“คุณความดีที่มีอยู่ภายใน”(โชโตกุ)

ทำไมท่านจึงนับถือศาสนาพุทธนี้?

            ผมโชคไม่ดีที่เริ่มสวดมนต์ช้า  ในครอบครัวของผม,แม่สวดเป็นคนแรกเมื่อปีค.ศ.1966(47 ปีที่แล้ว),เมื่อผมอายุ 3 ขวบ  การสวดในระยะแรก,เมื่อเกิดเรื่องไม่ดี, ป้าตำหนิว่าเป็นเพราะแม่สวดมนต์  แต่แม่บอกว่าพระพุทธะเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ดังนั้น พระองค์ประทานสิ่งดีๆแก่ทุกคน เพื่อเลี่ยงปัญหา, แม่จะสวดตอนที่ป้าไม่อยู่  แม่อธิษฐานข้อเดียวคือขอให้ทุกคนในบ้านได้สวด  เพื่อต้องการให้คำอธิษฐานของท่านเป็นจริง,ท่านพาคนมากมายมาชากุบูกุผม

            ในบ้านนี้ ผมสวดเป็นคนสุดท้าย, เนื่องจากผมถูกปลูกฝังจากโรงเรียนว่าศาสนาพุทธมหายานมีแต่เรื่องอภินิหาร  ผมจะสวดเฉพาะเมื่อมีปัญหา; กล่าวคือสวดในขณะที่มีปัญหาไม่ใช่ปัญหาคลี่คลายแล้วค่อยมาสวด  จนกระทั่ง พฤษภาคมทมิฬปีค.ศ. 1992 เมื่อมีปัญหาการทะเลาะกันในบ้านเมืองระหว่างฝ่ายรัฐบาลสุจินดา คราประยูรกับพลตรีจำลอง ศรีเมือง  ผมพยายามสวดคาถาของหินยานหลายคาถา,แต่ไม่ได้ผล  ดังนั้น ผมจึงขึ้นไปสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวและอธิษฐานขอให้บ้านเมืองกลับสู่สันติ ผมจะสวดมนต์นี้ตลอดชีวิต  และไม่นาน 2 ฝ่ายยุติความขัดแย้งกัน ผมจึงสวดตั้งแต่บัดนั้น แต่ยังไม่จริงจัง

การโทซังครั้งแรกและหน้าที่ของผม

           ในปีค.ศ. 1993 ผมมีโอกาสไปโทซังครั้งแรกและรับศีลที่วัดใหญ่  ผมอธิษฐานต่อได-โกฮนซนว่าผมจะกลับมาอีก  ผมคิดว่าผมมี “คุณความดีที่มีอยู่ภายใน”(โชโตกุ)ซึ่งคือคุณความดีที่มีมาแต่กำเนิดตั้งแต่ผมเกิด และผู้อื่นช่วยเหลือผมเสมอ,เมื่อผมเผชิญความยากลำบาก  ผมเรียนรู้ว่าผมต้องตอบแทนหนี้บุญคุณผู้อื่น

           วันหนึ่ง มีโอกาสได้อ่านวารสารบัวขาวแล้วชอบแต่ยังไม่พอใจเนื่องจากเป็นการอ่านบางตอนจากบทธรรมนิพนธ์หรือเนื้อหาสั้นๆ  เมื่อผมรู้ว่ามีคำสอนของนิชิเร็น โชชูเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน,ผมอิจฉาผู้ที่รู้ภาษาเหล่านี้  ราวต้นปีค.ศ. 1997 ผู้อาวุโสท่านหนึ่งส่งโอโกะภาษาอังกฤษและขอให้ผมแปลเป็นภาษาไทย  ตั้งแต่นั้นมา ผมแปลทุกเดือน  จนกระทั่งราวต้นปีค.ศ. 2003 เขาบอกผมว่ามีคนแปลให้เขาแล้ว  แต่ด้วยความที่ผมอยากแปลต่อ ดังนั้นผมจึงหาจากอินเตอร์เน็ทและแปลและให้สมาชิกบางคนที่ต้องการศึกษา  ผมรู้ดีว่าการแปลผิดถือเป็นเรื่องร้ายแรง  ดังนั้น ผมจึงสวดไดโมขุมาก,ทั้งก่อนและระหว่างการแปล  ผมพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับความเมตตาจากพระสงฆ์และอยากจะเป็นพระสงฆ์ของนิชิเร็น โชชูในชาติหน้า  ผมบอกสมาชิกเสมอ “ศาสนาพุทธนี้รับประกันความสุขไม่ได้รับประกันความพอใจ”

อะไรคือความยากลำบากซึ่งท่านพบเมื่อท่านทำชากุบูกุ?

           ในประเทศไทย ศาสนาพุทธหินยานเป็นศาสนาประจำชาติ มีวัดทั่วทุกแห่งหนมากกว่า 40,000วัด  คนไทยชอบตักบาตรและขอให้พระสงฆ์สวดมนต์ให้ เมื่อพวกเขารู้ว่าตักบาตรไม่ได้พวกเขาจะไม่นับถือ  คนไทยไม่ชอบสวดมนต์เนื่องจากพวกเขาถูกสอนว่าพวกเขามีศีล 5 ข้อจึงถือว่ามีกุศลผลบุญน้อยเมื่อเทียบกับพระสงฆ์ที่มีศีล 227 ข้อ  พวกเขาคิดว่าทุกศาสนาดีเหมือนๆกัน,เนื่องจากทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดี 

โปรดบอกเป้าหมายของท่าน

          เวลาผู้นับถือนิกายนี้ถึงแก่กรรม ต้องไปทำพิธีในวัดของหินยาน พระสงฆ์บอกว่าไม่ถูกต้องและผมก็รู้สึกอายด้วยที่เราจำเป็นต้องทำเช่นนี้

          ในปีค.ศ. 2001 ประเทศไทยจัดให้การประชุมร่วมเพื่อฉลอง 750 ปีแห่งการประกาศสถาปนาศาสนาพุทธที่แท้จริง มีการกล่าวความตั้งใจว่าจะมีวัดในประเทศไทยโดยเร็ว  ตั้งแต่นั้นมา นี่คือคำอธิษฐานในใจส่วนตัวข้อแรกของผมและเมื่อผมมีโอกาสไปโทซังที่ประเทศญี่ปุ่น ผมก็อธิษฐานต่อได-โกฮนซนตลอดมา 

 

วันชาติ การวิวัฒน์

   เขตระยอง

      

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association