ประสบการณ์จากการปฏิบัติที่อดทน ทำให้เหตุร้ายกลายเป็นดี

                สวัสดีค่ะ ผู้อาวุโส เพื่อนสมาชิก  ข้าพเจ้าภารดี วิจิตรนุกูล มีบุตร 5 คน หญิง 4คน ชาย 1คน สามีรับเหมาก่อสร้างมานานหลายปี มีเพื่อนชวนเข้าหุ้น ทำกิจการหลายอย่าง เช่น เลี้ยงกุ้งกุลาดำ บ้านจัดสรร ร้านอาหาร ดิฉันได้ส่งบุตรชายไปศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย ส่วนลูกสาวศึกษาที่สถาบันเอกชนในประเทศไทย ต่อมาเกิดปัญหาคือได้ลงทุนกิจการบ้านจัดสรร หลังจากที่วางโครงการและถมดินเรียบร้อย ปรากฏว่าธนาคารที่ขอกู้เงินไว้ ปฎิเสธเงินกู้ ทำให้โครงการล้ม นอกจากนี้ โครงการอื่นๆ ที่กล่าวมาประสบปัญหาทั้งสิ้น ทำให้ต้องเลิกไปทีละกิจการ และยังต้องนำบ้านจำนวน 2 หลังไปจำนองไว้กับธนาคาร และขาดการผ่อนส่ง บุตรชายต้องกลับเมืองไทยทั้งที่ยังเรียนไม่จบ บุตรสาวอีก 2 คน ก็ต้องหยุดเรียนเช่นกัน ต่อมาต้นปี 2540 คุณวิภาดาได้พาหัวหน้าเขตพร้อมผู้อาวุโสมาแนะนำให้ดิฉันสวดนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ซึ่งดิฉันก็ปฎิบัติทันที สวดได้ประมาณ 2 เดือน ก็รับพระ 29 เมษายน 2540 เมื่อรับพระแล้วก็เริ่มสวดคัมภีร์ เช้า-เย็น ทุกวันสม่ำเสมอและมาร่วมประชุม ศึกษาธรรมะที่สมาคมสม่ำเสมอทั้งยังได้ออกเยี่ยมสมาชิกทุกเดือน ต่อมาปลายปี พ.ศ.2541 ก็ได้เปิดกิจการสวนอาหารด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนสามีและคุณวิภาดา กิจการไปได้ดีในสองปีแรก ปีที่สามเริ่มแย่ลง รายรับไม่พอค่าใช้จ่ายในร้าน แต่ก็ไม่สามารถปิดกิจการได้เนื่องจากต้องอาศัยร้านเป็นที่อยู่อาศัยและเครื่องครัว โต๊ะ เก้าอี้ เยอะมาก นอกจากนี้ธนาคารก็กำลังจะฟ้องคดีบ้านที่ติดจำนอง ดิฉันทุกข์มากๆที่ถูกทวงหนี้จากธนาคารและผู้ที่ให้ยืมเงินลงทุนมา คุณวิภาดาพาผู้อาวุโสและเพื่อนสมาชิกมาสวดมนต์ที่ร้านและให้กำลังใจเป็นระยะๆ ช่วงที่ทำร้านอาหารดิฉันไม่ได้ไปสวดมนต์ที่สมาคมเลย สวดพิเศษก็ไม่เคย ถูกทวงหนี้มากๆก็เกิดแรงกดดันดังกล่าว จนดิฉันออกไปสวดมนต์ที่สมาคม ทำให้เกิดกำลังใจที่จะต่อสู้เอาชนะอุปสรรคนี้ และขณะจิตของดิฉันก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า โกฮนซนจะประทานสติปัญญาให้ดิฉันแก้ไขปัญหานี้ได้ ทำให้ฉันมีพลังในการตั้งจิตอธิษฐานขอให้ดิฉันมีพลังในการสวดมนต์พิเศษวันละ 3 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 เดือน อธิษฐานว่าหากลูกมีบุญวาสนาเป็นเจ้าของกิจการนี้ต่อไป ก็ขอให้ขายดีขึ้น หากไร้บุญวาสนาก็ขอให้ผู้อื่นมาเซ้งกิจการไป เมื่อดิฉันสวดจนครบ 1 เดือน ก็ยังไม่ปรากฎผล เวลาต่อมาประมาณ 5-6 เดือน ก็มีผู้มาติดต่อเซ้งกิจการจนสำเร็จ ทำให้สามารถชำระหนี้สินได้จำนวนหนึ่งและที่อยู่ติดจำนองก็ขายได้หนึ่งหลัง ต่อมาเดือนพฤษภาคม 2545 ดิฉันประสบอุบัติเหตุขณะไปเยี่ยมสมาชิกที่จังหวัดแพร่ ขาด้านซ้ายเป็นแผลเหวอะหวะ แต่กระดูกไม่แตกหัก ต้องพักรักษาตัวอยู่ประมาณ 2 เดือน มีคุณจงกลนี คุณประภาพร มาเยี่ยมที่บ้าน ต้องขอขอบคุณท่านทั้งสองค่ะ นอกจากดิฉันจะไม่ท้อถอยหรือหมดกำลังใจแล้ว ดิฉันยังคงความศรัทธาต่อไปอย่างมั่นคง สามีกับลูกๆทุกคนก็ไม่สงสัย หรือเป็นอุปสรรคในการปฎิบัติธรรมของดิฉัน รักษาจนแผลหายก็ออกเยี่ยมสมาชิกต่อไป ต่อมาไม่นานนักบ้านที่เหลือติดจำนองอีกหลังก็ขายได้ ทำให้ไม่ต้องถูกฟ้องและสามีก็ได้งานทำ ลูกสาว 3 คนก็ได้งานทำพร้อมกัน

             กล่าวโดยสรุปแล้ว การที่ดิฉันมีกำลังใจไม่ท้อถอย ทั้งๆที่ปฎิบัติมาเป็นเวลาถึง 4 ปี จึงได้รับผลบุญเป็นผลมาจากการสวดมนต์เช้ามิได้ขาด ร่วมศึกษาธรรมะที่สมาคม ที่สำคัญคือดิฉันยึดมั่นในองค์โกฮนซนเพียงหนึ่งเดียว นอกจากผลบุญดังกล่าวแล้ว ผลบุญอีกอย่างหนึ่งซึ่งยิ่งใหญ่ และดิฉันมีความภาคภูมิใจมากคือการได้ไปนมัสการไดโกฮนซนที่วัดใหญ่ไทเซขิจิ เพื่อการฉลองครบรอบ 750 ปี  แห่งการเผยแผ่นัมเมียงโฮเร็งเงเคียว

              ตั้งแต่ปีพ.ศ.2545 ทางครอบครัวเริ่มดีขึ้นมาตลอด ดิฉันเริ่มสวดมนต์พิเศษวันละหนึ่งชั่วโมงมาตลอด ออกเยี่ยมสมาชิก มาสมาคมอย่างสม่ำเสมอ เข้าปี พ.ศ.2547 ก็ได้มีบุญไปโทซังเป็นครั้งที่สอง และในปีพ.ศ.2547 ได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับดิฉัน เมื่อสามีบอกดิฉันว่าเมื่อปี 2533 ไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ต้องไปพักดูแลกุ้งที่นั้น ได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง มีลูกด้วยกัน 2 คน เป็นผู้ชายตอนนี้อายุ 11-12 ปี จ้างครูเลี้ยงแล้วเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านโป่ง เขาจะพาไปดู ส่วนแม่เด็กไปมีครอบครัวใหม่ พอพูดจบ ดิฉันฟังเงียบไม่พูดอะไร ยังไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ไปสอบถามมาปรากฎว่าเป็นเรื่องจริง ได้แต่ร้องไห้และเริ่มคิดมาก นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ทุกครั้งที่ได้ไปฟังประสบการณ์ของสมาชิกที่สมาคม ฟังเเล้วเฉยๆแต่มาวันนี้ มาถึงตัวเองมันทุกข์มากจนอธิบายไม่ถูก คิดว่าวันนี้ไม่มีแรงสวดมนต์เช้าแน่เลย สักครู่คิดขึ้นมาได้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นชะตากรรมของเราที่เราได้ไปศึกษาธรรมะมา เราต้องยินดีรับชะตากรรมนี้มันเป็นของเรา   ทันที่คิดได้รีบเข้าไปจุดธูป เทียนสวดมนต์เช้าเสร็จ รายงานพระทุกอย่างที่เกิดขึ้น ลูกขอยินดีน้อมรับและขอบคุณโกฮนซน พอพูดจบรู้สึกโล่งใจเบาอย่างมหัศจรรย์ รู้สึกสบายขึ้นสามารถสวดมนต์ได้ตามปกติทุกวัน แล้วทุกครั้งที่สวดมนต์ก็จะอธิษฐานต่อโกฮนซน ขอให้ลูกลืมความทุกข์ทั้งหมดโดยเร็ว ดิฉันกับสามีได้ไปรับลูกชายสองคนมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน ต่อมาเวลาผ่านไปหลายปี หนี้สินที่ติดค้างอยู่ก็ยังไม่ได้ชำระ ทั้งๆที่หลายปีผ่านมา ก็มีงานทำพอมีเงินบ้างแต่ยังไม่พอจ่ายหนี้   ดิฉันไปศึกษาธรรมะ ฟังประสบการณ์ของผู้อาวุโส บอกว่าถ้าเรามีหนี้แล้วไม่ยอมจ่ายหนี้ ที่ติดค้างคนอื่น จะทำอะไรไม่ขึ้น จะมีอุปสรรคมาขวางทำอะไรก็ไม่สำเร็จ มีวันหนึ่งดิฉันคิดได้พระท่านให้ปัญญากับดิฉัน ปีนั้น พ.ศ.2549 ได้มีบุญไปโทซังเป็นครั้งที่สาม ได้ไปนมัสการไดโกฮนซน ได้อธิษฐานขอให้ลูกกลับบ้านครั้งนี้ได้ชำระหนี้สินทั้งหมด ภายในปีพ.ศ.2549 นี้  พอกลับมาก็ได้เริ่มจ่ายหนี้สินทั้งหมดที่ได้ตั้งใจในปีพ.ศ.2549 ได้หมดจริงๆ  ดิฉันเริ่มเผยแพร่ธรรม ที่ภาคอีสานที่สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่น เวียงจันทร์ หัวหน้าเขตชายเพื่อนสมาชิกช่วยกันทำงานพระอย่างมีความสุข

                เวลาผ่านไปถึงปีพ.ศ.2553 ดิฉันได้ไปโทซังเป็นครั้งที่ 4 ทุกครั้งที่ไป ดิฉันมีความสุขมากที่ได้ไปนมัสการไดโกฮนซน เป็นดินแดนพระพุทธะ และในปี พ.ศ.2553 มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดิฉันเป็นครั้งที่ 2 อยู่ๆสามีมาบอกกับดิฉันว่าเขาทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่องมีอยู่ว่าขณะนี้เขากำลังมีปัญหาตกลงกันไม่ได้ เรื่องลูกอีกสองคนกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งลูกสาวอายุ9ปี ลูกชายอายุ7ปีพอสามีพูดจบ ดิฉันฟังอย่างเดียวไม่พูดอะไร น้ำตาไหลพราก มึนงง ไม่อยากเชื่อคำพูดที่เล่าให้ฟังนี้มันเป็นจริง ความทุกข์ที่สาหัสมันยิ่งใหญ่ เหมือนสายฟ้าผ่าบนกลางดวงใจอีกครั้ง ชีวิตจริงมีแบบนี้ด้วยหรือ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นชะตากรรมทั้งหมด ตามที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาธรรมะมา เหตุที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความบังเอิญ ปัจจุบันถ้าเราไม่ได้สร้างเหตุนี้ มันคืออดีตชาติเราเป็นผู้สร้างทุกอย่าง โชคดีที่ภารดีได้มาสวดมนต์นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ทำให้เข้าใจแล้วให้อภัยสามี

                ปัจจุบันได้พาลูกมาเลี้ยงดูที่บ้าน  ดิฉันไม่เคยโกรธหรือโทษใคร ยอมรับ ดูแล อบรมสั่งสอน มันเป็นหน้าที่ของแม่ ถึงแม้ดิฉันจะมีเงินน้อยแต่ครอบครัวมีความสุข สามีดิฉัน และลูกทั้งหมด 9 คน อยู่ดีมีความสุข และได้นำหลักธรรมมาใช้กับชีวิตครอบครัว

                สุดท้ายนี้ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่าน เพื่อนสมาชิกทุกคนที่ให้เวลากับครอบครัวดิฉันเสมอมา ขอบคุณคะ

               ดิฉันมีความตั้งใจ ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน

                ขอบคุณคะ

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association