ข้อความสำคัญเพื่อความศรัทธา (Essential Passages For Faith)

เทศนาโดยพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน

ณ โคฝุโบ วัดใหญ่ไทเซคิจิ

ในวาระการโทซังเพื่อศึกษาธรรมภาคฤดูร้อนสำหรับผู้นับถือฮกเคโคในประเทศญี่ปุ่นปี ค.ศ. 2011

บทธรรมนิพนธ์ จดหมายถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด (一谷入道女房御)(2)

ถ้าพวกเราไม่กำจัดการดูหมิ่นทั้งหมดทั่วทั้งประเทศ พวกเราไม่สามารถมีความสุขแท้

บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบเมียวโฮ ภิกษุณี” มีใจความว่า:

“พระพุทธะเตือนอย่างเข้มงวด: “ถ้าท่านเห็นศัตรูของสัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่ไม่ตำหนิเขา เนื่องจากกลัวว่าจะทำลายชื่อเสียงของเขา เมื่อนั้นท่านเป็นศัตรูของพระศากยมุนี ถ้าท่านไม่เตือนการดูหมิ่นธรรมะ ไม่ว่าท่านจะฉลาดหรือดีเพียงใด ท่านจะตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด” (โกโช หน้า 1262)

เหล่านี้คือคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำของพระนิชิเร็น ไดโชนินเช่นกัน อาตมาไม่เชื่อว่าพวกท่านคนใดจัดอยู่ในประเภทนี้ แต่บางท่านอาจจะวิตกกังวลเกี่ยวกับชื่อเสียงของท่าน กลายเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ และลงเอยด้วยการไม่ทำชะคุบุขุ ถ้าเป็นอย่างนั้น ตามข้อความจากบทธรรมนิพนธ์นี้สอนว่า ท่านจะเป็นศัตรูของพระพุทธะและท่านจะไม่ได้รับกุศลผลบุญ ท่านต้องเตือนการดูหมิ่นธรรมะอย่างเข้มงวดและทำชะคุบุขุ  ท่านต้องรู้ว่าการปฏิบัตินี้เป็นขั้นพื้นฐานและจะทำให้ท่านบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนความสำคัญของการหักล้างการดูหมิ่นธรรมะในหลายบทธรรมนิพนธ์และในส่วนต่างๆ

การนำเรื่องนี้มาใช้กับความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเรา พวกเราแต่ละคนต้องทำชะคุบุขุ มุ่งสู่เป้าหมายของพวกเราสำหรับปี ค.ศ. 2015 และ 2021 นิชิเร็นโชชูกำหนดเรื่องนี้เป็นข้อแนะนำสำคัญ ขอให้พวกเราแต่ละคนสลักข้อแนะนำเบื้องต้นนี้ลงในหัวใจของพวกเราและทำชะคุบุขุ จงสอนผู้อื่นแม้เพียงประโยคเดียวหรือวลีเดียว ทั้งๆที่มีความยากลำบาก เมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุชั่วและกรรมด้านลบของพวกเราจะถูกกำจัดจนหมด และไม่มีข้อสงสัยว่าพวกเราจะบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้

เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายสำคัญของพวกเรา พวกเราต้องบรรลุเป้าหมายปัจจุบันของพวกเราก่อน  หลังจากนั้น พวกเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายการบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้ การฝันกลางวันเกี่ยวกับการบรรลุพุทธภาวะในชาตินี้โดยไม่ทำในสิ่งที่พวกเราต้องทำตอนนี้ให้สำเร็จจะไร้ความหมาย

เป้าหมายของพวกเราตอนนี้คือบรรลุเป้าหมายชะคุบุขุปีนี้ของพวกเรา ถ้าพวกเราแต่ละคนลงมือทำตามแผนอย่างจริงจัง, พวกเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายสำหรับปี ค.ศ. 2015 และ 2021 เป็นเรื่องปกติ ถ้าพวกเราไม่บรรลุเป้าหมายของพวกเราสำหรับปีนี้ พวกเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในอนาคตแน่นอน การสะสมความสำเร็จตามเป้าหมายตอนนี้จะนำไปสู่เป้าหมายสำหรับปี ค.ศ. 2015 และ 2021 และหลังจากนั้น การบรรลุการโคเซ็น-รุฝุ

