความศรัทธาต่อคำสอนเน็มบุตสึ แต่เขาช่วยและสนับสนุนพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างชัดเจน ในขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินแสดงความขอบคุณสุดซึ้งต่ออิจิโนซาวะในการที่เขาคุ้มครองท่านในระหว่างถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ ท่านชี้ให้เห็นอย่างจริงจังถึงความผิดร้ายแรงของอิจิโนซาวะ นิวโด ที่ไม่เต็มใจละทิ้งความศรัทธาต่อคำสอนเน็มบุตสึ ในบทธรรมนิพนธ์นี้ ท่านยกตัวอย่างการรุกรานของมองโกล

อิจิโนซาวะ นิวโดมาจากอิจิโนซาวะ บนเกาะซาโดะ เชื่อกันว่าเขาเป็นเจ้าของที่ดินที่มีตำแหน่งสูง พระนิชิเร็น ไดโชนินอาศัยอยู่ที่บ้านของอิจิโนซาวะ นิวโดตั้งแต่ปีที่ 9 แห่งสมัยบุนเอ (ค.ศ.1272) ขณะที่ท่านถูกย้ายออกจากที่พักกันดาร ณ ทุ่งสึคาฮาระไปอยู่ที่นั่น จนกระทั่งท่านได้รับการอภัยโทษเนรเทศในปีที่ 11 แห่งสมัยบุนเอ (ค.ศ. 1274)  ถึงแม้ว่าอิจิโนซาวะ นิวโดไม่มีวันละทิ้งความศรัทธาของเขาต่อคำสอนเน็มบุตสึ แม้กระนั้น เขาเลื่อมใสพระนิชิเร็น ไดโชนินมากและเขาช่วยและคุ้มครองท่านบนเกาะซาโดะ

ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้สอนเรื่องสำคัญมาก ข้อความนี้เปิดเผยว่าพระนิชิเร็นไดโชนิน คือพระพุทธะที่มีคุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย (主 ชู) อาจารย์ (師ชิ) และบิดามารดา (親 ชิน) ท่านเตือนว่าคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนเน็มบุตสึ จะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุดอย่างแน่นอน ตามกฎของเหตุและผล ผู้คนไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนิน และนอกจากนี้ ท่านถูกกล่าวหาด้วยความเท็จว่าทำความผิดร้ายแรงและถูกเนรเทศ

ตอนต้นของข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้มีใจความว่า: “อาตมา นิชิเร็น เป็นบิดามารดาของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น อาตมาเป็นเจ้านายของพวกเขา อาตมาเป็นอาจารย์ที่รู้แจ้งของประเทศญี่ปุ่น”  ก่อนข้อความนี้ ในบทธรรมนิพนธ์เดียวกัน พระนิชิเร็น ไดโชนินเปิดเผยว่าพระศากยมุนีพุทธะคือพระพุทธะที่มีคุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา ต่อมา ท่านเปิดเผยว่าตัวท่านเอง คือพระพุทธะที่มีคุณธรรม 3 ประการเพื่อเห็นแก่ผู้คนในสมัยปัจฉิมธรรม

คุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา คืออะไร? คุณธรรมแห่งเจ้านายหมาย ถึงพลังและหน้าที่ในการปกป้องมวลมนุษย์ คุณธรรมแห่งอาจารย์หมายถึงพลังเพื่อนำและนำทางมวลมนุษย์ไปสู่หนทางถูกต้อง คุณธรรมแห่งบิดามารดาชี้ให้เห็นความเมตตาเพื่อรักและสนับสนุนมวลมนุษย์

ในโลกนี้ท่านอาจจะพบบุคคลหนึ่งที่มีคุณธรรมมากกว่าหนึ่งใน 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา อย่างไรก็ตาม พระพุทธะเท่านั้นมีครบทั้ง 3 ประการ

ในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยคำอธิษฐาน” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

