ประสบการณ์ที่หนักแต่ทำให้ภรรยาข้าพเจ้ากลับมาปฏิบัติอย่างจริงจัง

     ผมชื่อ สุชาติ อรุณนิติธรรม ปฏิบัติศรัทธาตั้งแต่ปี 2529 ภรรยาผมชื่อ เบญจมาศ บุญล้อมปฏิบัติศรัทธาตั้งแต่ปี  2532  ครอบครัวผมเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ส่วนภรรยาเป็นคนไทยโดยกำเนิด ก่อนที่จะแต่งงานกัน เรามีปัญหาเนื่องจากครอบครัวผมไม่ชอบตัวภรรยาผมเพราะเป็นคนไทย ผมจึงแนะนำภรรยาให้เข้ามาปฏิบัติ นัมเมียวฯ เนื่องจากครอบครัวผมเป็นผู้ปฏิบัติศรัทธาทุกคน มันจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวผม ซึ้งภรรยาก็รับปากและเริ่มต้นปฏิบัติศรัทธาในปี 2532 อย่างตั้งใจและเข้าร่วมกิจกรรมธรรมะอย่างสม่ำเสมอ เธอใช้เวลา 6 ปีในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวผม จนเราได้แต่งงานกันในปลายปี 2538 และมีลูกผู้ชาย 2 คน แต่หลังจากแต่งงานกันภรรยาผมเริ่มขาดการปฏิบัติ เริ่มจากไม่สวดมนต์เช้า จนถึงไม่สวดมนต์ทั้งเช้าและเย็นโดยมีข้ออ้างต่างๆนาๆ ซึ้งสวนทางกับตัวผมที่มีการปฏิบัติและหน้าที่รับผิดชอบในกิจกรรมธรรมะมากขึ้น ผมมักจะเตือนภรรยาอยู่เสมอว่าเราได้แต่งงานกันเพราะ โงะฮนซน ฉะนั้นเราควรจะตอบแทนหนี้บุญคุณ โงะฮนซน โดยตั้งใจปฏิบัติศรัทธารวมถึงการชากุบุกุบุคคลอื่น แต่เนื่องจากภรรยาผมเป็นคนดื้อมากๆ เขาได้แต่พูดว่าเขารู้และเข้าใจ แต่ก็ไม่ยอมปฏิบัติเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เรามักทะเลาะกันเรื่องทำนองนี้บ่อยครั้ง ตัวผมเองมีความตั้งใจอยากให้ภรรยา รวมถึงแม่ยายที่อาศัยอยู่ที่บ้านผม มีโอกาสปฏิบัติ นัมเมียวฯอย่างเข้มแข็ง จนกระทั้งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ทำให้ภรรยาของผมหันกลับมาปฏิบัติศรัทธาอย่างเข้มแข็ง หลังจากที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน 17 ปี

      ในวันที่ ศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555 เวลา 07.10 am ภรรยาผมประสบอุบัติเหตุ ถูกรถเมล์เล็กชน ขณะที่ตัวเธอโดยสารอยู่ที่ในรถโดยสารขนาดเล็ก(รถสองแถว) ในระหว่างการเดินทางไปทำงาน ตัวภรรยาผมกระเด็นออกนอกรถไปไกล จนทำให้กะโหลกศีรษะด้านขวาแตก ซี่โครงด้านขวาหักและมีแผลทั่วตัว ตัวเธอเต็มไปด้วยเลือดและถูกส่งไปโรงพยาบาลด้วยความช่วยเหลือของหน่วยกู้ภัย

     ผมได้ทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลช่วงเวลา 08.00 am ในเช้าวันเดียวกัน ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลผมได้แจ้งข่าวให้พี่สาวทราบว่าภรรยาประสบอุบัติเหตุอาการสาหัส อยู่ในห้อง ICU ขอให้ช่วยกันสวดมนต์ พวกพี่น้องผมทุกคนช่วยกันสวด ไดโมขุนานถึง 5 ชั่วโมง

