วัดไทเซคิจิ

คำบรรยายโอโกะ – เมษายน 2018

 

 

           ใน “การตีความบทธรรมนิพนธ์ “สิ่งสักการะแท้” ” พระนิชิคัน โชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 26 แห่งวัดใหญ่กล่าว:

            “กุศลผลบุญแห่งการยึดมั่นโกฮนซนนี้ไม่มีขอบเขตและไม่สามารถวัดได้ และโกฮนซนมีหน้าที่มหัศจรรย์ที่กว้างและลึกซึ้ง ดังนั้น ถ้าคนๆหนึ่งเชื่อในโกฮนซนนี้และสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่มีคำอธิษฐานใดจะไม่ได้รับคำตอบ ไม่มีบาปใดจะไม่ถูกขจัด ไม่มีโชคลาภใดจะไม่ได้รับ และไม่มีความจริงใดจะไม่ปรากฏ” (มนดัง หน้า 189)

รากฐานแห่งคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนินคือได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้ ซึ่งถูกปกป้องอย่างเข้มงวด ณ วัดใหญ่ไทเซคิจิ ได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้คือจุดมุ่งหมายสูงสุดในการมาเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนินบนโลกนี้ ภายในได-โกฮนซนมีความหมายลึกซึ้งของมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ พวกเราสามารถบรรลุการรู้แจ้งแท้ในรูปกายปัจจุบันของพวกเราด้วยความศรัทธาต่อได-โกฮนซนเท่านั้น

คำสอนศาสนาพุทธแท้ถูกสืบทอดและส่งมอบโดยพระสังฆราชที่สืบทอดแต่ละองค์ บนพื้น ฐานการส่งมอบสายเลือดมรดกธรรมะซึ่งมอบแก่บุคคลเดียว และคำสอนเหล่านั้นถูกส่งมอบอย่างถูก ต้องมาถึงพวกเราจนถึงวันนี้

พระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสของนิชิเร็น โชชูต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถ ขณะที่พวกเขายึดมั่นความศรัทธาต่อได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้และปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ที่รับมอบมรดกธรรมะ  ด้วยการทำเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาสามารถบรรลุการรู้แจ้งในสภาพภูมิชีวิตที่ไม่หวั่นไหวและมีความสุขอย่างแท้จริง

ดังนั้น วัดใหญ่ไทเซคิจิคือสถานที่แห่งจิตวิญญาณที่สำคัญที่สุดในชมพูทวีป (ทั้งโลก)  นี่คือสถานที่ฝึกฝนขั้นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความศรัทธาและการปฏิบัติ

ในสมัยที่พระนิชิเร็น ไดโชนินมีชีวิต ผู้ติดตามท่านเทิดทูนและเคารพท่าน บางคนดีใจอย่างยิ่งที่สามารถไปพบท่าน เดินทางไกลทั้งๆที่มีความเสี่ยงในการเดินทาง และเอาชนะความยากลำบากอย่างมากในการไปโทซัง นิชิเมียวภิกษุณี ที่อาศัยอยู่ในเมืองคามากุระ โหยหาอยากจะพบพระนิชิเร็น ไดโชนิน ที่ถูกเนรเทศอยู่บนเกาะซาโดะ ถึงแม้ว่านางจะเป็นสตรี นางก็ไม่สนใจอันตรายร้ายแรงใดๆในการเดินทาง  อบุตสึโบซึ่งอาศัยอยู่บนเกาะซาโดะ ถึงแม้ว่าจะมีอายุถึง 90 ปีก็เดินทางหลายครั้งเพื่อไปพบพระนิชิเร็น ไดโชนินที่ภูเขามิโนบุ ผู้ติดตามที่เดินทางไกลเพื่อไปพบพระนิชิเร็น ไดโชนินได้สำเร็จ มีตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำอะไรก็ตามซึ่งพวกเขาสามารถทำได้เพื่อปรนนิบัติท่าน ตามที่กล่าวในบันทึก พวกเขาทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถเพื่อปรนนิบัติท่านอย่างจริงใจ ในการทำงานที่น่าเบื่อ อาทิ การตัดฟืน การเก็บผัก และเดินทอดลงไปที่หุบเขาเพื่อตักน้ำ

ในตอนนั้น มีผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนินที่ยากที่จะไปโทซัง พวกเขาสามารถได้รับจดหมายส่วนตัวและบทธรรมนิพนธ์จากพระนิชิเร็น ไดโชนิน พวกเขาอ่านจดหมายเหล่านี้เพื่อที่จะเพิ่มความศรัทธา ยิ่งกว่านั้น พระนิชิเร็น ไดโชนินส่งพระนิคโค โชนินและลูกศิษย์รูปอื่นไปบริเวณต่างๆเพื่ออธิบายคำแนะนำที่ลึกซึ้งแก่ผู้คน ท่านพยายามส่งเสริมความศรัทธาและการปฏิบัติร่วมกับผู้นับถือในบริเวณเหล่านั้น