“พระพุทธะเป็นเจ้านายของมนุษย์ และอาณาจักรสวรรค์ และบิดามารดาของมวลมนุษย์ ยิ่งกว่า นั้น พระองค์เป็นอาจารย์ที่นำผู้คนไปสู่การรู้แจ้ง ถึงแม้ว่าบุคคลหนึ่งอาจเป็นบิดามารดา ถ้าเขามีฐานะทางสังคมต่ำ เขาไม่สามารถทำหน้าที่เจ้านายในขณะเดียวกัน และถึงแม้ว่าคนๆหนึ่งอาจเป็นเจ้านาย ถ้าเขาไม่ได้เป็นบิดามารดาด้วย เขาจะสร้างความยำเกรงและความกลัวเท่านั้น และถึงแม้ว่าคนๆหนึ่งอาจเป็นทั้งบิดามารดาและเจ้านาย เขาไม่สามารถเป็นอาจารย์อีกด้วย พระพุทธะทั้งหลายเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ภควัต” (เซซน) อาจถือว่าเป็นเจ้านาย แต่เนื่องจากพระพุทธะเหล่านั้นไม่ได้ปรากฏพระองค์บนสหาโลกนี้ พระพุทธะเหล่านั้นจึงไม่เป็นอาจารย์ และพระพุทธะเหล่านั้นไม่ได้ประกาศว่า “มวลมนุษย์บน 3 ภพนี้ทั้งหมดเป็นลูกของตถาคต” พระศากยมุนีพุทธะเท่านั้นที่มีคุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดาในเวลาเดียวกัน”

(โกโช หน้า 628; เทียบเคียง MW 7 หน้า 43)

บท “นิทานเปรียบเทียบ” (ฮิยุ; บทที่ 3) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรมีใจความว่า:

“แต่บัดนี้ 3 ภพนี้ทั้งหมดเป็นอาณาจักรของตถาคต”

(โฮเคเคียว หน้า 68; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 69)

ข้อความนี้แสดงถึงคุณธรรมแห่งเจ้านาย

“มวลมนุษย์บน 3 ภพนี้ทั้งหมดเป็นลูกของตถาคต” (อ้างแล้ว)

ข้อความนี้หมายถึงคุณธรรมแห่งบิดามารดา

“บัดนี้สถานที่นี้ถูกรุมเร้าด้วยความเจ็บปวดและความยุ่งยากมากมาย ตถาคตเป็นบุคคลเดียวที่สามารถช่วยและคุ้มครองผู้อื่น” (อ้างแล้ว หน้า 69-70)

การช่วยผู้อื่นชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งอาจารย์ บท “นิทานเปรียบเทียบ” (ฮิยุ;บทที่ 3) ของสัทธรรม ปุณฑริกสูตรสอนคุณธรรม 3 ประการของพระพุทธะชั่วคราว

บท “พระชนมายุของตถาคต” (เนียวไร จูเรียว; บทที่ 16) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าว:

“ดินแดนของตถาคตนี้ยังคงปลอดภัยและสงบ”

(งา ชี  โด อัน นน; บทสวดมนต์ บรรทัดที่ 2 จากข้างล่าง หน้า 26)

(โฮเคเคียว หน้า 441; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 230)

ข้อความนี้แสดงคุณธรรมของเจ้านาย  บทนี้กล่าวต่อ:

“ตถาคตเทศนาธรรมะอยู่ที่นี่เสมอ” (โจ จือ ชี เส็บโป; บทสวดมนต์ บรรทัดที่ 6 หน้า 23)

(โฮเคเคียว หน้า 439; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 229)

การเทศนาธรรมะแสดงถึงคุณธรรมของอาจารย์

“ตถาคตเป็นพ่อของโลกนี้” (งา หยะกึ อี เซ บือ; บทสวดมนต์ บรรทัดที่ 4 หน้า 30)

(โฮเคเคียว หน้า 442; สัทธรรมปุณฑริกสูตรแปลโดยนายวัตสัน หน้า 231)

ข้อความนี้หมายถึงคุณธรรมของบิดามารดาอย่างแน่นอน

บท “นิทานเปรียบเทียบ” (ฮิยุ; บทที่ 3) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรแสดงคุณธรรม 3 ประการของพระพุทธะแห่งคำสอนภาคทฤษฎีก่อน หลังจากนั้น บท “พระชนมายุของตถาคต” (เนียวไร จูเรียว; บทที่ 16) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตรเปิดเผยคุณธรรม 3 ประการของพระพุทธะแห่งคำสอนแท้(ฮนมน)

ในบทธรรมนิพนธ์ “คำสอนปากเปล่า” พระนิชิเร็น ไดโชนินกล่าว:

“ข้อที่ 16 “ตถาคตเป็นพ่อของโลกนี้”

อาจารย์กล่าว “ตถาคต” หมายถึง พระศากยมุนีพุทธะ และพระองค์เป็นพ่อของมวลมนุษย์อาจจะพิจารณาคุณธรรม 3 ประการ จากมุมมองทั้งพระพุทธะและพระสูตร ในแง่ของพระพุทธะ ในประโยค “แต่บัดนี้ 3 ภพนี้ทั้งหมดเป็นอาณาจักรของตถาคต” ชี้ให้เห็นคุณธรรม 3 ประการของพระพุทธะแห่งคำสอนภาคทฤษฎี เกี่ยวกับคุณธรรม 3 ประการ [แห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา] ของพระพุทธะแห่งคำสอนแท้ คุณธรรมแห่งเจ้านายตรงกับประโยค “ดินแดนของตถาคตนี้ ยังคงปลอดภัยและสงบ” คุณธรรมแห่งอาจารย์ถูกแสดงในบรรทัด “ตถาคตเทศนาธรรมะอยู่ที่นี่เสมอ” ในประโยค “ตถาคตเป็นพ่อของโลกนี้” ชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งบิดามารดา  มหาธรรมาจารย์เมียวลักสอนว่าผู้ที่ไม่รู้ข้อความในบท “พระชนมายุ” คือผู้ที่อยู่ในภูมิเดรัจฉานที่ไม่มีความรู้สึกขอบคุณ ในแง่ของพระสูตร “ราชาท่ามกลางพระสูตรทั้งหมด” หมายถึงคุณธรรมแห่งเจ้านาย “จะช่วยมวลมนุษย์” ชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งอาจารย์ “ยิ่งกว่านั้น เหมือนพระมหาพรหม (ได-บนเท็นโน) พ่อของมวลมนุษย์”หมายถึงคุณธรรมแห่งบิดามารดา ผู้ที่ปฏิบัติตามพระนิชิเร็นและสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวเป็นพ่อของมวลมนุษย์ พวกเขาจะช่วยผู้คนให้พ้นจากความทรมานของนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด นิรวาณสูตรกล่าว: “บุคคลหนึ่งที่รับความทุกข์ของมวลมนุษย์คือตถาคตเท่านั้น” พระนิชิเร็นกล่าว: “บุคคลที่ถือว่าความทุกข์ของมวลมนุษย์เป็นความทุกข์ของเขาเองคืออาตมา นิชิเร็น เท่านั้น”

(โกโช หน้า 1770)

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อความเหล่านี้ในบท “พระชนมายุ” เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณธรรม 3 ประการ “ดินแดนของตถาคตนี้ยังคงปลอดภัยและสงบ” หมายถึงคุณธรรมแห่งเจ้านาย “ตถาคตเทศนาธรรมะอยู่ที่นี่เสมอ” หมายถึงคุณธรรมแห่งอาจารย์ และ “ตถาคตเป็นพ่อของโลกนี้” ชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งบิดามารดา  นี่คือจากมุมมองของพระพุทธะ       

ในแง่ของพระสูตร “ราชาท่ามกลางพระสูตรทั้งหมด” หมายถึงคุณธรรมแห่งเจ้านาย  “จะช่วยมวลมนุษย์” หมายถึงคุณธรรมแห่งอาจารย์ และ “ยิ่งกว่านั้น เหมือนพระมหาพรหม (ได-บนเท็นโน) พ่อของมวลมนุษย์” ชี้ให้เห็นคุณธรรมแห่งบิดามารดา 

อย่างไรก็ตาม ข้อความเหล่านี้แสดงคุณธรรม 3 ประการของพระพุทธะแห่งการสุกงอมและการเก็บเกี่ยว นั่นคือคุณธรรม 3 ประการของพระศากยมุนีพุทธะ คำสอนของพระศากยมุนีพุทธะเพื่อคนในสมัยสุทธิธรรมและรูปธรรม (ช่วง 2,000 ปีหลังจากการปรินิพพานของพระศากยมุนีพุทธะ) คำสอนของพระองค์ไม่สามารถช่วยคนในสมัยปัจฉิมธรรม

ถ้าเป็นเช่นนั้น ใครคือพระพุทธที่มีคุณธรรม 3 ประการนี้ ที่สามารถช่วยมวลมนุษย์ในสมัยปัจฉิมธรรม? บทธรรมนิพนธ์ “การสืบทอดมรดกธรรม” มีใจความว่า:

“พระนิชิเร็นเป็นเจ้านายของมวลมนุษย์ในทั้งโลก เขาเป็นบิดาและมารดาของพวกเขาด้วย และเขาเป็นอาจารย์ของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น…พระนิชิเร็น ที่อยู่ที่นี่เสมอตลอด 3 ชาติ เป็นเจ้านายของ 3 ภพนี้” (โกโช หน้า 1710)

 นอกจากนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินประกาศในบทธรรมนิพนธ์ “เปิดดวงตา” (โกโช หน้า 577):

“อาตมา นิชิเร็น เป็นเจ้านาย อาจารย์ บิดาและมารดาของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น”

ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ชี้ให้เห็นคุณธรรม 3 ประการแห่งเจ้านาย อาจารย์ และบิดามารดา ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด”ที่พวกเรากำลังศึกษาในขณะนี้ก็ประกาศ: “อาตมา นิชิเร็น เป็นบิดามารดาของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น อาตมาเป็นเจ้านายของพวกเขา  อาตมาเป็นอาจารย์ที่รู้แจ้งของประเทศญี่ปุ่น” ข้อความนี้เปิดเผยว่าพระนิชิเร็น ไดโชนิน คือพระพุทธะที่มีคุณธรรม 3 ประการนี้ในสมัยปัจฉิมธรรม

พระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคันโชนินสอนใน “คำสอนสำหรับสมัยปัจฉิมธรรม” ดังต่อไปนี้:

“ท่านต้องถือว่าบุคคลที่มีคุณธรรม 3 ประการเป็นพระพุทธะแท้” (นิพนธ์ 6 เรื่อง หน้า 136)

โดยการเคารพโกฮนซน ซึ่งจารึกโดยพระพุทธะที่มีคุณธรรม 3 ประการ ผู้ที่ไม่มีเมล็ดพุทธภาวะสามารถบรรลุความมุ่งมาดปรารถนาที่รอมานานแห่งการบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบันของพวกเขา ถ้าพวกเราเคารพพระนิชิเร็น ไดโชนินเป็นพระพุทธะแท้ในสมัยปัจฉิมธรรมและสักการะโกฮนซน ซึ่งจารึกโดยพระพุทธะ พวกเราจะสามารถบรรลุพุทธภาวะในรูปกายปัจจุบัน

ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์กล่าวว่า “แน่นอนที่สุดว่าผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนเน็มบุตสึจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด เธอมั่นใจได้ในเรื่องนี้!ข้อความนี้อธิบายว่าการดูหมิ่นธรรมะน่ากลัวอย่างแท้จริง

พระนิชิเร็น ไดโชนินอธิบายในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยการเข้าใจเหตุและผลใน 10 ภูมิ” ดังต่อ ไปนี้ “เนื่องจากความผิดแห่งความโลภและการลักขโมย เขาจะตกอยู่ในภูมิเปรต แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถเข้าใจเรื่องนี้อย่างง่ายดาย แม้แต่คนดี ที่ไม่โลภและไม่ได้ทำบาปอื่นใด ก็จะตกอยู่ในภูมิเปรตถ้าพวกเขาทำการดูหมิ่น หรือถ้าพวกเขาเชื่อคำสอนนอกรีตโดยคบหาอย่างใกล้ชิดกับผู้ดูหมิ่นโดยไม่รู้ตัว  คนที่มีปัญญาเท่านั้นจะเข้าใจเรื่องนี้ พวกเราต้องรู้สึกหวาดกลัวอย่างแน่นอน”

(ชินเพ็น หน้า 208)

เป็นความรู้ทั่วไปที่ว่าความโลภและการลักขโมยจะทำให้ตกสู่หนทางชั่วแห่งภูมิเปรต  แม้แต่คนดีที่ไม่ทำบาปเช่นนั้นก็สามารถตกสู่หนทางชั่วแห่งภูมิเปรต ถ้าพวกเขาดูหมิ่นหรือแสวงหาเพื่อนชั่วและเชื่อในหลักการชั่ว

ดังนั้น ถ้าท่านมีญาติหรือเพื่อนบ้านที่กระทำการดูหมิ่น ท่านต้องชะคุบุขุพวกเขา ถ้าท่านคบกับพวกเขาเพียงผิวเผินเพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ ท่านจะได้รับอิทธิพลจากการดูหมิ่นของพวกเขาโดยไม่รู้ตัว และทุกสิ่งจะดำเนินไปในทางผิด การดูหมิ่นธรรมะน่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอน:

“จงสอนผู้อื่นจนสุดความสามารถของท่าน แม้ว่าจะเป็นประโยคเดียวหรือวลีเดียวก็ตาม”

(โกโช หน้า 668; MW 1 หน้า 95)

ตามที่ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ สอนให้รู้ว่าสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือทำชะคุบุขุ พวกเราต้องหว่านเมล็ดเสมอและทำชะคุบุขุ มุ่งสู่ความสำเร็จของการโคเซ็น-รุฝุ หากละเลย ทุกสิ่งอาจล้มเหลว ตามที่ข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้ได้สอนไว้ ดังนั้น ท่านต้องกลัวการดูหมิ่นธรรมะอย่างแท้จริง

บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบอบุตสึโบ-อามะ” (เขื่อนแห่งความศรัทธา) พระนิชิเร็นไดโชนิน กล่าว: “บัดนี้เธอควรจะยึดมั่นความปรารถนายิ่งใหญ่: การบรรลุการรู้แจ้งเพื่อความสุขในชาติหน้าของเธอ ถ้าเธอสงสัยหรือดูหมิ่นธรรมะแม้เพียงน้อยนิด เธอจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด สมมุติมีเรือลำหนึ่งแล่นอยู่บนทะเลเปิด ถึงแม้ว่าเรือลำนี้ถูกสร้างอย่างแข็งแรง แต่ถ้าเรือรั่วแม้เพียงเล็กน้อย ผู้โดยสารจมน้ำอย่างแน่นอน  ถึงแม้ว่าคันนากั้นน้ำแข็งแรง ถ้ามีเพียงรอยแตกเล็กน้อยรอยเดียวเท่านั้น จะไม่สามารถกักน้ำได้เลย เธอต้องวิดน้ำทะเลแห่งความสงสัยและการดูหมิ่นธรรมะออกจากเรือแห่งชีวิตของเธอและเสริมเขื่อนแห่งความศรัทธาของเธอให้แข็งแรง” (โกโช หน้า 906; MW 1 หน้า 159)

