ความมหัศจรรย์จากธรรมะนี้ทำให้ดิฉันเกิดความศรัทธาและเริ่มปฏิบัติ

 

ดิฉันชื่อ น.ส. ดวงใจ ทองอยู่ อายุ 44 ปี รับศีลรับพระตั้งแต่ปี 2544  รวมเวลานับคือ 12 ปี
        ดิฉันทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในวันหนึ่งได้รู้จักคำว่า “นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-เคียว”  จากคุณประเวศ โพธิ์ผึ้ง และครอบครัวเป็นครั้งแรกเขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดิฉันได้รู้สึกถึงความอัศจรรย์ของธรรมนี้เนื่องจากเขา ถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนตกจากเสาไฟฟ้าแรงสูง แต่ไม่ตาย แค่บาดเจ็บพอสมควรนอนพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาล 29 วัน โดยดิฉันเป็นผู้ดูแลเขาในขณะนั้น และดิฉันรู้สึกปะหลาดใจว่าถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตทำไม่ไม่ตายหรือพิการ ดิฉันจึงถามเขาว่ามีของดีอะไร บอกหน่อยซิ ถึงไม่ตาย(มันไม่น่ารอดในความเป็นจริงของชีวิต) เขาบอกกับดิฉันว่าเขาสวด นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ตอนนั้นดิฉันรู้สึกสนใจอยากรู้จักว่ามันคือศาสนาอะไร

        หลังจากคุณประเวศ และครอบครัวออกจาก รพ. ก็ได้ติดต่อกับดิฉัน และนำดิฉันไปสมาคม ไปสวดมนต์ฟังธรรมะ หลังจากที่ได้ฟังได้รู้ถึงว่าสอนสมเหตุสมผลดี มันไม่ใช่อภินิหาร โกหก หลอกลวง น่าที่จะลองสวดมนต์และศึกษาธรรมดู แล้วก็ได้ศึกษา และปฏิบัติมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 12 ปีแล้ว

        เริ่มปฏิบัติครั้งแรกๆก็สวดมนต์ทำวาระได้บ้างไม่ครบบ้าง เพราะเวลาทำงานของเราเข้าเป็นเวร ยิ่งเวลาบ่ายเราเข้า 16 – 24 น. และบางครั้งเราก็ต้องทำงาน 16 ชม. เช่น 8 – 24 น. เพราะฉะนั้นเวลาเราทำวาระเย็นจะไม่ถูกต้อง เพราะเราทำเลย 24 น. ไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อเป็นกฎของ โรงพยาบาล แต่ด้วยอนุภาพของ ไดโกฮนซน ที่เราต้องการปฏิบัติให้ถูกต้อง ปฏิบัติให้ตรงเวลา หลังจากนั้นไม่นานทาง รพ.จึงมีการเปลี่ยนระเบียบใหม่ โดยให้ปฏิบัติงานเร็วกว่าเดิม 1 ชม. คือเปลี่ยนเป็น 15 – 23 น.ฉะนั้นเราจึงทำวาระเย็นได้ไม่เลย เวลา 24 น. แล้วกุศลผลบุญเท่านั้นยังไม่พอ หัวหน้าแผนกให้เราเป็นผู้จัดเวรเองด้วย ฉะนั้นเวลามีงานพระใดๆ เราจะได้เข้าร่วมกิจกรรมโดยส่วนใหญ่ เช่น ศึกษาปฏิบัติธรรม , ประชุมเขต , ออกเยี่ยมสมาชิกต่างจังหวัด , ประชุมร่วมกับพระสงฆ์เวลาที่พระสงฆ์มาสมาคม เป็นต้น

จากการที่ได้นับถือปฏิบัติมาได้รับกุศลผลบุญมากมาย โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ค่ะ

ด้านการงาน

           ได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานดีเด่น ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ , เงินจำนวนหนึ่ง , ถ่ายรูปรับประทานอาหารกับท่าน ผู้อำนวยการ โรงพยาบาล , เงินเดือนขึ้นมากกว่าคนอื่นๆ โบนัสได้มากกว่าคนอื่นๆ
โดยทางโรงพยาบาลมีเกณฑ์การคัดเลือกที่แข้มมากดังนี้

  1. ต้องไม่มีประวัติการมาทำงานสาย ป่วย ลา ขาด เลย
  2. ต้องถูกคัดเลือกจากหัวหน้าแผนกโดยต้องเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย อ่อนโยน และเป็นตัวอย่างแก่เพื่อนพนักงานได้เป็นอย่างดี
  3. ต้องถูกคัดเลือกจากคณะกรรมการ โดยมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ รพ.
  4. คัดเลือกจากผู้ร่วมงาน โดยเป็นที่รักของผู้ร่วมงาน ช่วยเหลืองานต่างๆได้เป็นอย่างดี
  5. คัดเลือกจากผู้ร่วมงานต่างแผนก
  6. คัดเลือกจากคำชมเชย ของผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา โดยเขียนเป็นใบประเมิน

ซึ่งการได้รับรางวัลครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจ เป็นขวัญกำลังใจอย่างยิ่งในการทำงาน

                ซึ่งถ้าไม่ได้มาสวดมนต์ ก็คงไม่ได้เป็นพนักงานดีเด่นอย่างแน่นอน เพราะเดิมเป็นคนอารมณ์ร้อน โกรธง่าย โมโหง่าย ขี้หงุดหงิด หลังจากสวดมนต์ มาศึกษาธรรมะบ่อยๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลง อุปนิสัยที่แย่ๆ ให้ควบคุมได้ และลดน้อยลง(แต่ยังไม่หมดไปนะ) เมื่อเราเจอสิ่งกระตุ้น พวกนี้ เราก็ใช้วิธี(สูดลมหายใจ
เข้า-ออก ยาวๆลึกๆ แล้วสวดมนต์ นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-เคียว 3 ครั้ง) ทำให้เราเป็นคนใจเย็นขึ้น ใจดี อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน จนได้รับคำชมเชยจากผู้ป่วยว่าเป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลา ทั้งๆที่มาดูแล้วงานหนักและยุ่งมากๆ (ผู้ป่วยทำหมด 23 คน) จนญาติคนไข้บอกว่า นี้แปลกนะ งานก็หนัก แต่ทำไม เจ้าหน้าที่คนนี้ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองดี และหลังจากนั้นยังได้เป็นพนักงานดีเด่นอีก 2 ครั้ง จนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

ด้านการเงิน

 

           เงินเดือนขึ้นทุกๆปี มีโบนัส , OT ทำตลอด ขณะที่บางคนไม่รู้ว่าจะทำงานอะไรเลย แต่เรามีงานที่มั่นคง มีสวัสดิการดี มีเงินโบนัสไปโทซั่งที่ญี่ปุ่นทุกๆปี (ไปโทซั่ง 6 ครั้ง) โดยไม่เดือดร้อน มีเงินฝากทุกๆเดือนเพื่อทำโกกุโย(ทำบุญ) ไว้สมุดเล่มหนึ่งเลย ไม่เกี่ยวกับสมุดเงินฝากเล่มอื่นๆ เวลาทำบุญร่วมกับสมาคม และเวลาที่พระสงฆ์มีมาสมาคม และได้ซื้อคอนโดลุมพินีในโครงการดอกเบี้ยฟรี 2 ปี ก็คือว่าเป็นกุศลผลบุญที่โกฮนซน มอบให้เรา เราต้องตอบแทนหนี้บุญคุณโดยมิรู้ลืม

ด้านสุขภาพ

 

           เดิมเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมากๆ แค่คนไข้ไอใส่ จามใส่เราก็ติดหวัดแล้ว หลังจากมาสวดมนต์ สวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียวมากๆ สุขภาพก็แข็งแรงขึ้น นานๆจะเป็นหวัดสักครั้งหนึ่ง ขนาดขึ้นเวร ได้นอนน้อยมาก แต่เราสวดมนต์เข้มแข็ง เราจะมีพลังทำให้เราเหมือนคนได้พักผ่อนเต็มที่ มีสมองที่จดจำสิ่งต่างๆได้อย่างแม่นยำ เพราะเราได้สติปัญญาจากพระพุทธะ นั่นเอง แต่ก็มีโรคประจำตัวคือเป็น Cyst ที่รังไข่ แต่ขนาดเล็กมากๆ ตั้งแต่ปี 2541 ต้องพบแพทย์อยู่เป็นประจำ และทานยาอย่างสม่ำเสมอ การรับประทานยาฮอร์โมน ทำให้เราต้องตรวจ Mamogram เพราะอาจเป็นมะเร็งได้ จากการทำ Mammogram ทำให้ทราบว่าเป็น Cyst ที่เต้านมด้าน Lt ก็เลยต้องเจาะชั้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งขณะนั้นมันเป็นวิธีการที่เจ็บปวดมาก(ร้องให้เลยหละ)แต่ผลก็ปกติ และต่อมาก็ทำด้าน Rt เพื่อป้องกันไว้ก่อน ดิฉันบอกกับอาจารย์หมอว่ามันเจ็บมากๆ ไม่อยากทำเลย อาจารย์ให้กำลังใจและบอกว่า เพื่อว่าแน่ใจ ควรจะต้องทำ เราก็เลยสวดไดโมขุ มากขึ้น ทำให้การทำครั้งนี้ไม่เจ็บเลย ทำเสร็จแล้วเราคิดว่ายังไม่ได้เลย และครั้งนั้นได้พบกับคุณหมอหน้าตาน่ารัก สวยมาก พูดจาไพเราะ แถมยังเก่งอีกสามารถบอกผลได้เลยว่าปกติ ทำให้เราสบายใจ(ท่านเป็นธรรมบาลเทวะที่ดี)

เรื่องน่าตื่นเต้นและน่าตื่นกลัว(สำหรับภูมิอสุระในตัวเรา)

 

           ดิฉันไปเยี่ยมสมาชิกที่บัวใหญ่(จ.นครราชสีมา) ไปถึงก็รับประทานอาหารเช้า เข้าห้องน้ำที่ปั้ม ปตท. หลังรับประทานอาหารเสร็จ เข้าห้องน้ำกันเล็กน้อย ก็ออกมาจากปั้ม ตอนนั้นเป็นเวลา 7.00 น. พวกเราอยู่ทางออกหน้าปั้ม รถตู้เราประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 11คน รวมคนขับรถ ขณะที่กำลังจะขับออกจากปั๊ม เพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ จู่ๆก็มีรถบิ๊กอัพขับมาช้าๆ และพอสักครู่รถบิ๊กอัพ ก็ถูกรถพ่วง 18 ล้อพุ่งชนท้ายรถ ทำให้รถปิ๊กอัพก็ลอยเหินฟ้า เหมือนในภาพยนตร์ พุ่งเข้าใกล้รถตู้เราในด้านหน้ารถ ขณะนั้นดิฉัน เห็นเหตุการณ์พอดี เพราะเป็นฝั่งเดียวกัน จึงร้องตะโกนบอกทุกคนว่าให้ สวด นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-คียว ส่วนดิฉันสวดลั่นรถเลย ขอให้โกฮนซนช่วยพวกเราด้วย หลังจากนั้นรถบิ๊กอัพก็ชนรถเราโดยเริ่มจากด้านคนขับรถ เข้าไปด้านประตูคนขับเปิดไม่ได้ คนขับบาดเจ็บมากที่แขน และขาขวา เขาเจ็บจนตัวสั่นไปหมด (คนขับบอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย คนขับไม่ได้สวดมนต์กับเรา) ส่วนรถเขาถูกรถบิ๊กอัพกระแทกไปเรื่อยๆ จนรถปิ๊กอัพ ลอยไปหลนที่คูน้ำข้างถนน ซึ่งอีกนิดเดียวก็เป็นเสาไฟฟ้า ขนาดต้นใหญ่ๆ หลังจากนั้นดิฉันก็ดูแลสมาชิกว่ามีใครเป็นอะไรกันบ้าง ก็แค่ศีรษะชนกันบ้าง ตาเขียวช้ำบ้าง ไม่เป็นอะไรมากนัก หลังจากนั้นเราก็ไปดูรถปิ๊กอัพ คนขับรถก็ปลอดภัยดี ส่วนรถ 18 ล้อตำรวจบอกว่าเตรียมตัวหนีแต่ถูกจับเสียก่อน เลยหนีไม่ได้ ต่อมารถมูลนิธิฯปอเต็กตึ้งมาดูอาการ พอดีมี จากโรงพยาบาล ใกล้ๆมา ก็เลยช่วยคนเจ็บ 2 คน ไปส่ง โรงพยาบาล และรับยามาทานต่อที่บ้าน  จากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้เราสำรวจตัวเอง พบว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีภูมิอสุระ จึงเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ดีที่พวกเรากำลังทำหน้าที่ในการเผยแผ่ธรรมะ โกฮนซน จึงคุ้มครองพวกเราทำให้เราบรรเทาผลแห่ง  กรรมที่หนักเป็นเบาลงได้ นี้แหละธรรมมหัศจรรย์ จริงๆ

 

           ดิฉันมั่นใจว่าไม่มีธรรมใดสูงส่งที่สุดเท่า นัม-เมียว-โฮ-เร็ง-เง-เคียว อีกแล้วไม่มีธรรมใดที่แก้ไขชะตากรรมได้ ไม่มีใครสอนให้โทษตัวเอง มีแต่โทษ หรือ ยกความผิดให้ผู้อื่นโทษแต่สิ่งแวดล้อม ดิฉันขอสัญญาว่าจะยึดถือเป็นปฏิบัติ ธรรมนี้ไปจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ
ดวงใจ ทองอยู่

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association