เหล่านี้คือตัวอย่างของการปฏิบัติบนพื้นฐานจิตใจใฝ่แสวงหาที่เข้มแข็ง ตามที่อธิบายในข้อ ความจากสัทธรรมปุณฑริกสูตรดังต่อไปนี้:

           “จากจิตใจของพวกเขา พวกเขาจะแสดงความปรารถนาและจะกระหายที่จะเห็นพระพุทธะ”(โฮเคเคียว หน้า 434; สัทธรรมปุณฑริกสูตร แปลโดยนายวัตสัน หน้า 227)

ในปัจจุบัน ประเทศต่างๆนอกประเทศญี่ปุ่น มีวัด ศูนย์กลางการเผยแผ่ และสำนักงานของนิชิเร็น โชชู มากกว่า 30 แห่ง ผู้นับถือที่นับถือคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนินมีมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้นับถือชาวต่างประเทศที่เดินทางมาโทซังมีมากขึ้น พวกเขาล้วนมาโทซังด้วยความจริงจังเต็มที่และความตั้งใจที่จริงใจ

ผู้นับถือชาวต่างประเทศจำนวนมากอาศัยอยู่ไกลออกไปจากวัดใหญ่และบางคนอาศัยอยู่ในประเทศที่ไม่มีวัดหรือศูนย์กลางการเผยแผ่ ถึงจะเป็นอย่างนั้น ในฐานะผู้ติดตามพระนิชิเร็น ไดโชนินและนิชิเร็นโชชู พวกเขายึดมั่นและโหยหาอยากจะเห็นได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้อย่างจริงใจ และพวกเขาทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถด้านความศรัทธาและการปฏิบัติบนพื้นฐานจิตใจใฝ่แสวงหาที่เข้มแข็ง

ความศรัทธาในแนวทางเดียวกับวัดใหญ่จึงหมายถึง การปฏิบัติโดยยึดมั่นได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้และทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถด้านความศรัทธาและการปฏิบัติ บนพื้นฐานคำชี้นำจากพระสังฆราชองค์ปัจจุบันของพวกเรา

เพื่อให้การกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นได้นั้น สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถด้านความศรัทธาและการปฏิบัติของพวกเราเองก่อนและสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุทุกวัน

บทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยความหมายของตัวตนแท้ของเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” พระนิชิเร็นไดโชนิน อธิบาย:

            “ผู้ที่ละทิ้งคำสอนกุศโลบายอย่างซื่อสัตย์ ศรัทธาสัทธรรมปุณฑริกสูตรเท่านั้น และสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว จะเปลี่ยน 3 หนทางแห่งกิเลส กรรม และความทุกข์เป็นคุณธรรม 3 ประการแห่งธรรมกาย ปัญญา และความหลุดพ้น (วิมุตติ)  3 การไตร่ตรอง และ 3 สภาวะจะปรากฏในจิตใจของพวกเขาทันที และสถานที่ซึ่งพวกเขาอาศัยจะเป็นดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาล”

            (ชินเพ็น หน้า 694)

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเราว่าเมื่อพวกเราสวดมนต์ทำวาระและสวดไดโมขุอย่างจริงใจ พวกเราจะถูกนำไปสู่ภูมิชีวิตแห่งการรู้แจ้ง อดีตพระสังฆราชนิคเค่น โชนินกล่าว:

           “การปฏิบัติแห่งการสวดไดโมขุคือกุญแจเพื่อเปิดและได้มาซึ่งทุกสิ่ง”

ดังนั้น ท่านสอนพวกเราว่าการหันหน้าเข้าหาโกฮนซนและสวดไดโมขุอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พวกเราสามารถเปิดทางต่างๆในชีวิตและมีความก้าวหน้า นอกจากนี้ พระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน กล่าว:

           “สิ่งสำคัญจริงๆคือสะสมคุณธรรม 2 คนอาจจะพูดเรื่องเดียวกัน แต่ผู้คนจะไม่เข้าใจคำพูดของคนที่ขาดคุณธรรม จริงๆแล้ว พวกเราต้องสะสมคุณธรรม และสิ่งสำคัญในการสะสมคุณธรรมก็คือการสวดไดโมขุ และสิ่งสำคัญคือสวดไดโมขุอย่างแน่วแน่และอาบชีวิตของพวกเราด้วยกุศลผลบุญแห่งเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว” (ประมวลนิพนธ์ของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน เล่ม 21 หน้า 45)

ในบทธรรมนิพนธ์ “ว่าด้วยการส่งมอบมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการ”พระนิชิเร็นไดโชนินกล่าว:

           “บัดนี้ ในสมัยปัจฉิมธรรม ไดโมขุที่พระนิชิเร็นสวดต่างจากไดโมขุในสมัยก่อน  นี่คือนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งการปฏิบัติเพื่อตัวเองและการปฏิบัติเพื่อผู้อื่น” (ชินเพ็น หน้า 1594)