ในบทธรรมนิพนธ์นี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนว่าเราต้องเตือนการดูหมิ่นธรรมะอย่างเข้มงวด  ณ ที่นี้พระนิชิเร็น ไดโชนินเน้นว่าการดูหมิ่นธรรมะน่ากลัวอย่างไร โดยแสดงตัวอย่างเหล่านี้ ถ้าท่านสงสัยเพียงเล็กน้อยหรือดูหมิ่นแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม ท่านจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด

เราไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการดูหมิ่นเท่านั้น แต่เราต้องเตือนผู้อื่นที่ทำการดูหมิ่นด้วย ถ้าเราเห็นใครดูหมิ่นธรรมะแล้วนิ่งเฉย นั่นแปลว่าเราดูหมิ่นธรรมะไปด้วย ดังนั้น พวกเราต้องหักล้างการดูหมิ่นธรรมะอย่างแน่นอน

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนอย่างชัดเจนในบทธรรมนิพนธ์ “องค์ประกอบสำคัญเพื่อการบรรลุการรู้แจ้ง” (จดหมายตอบโซยะ) ดังต่อไปนี้:

“การพยายามบรรลุการรู้แจ้งโดยไม่เตือนการดูหมิ่นธรรมะก็เหมือนกับการหาน้ำในไฟหรือไฟในน้ำ ช่างเปล่าประโยชน์! ช่างไร้ผล! ไม่ว่าท่านจะยึดมั่นความศรัทธาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างจริงจังอย่างไร การดูหมิ่นประการเดียวจะทำให้ท่านตกนรกอย่างแน่นอน เหมือนขาปูขาเดียว ซึ่งสามารถทำให้หม้อแล็กเกอร์ 1,000 ใบเสียหาย นี่คือความหมายของข้อความในสัทธรรมปุณฑริกสูตร “พิษซึมเข้าสู่ส่วนลึก ทำให้พวกเขาสูญเสียจิตใจแท้” (โกโช หน้า 1040; เทียบเคียง MW 1 หน้า 165)

            ถ้าท่านเห็นบางคนที่ดูหมิ่นธรรมะ ท่านต้องตำหนิเขาทันที ตราบใดที่ท่านเตือนบุคคลนี้เรื่องความผิดของเขา ท่านจะสามารถหลีกหนีการดูหมิ่น ถ้าท่านไม่หักล้างการดูหมิ่นของผู้อื่น ท่านจะเผชิญอุปสรรคต่างๆในชีวิตประจำวันของท่าน ด้วยเหตุผลนี้ ท่านต้องพยายามเตือนการดูหมิ่นเสมอ

บทธรรมนิพนธ์ “การเตือนการดูหมิ่นธรรมะและการชดใช้กรรมของคนๆหนึ่ง” สอน:

“บัดนี้ ในสมัยปัจฉิมธรรม ประเทศเต็มไปด้วยการดูหมิ่นธรรมะ ผู้ปกครองประเทศคือผู้ดูหมิ่นธรรมะอันดับหนึ่ง ถ้าไม่กำจัดความผิดร้ายแรงในตอนนี้ แล้วจะทำเมื่อใด?” (โกโช หน้า 712)

ในสมัยปัจจุบันนี้ เมื่อโลกเต็มไปด้วยการดูหมิ่น พวกเราต้องทำชะคุบุขุเพื่อที่จะกำจัดความผิดเรื่องการดูหมิ่นของผู้คน บทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” มีใจความว่า:

“ช่างน่าเสียใจ ผู้คนไม่ฟังคำเตือนของพระพุทธะที่มาจากเจตนาแท้ของพระองค์! ช่างน่าเวทนา ที่พวกเขาปฏิบัติตามคำพูดที่เชื่อถือไม่ได้ของพระ[โฮเน็น]ที่หลอกลวงและไม่มีเหตุผลรูปนี้! ถ้าท่านปรารถนาความสงบสุขทั่วทั้งประเทศโดยไม่ล่าช้า ท่านควรจะกำจัดการดูหมิ่นธรรมะที่มีอยู่ทั่วประเทศก่อน”

(โกโช หน้า 247; บทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน เล่ม 2 หน้า 35)

มีต่อ

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association