นี่คือข้อแนะนำปัจจุบันของนิชิเร็นโชชู อาตมาหวังว่าแต่ละบุคคลจะทำชะคุบุขุอย่างจริงจังตามข้อแนะนำนี้ การแสวงหาผลลัพธ์ดีโดยไม่ทำภารกิจในปัจจุบันให้สำเร็จและขาดความรับผิดชอบเป็นการพยายามที่ไร้ประโยชน์ อาตมาเชื่อว่าความตั้งใจแน่วแน่ของท่านเพื่อทำภารกิจและหน้าที่ของท่านให้สำเร็จจะนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายชะคุบุขุของพวกเราสำหรับปีนี้แน่นอน

วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน มีนาคม 2013 หน้า 9-13

 

“พระอมิตาภพุทธะสถิตอยู่ในบริเวณดินแดนพุทธะหมื่นล้านองค์ที่ไกลออกไปและไม่มีความสัมพันธ์กับสหาโลกนี้แม้แต่น้อยนิด  อย่างไรก็ตาม คนๆหนึ่งอาจจะอ้าง[ว่ามีความสัมพันธ์เช่น นั้น], ไม่มีหลักการสำหรับความสัมพันธ์นี้  เหมือนพยายามให้ม้าผสมพันธุ์กับวัว, หรือให้ลิงผสมพันธุ์กับสุนัข!

อาตมา นิชิเร็น เป็นบุคคลเดียวที่รู้เรื่องนี้  ถ้าอาตมาเสียดายชีวิตของอาตมา อาตมาไม่ควรพูดออกมา อาตมาไม่เพียงจะไม่ตอบแทนหนี้บุญคุณซึ่งอาตมาเป็นหนี้ประเทศของอาตมาเท่านั้น แต่อาตมายังจะทำหน้าที่เป็นศัตรูของพระศากยมุนีพุทธะอีกด้วย ในทางตรงข้าม อาตมารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าอาตมาลืมความกลัวของอาตมาและประกาศเรื่องนี้ตามความเป็นจริง อาตมาจะถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต และถึงแม้ว่าอาตมาจะรอดพ้นจากการลงโทษโดยการประหารชีวิต อาตมาจะถูกเนรเทศอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หนี้บุญคุณซึ่งอาตมาเป็นหนี้พระพุทธะนั้นมากเหลือเกิน อาตมาจึงไม่ยอมให้ผู้อื่นข่มขู่ แต่ต้องพูดเรื่องเหล่านี้ออกมา

ตามที่อาตมาคาดการณ์ล่วงหน้า อาตมาถูกเนรเทศไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง  ช่วงการตัดสินลงโทษครั้งที่ 2 ในฤดูร้อนปีที่ 9 แห่งสมัยบุนเอ (ค.ศ.1272) อาตมาถูกส่งไปสถานที่หนึ่งซึ่งเรียกว่าอิจิโนซาวะ ในหมู่บ้านอิชิดะ ในจังหวัดซาโดะ ผู้ใหญ่บ้านและคนของเขาในบริเวณซึ่งอาตมาถูกส่งไป ทั้งเรื่องที่เป็นทางการและไม่ทางการ ปฏิบัติต่ออาตมาด้วยความประสงค์ร้ายยิ่งกว่าที่อาตมาเป็นศัตรูชั่วชีวิตของพ่อแม่ของพวกเขาหรือศัตรูจากชาติก่อนบางชาติ แต่ (อิจิโนซาวะ) นิวโด เจ้าของที่พักที่ซึ่งอาตมาไปอาศัย รวมทั้งภรรยาและคนใช้ของเขา แม้ว่าดูเหมือนพวกเขารู้สึกหวาดกลัวในตอนแรก มองอาตมาอยู่ห่างๆด้วยความสงสารเป็นการส่วนตัว บางทีเนื่องมาจากกรรมสัมพันธ์บางประการระหว่างพวกเราในชาติก่อน

อาตมาได้รับอาหารปันส่วนจากผู้ใหญ่บ้านน้อยมาก และเนื่องจากอาตมามีลูกศิษย์จำนวนหนึ่งอยู่กับอาตมา บ่อยครั้ง พวกเราได้ข้าวไม่มากไปกว่าคนละ 2 หรือ 3 คำ บางครั้งพวกเราตักแบ่งอาหารบนถาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสซึ่งทำมาจากเปลือกไม้ และบางครั้งพวกเรารับข้าวด้วยอุ้งมือของพวกเราและรับประทาน ณ ที่นั้น เจ้าของบ้านปฏิบัติต่อพวกเราด้วยความเมตตาเป็นการส่วนตัว  ถึงแม้ว่าดูภายนอกดูเหมือนเขารู้สึกหวาดกลัวผู้มีอำนาจ เขามีความสงสารพวกเรามากจากใจจริง บางสิ่งที่อาตมาจะไม่มีวันลืมไม่ว่าชาติหน้าชาติใด ในตอนนั้น เขามีความสำคัญต่ออาตมามากกว่าพ่อแม่แท้ๆที่ให้กำเนิดอาตมา  อย่างไรก็ตาม อาตมาเป็นหนี้บุญคุณเขามาก อาตมาต้องพยายามตอบแทนพวกเขาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง  ยิ่งกว่านั้น อาตมาต้องทำในสิ่งที่อาตมาเคยสัญญาไว้กับเขา”

(บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด” MW 6 หน้า 95)

 

ภูมิหลัง

พระนิชิเร็น ไดโชนินเขียนจดหมายนี้ที่ภูเขามิโนบุในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ.1275 เมื่อท่านอายุ54 ปี จดหมายนี้เขียนถึงภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโด พระสงฆ์ที่ดำเนินชีวิตฆราวาส (นิวโด) ที่อาศัยอยู่ที่อิจิโนซาวะ บนเกาะซาโดะ

ในปี ค.ศ. 1272 วันที่ 16 และ 17 มกราคม พระนิชิเร็น ไดโชนินโต้วาทีธรรมกับพระสงฆ์หลายร้อยรูปจากศาสนาพุทธนิกายอื่นที่มาที่กระท่อมที่อยู่ในสภาพหักพัง ณ ทุ่งสึคาฮาระ บนเกาะซาโดะเพื่อโต้แย้งกับท่าน ในโอกาสนั้น ท่านชนะและหลายคนเปลี่ยนมานับถือคำสอนของท่าน เดือนกุมภาพันธ์ คำพยากรณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนินเกี่ยวกับความขัดแย้งภายใน ซึ่งท่านกล่าวไว้ในบทธรรมนิพนธ์ “ริชโช อันโคกุ รน” เป็นจริง เมื่อโฮโจ โทคิสึเกะ พี่ชายต่างมารดาของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พยายามยึดอำนาจ และเกิดการต่อสู้ระหว่างกลุ่มตระกูลโฮโจในกรุงเกียวโตและเมืองคามากุระ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้พระนิชิเร็น ไดโชนินได้รับความเคารพมากขึ้น และเดือนเมษายน ค.ศ. 1272 ท่านถูกย้ายจากที่พักที่น่าเวทนา ณ ทุ่งสึคาฮาระไปที่บ้านของอิจิโนซาวะ นิวโด ที่ซึ่งท่านอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลาเกือบ 2 ปี จนกระทั่งเดือนมีนาคม ค.ศ. 1274 เมื่อหนังสืออภัยโทษมาถึง

เวลานี้ คนบนเกาะซาโดะที่ประกาศความศรัทธาต่อคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และผู้นับถือฆราวาส อบุตสึโบและเซ็นนิจิ-อามะ ภรรยาของเขา เป็นแรงสนับสนุนหลักของชาวเกาะนี้ ภรรยาของอิจิโนซาวะมีความศรัทธาและสามีของนางมีทัศนคติที่สนับสนุน ทั้งๆที่เขาเป็นผู้นับถือนิกายเน็มบุตสึ เขาถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1278 โดยที่ไม่มีความศรัทธา

ในตอนต้นของจดหมายฉบับนี้ พระนิชิเร็น ไดโชนินหวนคิดถึงอย่างสั้นๆการถูกเนรเทศไปแหลมอิสึในปี ค.ศ. 1261 รวมทั้งความพยายามตัดศีรษะท่านที่ตำบลทัตสึโนคุชิในปี ค.ศ. 1271 และถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะในเวลาต่อมา ท่านประกาศว่าท่านชี้ให้เห็นความผิดของนิกายที่คนทั่วไปยอมรับและเผยแผ่ความจริงของสัทธรรมปุณฑริกสูตรต่อเนื่อง แม้ว่าเสี่ยงชีวิตของท่าน เพื่อที่จะตอบแทนหนี้บุญคุณพระศากยมุนีพุทธะ ที่เป็นเจ้านาย อาจารย์และบิดามารดาของทุกคน

ในขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินแสดงความขอบคุณสุดซึ้งต่อการคุ้มครองของอิจิโนซาวะ นิวโดในระหว่างที่ท่านถูกเนรเทศอยู่ที่เกาะซาโดะ ท่านก็ชี้ให้เห็นอย่างเข้มงวดว่านิวโดจะมีชะตากรรมตกนรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุดตราบใดที่เขายึดมั่นความศรัทธาของเขาต่อคำสอนเน็มบุตสึที่ผิด ท่านอธิบายว่าการที่ชาวมองโกลโจมตีเกาะอิกิและสึชิมะ ซึ่งอยู่ทางใต้ ในปี ค.ศ. 1274 และคำขู่ว่าจะรุกรานครั้งที่ 2 เกิดมาจากชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศมีความเชื่อต่อคำสอนที่ชักนำไปในทางผิด

จดหมายฉบับนี้มาพร้อมกับสำเนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร 10 ม้วนซึ่งพระนิชิเร็น ไดโชนินมอบแก่ภรรยาของอิจิโนซาวะเพื่อประโยชน์ของนางและเพื่อประโยชน์ของย่าของนิวโด ที่มีความศรัทธาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรมากกว่าอิจิโนซาวะอย่างเห็นได้ชัด ในจดหมายนี้ ท่านอธิบายเหตุผลโดยละเอียดในการที่ไม่ส่งสำเนาสัทธรรมปุณฑริกสูตรให้อิจิโนซาวะ นิวโดตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งๆที่ท่านเคยสัญญาว่าจะส่งให้ตอนที่อยู่บนเกาะซาโดะ และท่านแสดงความกังวลชีวิตในชาติหน้าของนิวโด  สุดท้าย ท่านแนะนำภรรยาของอิจิโนซาวะ นิวโดอย่างเต็มที่ให้นางละทิ้งความผูกพันที่ยังเหลืออยู่ต่อคำสอนนิกายสุขาวดีและเพิ่มความศรัทธาต่อธรรมะแท้

 

คำอธิบายเพิ่มเติม

*นิวโด(入道 nyudo): คนที่โกนผมเพื่อบวชเป็นพระสงฆ์แต่ดำเนินชีวิตในฐานะฆราวาสต่อเนื่อง  ในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) เป็นต้นมา มีการแยกความแตกต่างระหว่างพระสงฆ์ฆราวาสกับผู้ที่ละทิ้งทางโลกอย่างเป็นทางการและอาศัยอยู่ในวัด

 

การรุกรานของมองโกล: ตุลาคม ค.ศ.1274 แค่ 5 เดือนหลังจากท่านปลีกตัวไปภูเขามิโนบุ คำพยากรณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทหารมองโกลประมาณ 30,000 นายเริ่มรุกรานประเทศญี่ปุ่นขนานใหญ่ในสิ่งที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าการรบสมัยบุนเอ และ 7 ปีต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1281 กองทัพมองโกลที่มีขนาดใหญ่กว่าในปี ค.ศ. 1274 รุกรานประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 2 การจู่โจมซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปว่าการรบสมัยโคอัน

ลำดับเหตุการณ์ “ชีวิตของพระนิชิเร็น ไดโชนิน หลังจากการบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิและถูกเนรเทศไปเกาะซาโดะ”

12 กันยายน ค.ศ. 1271 การบีฑาธรรมที่ทัตสึโนคุชิและถูกกักบริเวณเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนที่เอชิ

10 ตุลาคม ค.ศ. 1271 ออกเดินทางจากตำบลเอชิไปชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น

21 ตุลาคม ค.ศ. 1271 สภาพอากาศเลวร้ายจึงต้องรอ ณ สถานที่เรียกว่าเทระโดมะริ

1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1271 ถึงทุ่งสึคาฮาระ

16-17 มกราคม ค.ศ. 1272 การโต้วาทีธรรมที่ทุ่งสึคาฮาระ

3 เมษายน ค.ศ. 1272 ถูกย้ายมาอยู่ที่อิจิโนซาวะ บนเกาะซาโดะ ไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน แต่เหตุ ผลที่เป็นไปได้คือรัฐบาลเกิดความรู้สึกเคารพยำเกรงพระนิชิเร็น ไดโชนิน เนื่องจากคำพยากรณ์ของท่านเรื่องความขัดแย้งภายในเป็นจริง (ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา)

14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1274 รัฐบาลออกหนังสืออภัยโทษ ซึ่งมาถึงเกาะซาโดะในวันที่ 8 มีนาคมและออกจากเกาะซาโดะในวันที่ 13 มีนาคมและมาถึงเมืองคามากุระในวันที่ 26 มีนาคม

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association