      โรงพยาบาลที่หน่วยกู้ภัยช่วยนำส่งเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก แต่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด ผมต้องการย้ายภรรยาผมไปยังโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเนื่องจากอาการเธอสาหัสมาก แต่คุณหมอเจ้าของไข้ทัดทาน โดยแจ้งว่าอาการของภรรยาผมน่าเป็นห่วงเนื่องจากกะโหลกแตกและมีเลือดออกในสมองเป็นจำนวนมาก จะต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วนผมจึงยินยอมให้ทำการผ่าตัดทันที ซึ้งผมมาทราบภายหลังว่าคุณหมอท่านนี้เป็นหมอเชี่ยวชาญเรื่องการผ่าตัดสมองจากโรงพยาบาลรัฐบาลโดยมาตรวจพิเศษที่โรงพยาบาล และเป็นความโชคดีของภรรยาผมที่แพทย์ท่านนี้อยู่ที่โรงพยาบาลนี้ในวันเกิดเหตุพอดี ซึ้งแพทย์พิเศษผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคจะไม่อยู่เป็นเวลาประจำ

 

หลังผ่าตัดสมอง 9 มีนาคม 2555

       เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องที่หนักมากในชีวิตครอบครัวที่ผ่านมา แต่ผมมีความเชื่อมั่นใน โงะฮนซน ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของภรรยาผมที่จะกลับมาปฏิบัติศรัทธาอย่างเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่งถ้าเขาสามารถมีชีวิตรอดมาได้ และผมยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่าเป็นชะตากรรมร่วมกันโดยไม่มีความรู้สึกโกรธพนักงานขับรถโดยสารที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ

     สามวันหลังจากการผ่าตัด ผมได้ย้ายภรรยาไปยังโรงพยาบาลในสิทธิ์ประกันสังคมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษา แพทย์เจ้าของคนไข้โรงพยาบาลใหม่ได้ดูฟิล์มที่ สแกนสมองและได้แจ้งกับผมว่าให้ทำใจเนื่องจากคนไข้โชคร้ายที่เสียสมองด้านซ้ายไปมากซึ้งเป็นส่วนสำคัญกว่าด้านขวา คนไข้จะไม่สามารถรับรู้หรือตอบสนองเรื่องราวต่างๆ อาจจะเพียงแค่ลืมตาได้อย่างเดียวไม่สามารถช่วยตัวเองได้  วันนั้นเป็นวันที่ผมรู้สึกเสียใจและสงสารภรรยาผมมาก ผมร้องไห้ระหว่างขับรถกลับบ้านตลอดทาง หลังจากถึงบ้านผมเริ่มสวดมนต์ต่อหน้าโงะฮนซนอยู่นานมากจนรู้สึกถึงพลังกุศลผลบุญที่ยิ่งใหญ่จาก โงะฮนซน จนทำให้ผมรู้สึกคลายความทุกข์ และรู้สึกว่ามีพลังที่จะต่อสู้เพื่อให้ผ่านช่วงที่เลวร้ายนี้ไปให้ได้

      สามอาทิตย์หลังจากรักษาอยู่ในห้อง ICU ภรรยาผมเริ่มลืมตาได้แต่ยังเหม่อลอยไม่รับรู้

28 มีนาคม 2555 เริ่มลืมตา แต่ไม่รับรู้ พูดไม่ได้

คุณหมอได้ทำการผ่าตัดใส่กะโหลกกลับคืนในวันที่ 31 มีนาคม 2555

31 มีนาคม 2555 หลังจากผ่าตัดใส่กะโหลก กลับคืน

02 เมษายน 2555 18.00 น วันแรกที่เริ่มพูด

09 เมษายน 2555 หมอให้กลับบ้านได้

     คุณหมอได้ให้ภรรยาผมออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 09 เมษายน 2555 และหลังจากเหตุการณ์นี้ ภรรยาผมเปลี่ยนเป็นคนใหม่ในด้านที่ท่าความศรัทธา เธอจะสวดไดโมขุ วันละ 2 ชั่วโมงทุกวันและจะติดตามผมไปเยี่ยมสมาชิกในที่ต่างๆ รวมถึงเขาร่วมกิจกรรมธรรมะอย่างสม่ำเสมอ เธอบอกกับผมว่าเธอสามารถรับรู้ถึงกุศลผลบุญที่ยิ่งใหญ่นี้จาก โงะฮนซน ที่เธอสามารถรอดชีวิตและไม่พิการ เธอบอกว่าเสียดายช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่ละเลยการปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง

คุณหมอ ไกรศรี จันทรา เป็นแพทย์ที่ใจดีมีเมตตา ผู้ดูแลด้านสมองตั้งแต่ 15 มีค. 55 และทำการผ่าตัดเก็บกะโหลก

 

ขอขอบคุณ

สุชาติ อรุณนิติธรรม

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association