โกฮนซนนำดิฉันกลับมาสู่หนทางถูกต้อง

 

ภูมิหลัง

          ครอบครัวของดิฉันเป็นคนไทย ดังนั้น ครอบครัวของดิฉันจึงนับถือศาสนาพุทธหินยาน   ชีวิตของดิฉันจึงผูกพันกับศาสนาพุทธหินยานมาตั้งแต่เด็ก  เท่าที่จำความได้,ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ,ดิฉันเป็นผู้นำอาหารไปถวายหลวงตารูปหนึ่ง,ที่บวชตั้งแต่หนุ่ม,ที่อาพาธ(ป่วย)อยู่เสมอ  และช่วงเวลานั้นดิฉันมีความคิดว่าศาสนาพุทธนิกายหินยานนี้ดีที่สุด 

          แม่ของดิฉันเป็นคนชอบทำบุญและช่วยเหลือสังคมเสมอ  แม่มีความเข้าใจว่าถ้าได้เป็นประธานในการทำบุญจะได้บุญมาก แต่เนื่องจากช่วงเวลานั้นครอบครัวเรายังไม่ค่อยมีเงิน, โอกาสที่จะเป็นประธานในการทำบุญต่างๆจึงยังไม่มี  ประกอบกับคนในสังคมนิยมที่จะให้ความเคารพนับถือและให้โอกาสกับผู้ที่มีฐานะ ดีโดยที่ไม่สนใจว่าเขาจะเป็นคนดีจริงหรือไม่  แม่จึงไม่มีโอการที่จะเป็นประธานในการทำบุญต่างๆตามที่หวังไว้  ทำให้ตอนนั้นดิฉันรู้สึกว่าสังคมไม่เป็นธรรมแบ่งชนชั้นตามฐานะทางสังคมไม่ ได้พิจารณาจากการกระทำคุณความดีจริงๆ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ดิฉันอยากจะหาเงินสร้างฐานะให้ทัดเทียมกับผู้อื่น

อะไรดลใจให้คุณนับถือศาสนาพุทธนิกายนิชิเร็น โชชู

          พี่สาวคนที่ 2 ของดิฉันเคยแนะนำให้ดิฉันสวด นัม-เมียว-โฮ-เร็งเง-เคียว มาแล้ว แต่เนื่องจากดิฉันเคยทะเลาะกับพี่สาวคนนี้อย่างรุนแรง ดิฉันจึงสาบานตัดความเป็นพี่น้องกัน  ถึงจะตายก็จะไม่ยอมคืนดีกัน( ซึ่งภายหลังเข้าใจว่าเป็นความคิดที่ผิดมาก ) 

          จุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิฉันเริ่มประทับใจและเห็นอานุภาพของธรรมมหัศจรรย์นี้  คือตอนที่ แม่ป่วยหนักและใกล้จะถึงแก่กรรม  พี่สาวของดิฉันสวด นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ให้แม่ฟังข้างเตียงของโรงพยาบาลเสมอ  ตอนนั้นดิฉันคิดว่าอะไรที่จะทำให้แม่ไปพบพระพุทธะอย่างสงบก็ยินดีโดยไม่ขัด ขวาง  แต่ด้วยความอคติต่อพี่สาว,วันหนึ่งดิฉันบอกพี่สาวว่าหยุดสวดมนต์นี้ได้ไหม?  ดิฉันจะนอน,น่ารำคาญ  แต่แม่ที่ป่วยอยู่,เอามือเคาะเตียง  เป็นสัญญาณว่าอยากให้สวดต่อ  พี่สาวจึงสวดต่อ  ดิฉันเห็นด้วยสายตาของดิฉันเองว่าสีหน้าของแม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด  ตอนนั้นทำให้ดิฉันรู้สึกว่าธรรมะนี้ต้องมีอะไรดีแน่ๆ น่าศึกษา น่าค้นคว้า หลังจากนั้นไม่นานแม่ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบ

          ใกล้วันเผาศพแม่ ดิฉันอยากจะพูดกับพี่สาว  ดิฉันจึงไปปรึกษาญาติที่เชื่อว่ามีตาทิพย์(เนื่องจากมองเห็นสิ่งลี้ลับ)ว่า ดิฉันอยากจะพูดกับพี่สาวจะต้องทำอย่างไร?  ญาติผู้นี้บอกว่าให้คืนคำสาบานกับแม่ในวันที่เผาแม่และขอเป็นพี่น้องกับพี่ สาวดังเดิม  วันนั้น ดิฉันเข้าไปกอดพี่สาวและร้องไห้  พี่สาวก็งงแต่ก็ยอมรับการขอโทษจากดิฉันและทำให้ความสัมพันธ์ของเรากลับมา เหมือนเดิม

          ดิฉันเป็นคนชอบดูหมอดู  ครั้งหนึ่ง หมอดูคนหนึ่งเดินทางมาจากเมืองจีน  ดิฉันได้ให้หมอดูท่านนี้ทำนาย,ปรากฏว่าถูกต้องทุกเรื่อง  และคำทำนายสำคัญที่สุดคือเขาทำนายว่าดิฉันจะมีอายุไม่เกิน 43 ปี,และท้าทายว่าถ้าไม่ถูกให้มาเอาศีรษะหมอไปเลย

          ด้วยความกลัว,ดิฉันจึงไปหาหมอดูอีกท่านหนึ่งที่สีลม  หมอคนนี้บอกว่าดิฉันหาทรัพย์เก่ง,แต่เก็บเงินไม่อยู่  พร้อมกันนี้ขอมือดิฉัน,เพื่อดูลายมือ  ลายมือดิฉันมีลายก้นหอยถึง 8 นิ้ว,ที่น่าจะมีบุญใกล้เคียงกับพระพุทธเจ้าที่มีลายก้นหอยครบทั้งสิบ  แต่เปล่าเลย!  ดิฉันนำชะตากรรมติดตัวมาและจะอายุสั้น  ทางแก้ไขคือต้องสวดชินบัญชรและยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกตั้งแต่เด็ก  แต่ดิฉันไม่ได้สวดคาถา 2 บทนี้มาตั้งแต่เกิด  ดิฉันจะทำอย่างไร?  ลูกของดิฉันเพิ่งจะอายุ 12 ปี,ดิฉันยังไม่อยากตายตอนนี้  ดิฉันอยากจะอยู่ดูความสำเร็จของลูก ช่วงเวลานั้นทำให้ดิฉันมีความทุกข์มาก

          เมื่อนึกถึงภาพของแม่ในอดีตและคำแนะนำจากพี่สาว, ดิฉันจึงเริ่มต้นสวดมนต์ นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ที่เตียงนอนและรบเร้าพี่สาว ขอไปศึกษาธรรมะที่เขตดาวคะนองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  การเริ่มเข้ามาศึกษาธรรมะทำให้เห็นผู้ปฏิบัติธรรมะนี้ไม่แบ่งชนชั้นตามฐานะ ทางสังคม ทุกคนพูดคุยเป็นกันเองยิ้มแย้มอย่างมีไมตรี ทำให้ดิฉันรู้สึกเริ่มประทับใจ และทำให้เริ่มปฏิบัติมากขึ้น

การไปโทซัง

          ดิฉันมีความตั้งใจเดินทางไปโทซังครั้งแรกในปีพ.ศ.2535  โดยที่สามีอนุญาตให้ดิฉันไปรับพระรับที่ศีลที่วัดใหญ่ แต่ช่วงก่อนที่จะเดินทางดิฉันเกิดผิดปรกติกับการมีประจำเดือนตลอดทุกวันเป็น เวลาถึง 3 เดือน จนถึงวันที่ได้เดินทางไปถึงวัด ไทเซคิจิ ก่อนวันที่จะเข้าไหว้ ได-โกะฮนซน ดิฉันได้อธิฐานต่อโกะฮนซน ขอให้หายจากการมีประจำเดือนที่ผิดปรกติ ช่างน่าอัศจรรย์ วันรุ่งขึ้นก่อนที่จะเข้าไหว้ ได-โกะฮนซน ประจำเดือนของดิฉันก็หยุดลง ทำให้ดิฉันดีใจมาก

ขณะที่เข้าไหว้ ได-โกฮนซน ดิฉันได้อธิษฐานต่อได-โกฮนซนขอชดใช้กรรมในอดีตจนถึงปัจจุบันให้หมดสิ้นและขอเป็นแบบอย่างที่ดีของสมาชิก  

          หลังจากกลับจากโทซังได้ไม่นาน ดิฉันเกิดเรื่องทะเลาะกับสามีอย่างรุนแรง ถึงกับจะแยกทางกัน ช่วงนั้นดิฉันลืมคำอธิฐานต่อ ได-โกฮนซน ในการขอชำระชดใช้ชะตากรรมและด้วยความโกรธดิฉันได้ออกจากบ้านนานถึง 2 เดือน โดยสามีและญาติพี่น้องตามให้กลับบ้าน แต่ด้วยความทะนงตัวดิฉันก็ปฏิเสธที่จะกลับบ้าน แต่ดิฉันยังสวดมนต์และไปฟังธรรมะที่สมาคมอย่างสม่ำเสมอ

          วันหนึ่งดิฉันได้มาศึกษาธรรมะที่สมาคม วันนั้นได้มีการเจาะใจ สมาชิกที่มาเล่าประสบการณ์คือเฮียบุ้งและภรรยา เขาทั้งสองประสบปัญหาเศรษฐกิจ จนล้มละลายเป็นหนี้เป็นสินอย่างมากและได้หลบหนีไปอยู่ต่างจังหวัด เฮียบุ้งและภรรยาเล่าไปก็ร้องไห้ไป ภรรยาเฮียบุ้งบอกว่าจะติดตามสามีไปทุกที่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนจะไม่ทิ้งเขา คำพูดนี้ทำให้สะกิดใจดิฉันและทำให้รู้สึกละอายใจในการกระทำต่อสามี  ดิฉันเกิดความรู้สึกที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงตัวเองและจะเป็นแบบอย่างที่ดี และได้บอกกับที่บ้านว่าจะขอกลับบ้าน ซึ่งทุกคนก็ดีใจที่ดิฉันกลับบ้าน

          ช่วงเวลา 1 ปีหลังจากได้กลับบ้านก็มีเรื่องทะเละกับสามีอยู่เรื่อยๆ แต่ดิฉันสามารถยอมรับและแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเองได้มากขึ้น รู้จักให้อภัยมากขึ้น จนทำให้สามารถมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสามีจนถึงปัจจุบัน นี่คือการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมและอุปนิสัยที่ไม่ดีของตัวดิฉัน

          ดิฉันมีชีวิตรอดผ่านอายุ 43 ปีมานานหลายปีและเข้าใจการปฏิบัติธรรมะนี้ดีขึ้น เมื่อหวนนึกถึงอดีตที่นับถือศาสนาพุทธหินยาน,ดิฉันชอบทำบุญแต่ไม่ได้ขัดเกลา ชีวิต  ดิฉันเคยเชื่อว่าดิฉันต้องงานหาเงินให้ได้มากๆเพื่อความสุข  แต่ปัจจุบันดิฉันเขาใจว่าสมบัติทางใจ มีความสำคัญกว่าสมบัติอื่นๆ การเปลี่ยนแปลงในสิ่งดีๆทั้งหมดเกิดจากการปฏิบัติ “ นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ”  ซึ่งปัจจุบันดิฉันได้มอบความศรัทธาต่อ โกะฮนซนเพียงอย่างเดียว

 

ขอขอบคุณ

ณัฐชุตา ธีมาพลกุล

เขตดาวคะนอง

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association