พวกเราต้องไม่พอใจแค่กุศลผลบุญกว้างขวางและมากมายของได-โกฮนซนเพื่อพวกเราเองเท่านั้น พวกเราต้องบอกคนมากมายเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับศาสนาพุทธแท้ด้วยการปฏิบัติเพื่อผู้อื่น ซึ่งคือทำชะคุบุขุ พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนว่าเมื่อพวกเราทำชะคุบุขุ นั่นคือ การปกป้องพวกเราเองจากการดูหมิ่นหรือการเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ดูหมิ่น

นี่คือ “ปีแห่งการกระทำ”  สิ่งจำเป็นสำหรับพวกเราคือกระตือรือร้นและร่วมในการทำชะคุบุขุเสมอ

พระสังฆราชนิชิเนียว โชนินมอบคำแนะนำแก่พวกเราดังต่อไปนี้:

           “ท่านต้องใช้พลังความศรัทธาที่เข้มแข็งของท่านและสวดไดโมขุ และหลังจากนั้น จงใช้กุศลผลบุญและความปิติที่ท่านได้รับเพื่อทำชะคุบุขุ การทำเช่นนี้จะเป็นพลังมหาศาลที่จะทำให้ท่านสามารถประสบความสำเร็จในความพยายามชะคุบุขุของท่านอย่างแน่นอน”

           (ประมวลนิพนธ์ของพระสังฆราชนิชิเนียว โชนิน เล่ม 15 หน้า 88)

ชะคุบุขุคือการปฏิบัติแห่งความเมตตา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (พระพุทธะแท้) ดังนั้น ด้วยกุศลผลบุญแห่งการทำชะคุบุขุ พวกเราจึงสามารถชดใช้กรรมด้านลบของตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ บรรลุการรู้แจ้งในชาตินี้ และทำให้คำอธิษฐานของพวกเราทั้งหมดในชาตินี้และชาติหน้าทุกชาติเป็นจริง นอกจากนี้ ด้วยกิจกรรมชะคุบุขุของพวกเราแต่ละคน พวกเราสามารถสร้างดินแดนพุทธะบนโลกนี้ที่ซึ่งพวกเราอาศัย จากนั้น พวกเราสามารถมีความสงบสุขบนโลกอย่างแท้จริง

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเราดังต่อไปนี้:

            “ผู้อุทิศชีวิตต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรต้องไม่ละทิ้งความศรัทธาและดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์  ถ้าพวกเขาอุทิศชีวิตของพวกเขาต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตรอย่างเต็มที่ และปฏิบัติอย่างถูกต้องตามคำพูดที่มีค่าดั่งทองคำของพระพุทธะ พวกเขาจะมีชีวิตยืนยาวและแข็งแรง ไม่ได้รับผลกระทบจากความโชคร้ายและความเจ็บป่วยอย่างแน่นอน พวกเขาจะได้รับผลลัพธ์ดีที่สุดไม่เพียงในชาติหน้าเท่านั้นแต่ในชาติปัจจุบันด้วย นอกจากนี้ พวกเขาจะสามารถบรรลุความปรารถนาแรงกล้าแห่งการโคเซ็น-รุฝุ”

            (บทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบพระไซเร็น-โบ ชินเพ็น หน้า 642)

ขอให้พวกเรามีความศรัทธาสมบูรณ์ต่อได-โกฮนซนของมหาวิหารแห่งคำสอนแท้และยึดมั่นคำสอนของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พวกเราต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถของพวกเราด้านความศรัทธาและการปฏิบัติเพื่อพวกเราเองและเพื่อผู้อื่น

ปัจจุบัน พวกเรา พระสงฆ์และผู้นับถือฆราวาสของนิชิเร็น โชชู กำลังก้าวหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มีผู้นับถือฮกเคโกะ 800,000 คนในปี ค.ศ. 2021 ในการครบ 800 ปีแห่งการเกิดของพระนิชิเร็นไดโชนิน (ผู้ก่อตั้ง) ของพวกเรา

สิ่งนี้จะนำพวกเราไปสู่ความสำเร็จแห่งความปรารถนาแรงกล้าแห่งการโคเซ็น-รุฝุเพื่อช่วยมวลมนุษยชาติให้พ้นทุกข์ที่แท้จริง  ดังนั้น พวกเราจะสามารถสร้างดินแดนแห่งแสงสงบสุขตลอดกาล ซึ่งแสดงถึงโลกที่มีความสงบสุขแท้

ไม่ว่าเวลาอาจจะเปลี่ยนไปอย่างไรและไม่ว่าสถานที่ปฏิบัติของพวกเราอาจจะต่างกันอย่างไร ขอให้พวกเราปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในแนวทางเดียวกับวัดใหญ่อย่างสมบูรณ์ และขอให้พวกเราก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันด้วยการทุ่มเทอย่างสม่ำเสมอ โดยการยึดมั่นความศรัทธาและการปฏิบัติที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง