จากความศรัทธาหนึ่งเดียวมุ่งมั่นเพื่อได้ไปพบไดโงะฮนซนที่โทซัง

 

           สวัสดีคะ ดิฉันชื่อพิชามญช์ เลิศวรวงษ์วิทย์ ชื่อเล่นชื่อเก๋คะ เก๋ได้เห็นตู้พระและได้ยินคำสวด นัม-เมียวโฮ-เร็งเง- เคียว ตั้งแต่เริ่มจำความได้ เพราะอาม่าหรือแม่ของคุณพ่อสวดมนต์อยู่  เก๋เคยไปร่วมสวดมนต์ในที่ประชุมด้วย แต่ตอนนั้นเพราะยังเด็กมาก จึงไม่รู้สึกเข้าถึงโงะฮนซน หรือไม่อิน รู้สึกเฉยๆ และแอบกลัวตู้พระซึ่งเป็นสีดำๆ แอบรู้สึกหลอน ซึ่งจริงๆความรู้สึกนี้มันคืออุปสรรคให้เก๋ไม่ได้มีโอกาสมาสวดมนต์ จนกระทั่งเก๋ขึ้นชั้น มัธยมศึกษาปีที่สอง อาม่าได้เสียชีวิตลง และทำให้ตู้พระไม่เคยได้เปิดอีกเลย ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 คุณแม่ของ เก๋ได้ล้มป่วยลงเป็นอัมพฤกษ์ ซึ่งตอนนั้นเก๋ยังเรียนอยู่ ต่อมาประมาณ 5 ปีให้หลัง คุณแม่เริ่มมาสวดมนต์ เริ่มเปิดตู้พระโดยได้รับการชักชวนจากทางสมาชิกสมาคมสร้างคุณค่าให้สวดมนต์ แต่ตอนนั้นเก๋ยังคงไม่สนใจและรู้สึกเฉยๆ ชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆแบบไม่แย่ที่สุดและไม่ดีที่สุด

           จนเมื่อเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2012 เก๋เริ่มมาสวดมนต์ที่สมาคมธรรมประทีป และได้รับศีลในเดือนถัดมาพร้อมกับคุณแม่ พาคุณแม่มาสมาคมสวดมนต์  โดยสวดมนต์อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อที่วันครบรอบ 2 ปีหลังจากที่รับศีลแล้ว จะได้เดินทางไปโทซังเพื่อไปขอบคุณไดโงะฮนซน ณ วันนั้นยังไม่ได้ทราบรายละเอียดอะไรมากนัก รู้แต่เพียงว่าจะต้องสวดมนต์ให้มากๆ เพราะการไปโทซังแต่ละครั้งมักมีอุปสรรคเสมอ แม้มีเงินพอก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปได้  หากไม่มีกุศลผลบุญมากพอ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2014 เก๋รับศีลครบ 2 ปีพอดี คุณประภาพร นายกสมาคมมาถามว่าอยากจะเดินทางไปโทซัง รอบเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2015 ไหม  เก๋รีบตอบรับแบบไม่ลังเล  อีกทั้งรอบนี้ยังเป็นรอบพิเศษ  เป็นวันครบรอบพิธีเฉลิมฉลองครบ 770 ปี แห่งการเกิดพระสังฆราชองค์ที่ 2 พระนิกโคโชนิน  เป็นงานใหญ่และสำคัญ มากและในการโทซังรอบนี้กลุ่มยุวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงครั้งนี้ด้วย  ใครๆต่างก็บอกว่า เก๋มีบุญมากที่ ได้ไปโทซังในรอบเดือนเมษายนนี้ และอีกทั้งยังเป็นโทซังครั้งแรกของเก๋ด้วย ซึ่งโทซังรอบนี้โดยปกติจะเป็นผู้นำองค์กร หรือ กรรมการเท่านั้นที่จะได้ไป  ตลอดระยะเวลา6 เดือนในการซ้อมการแสดงของโทซัง  เป็นที่แน่นอนค่ะว่ามีอุปสรรคมากมาย เก๋สวดโชไดวันละหนึ่งชั่วโมง ถ้าวันไหนเข้ามาสวดมนต์ที่เขตจะมาสมาคมเร็วขึ้น เพื่อสวดโชไดเพิ่มอีก1ชม. ก่อนเวลาเริ่มสวดมนต์จริง  พอไปถึงวัดใหญ่เก๋รู้สึกเหมือนว่า…เคยมาที่นี่มาก่อน เหมือนวัดใหญ่เป็นบ้านของตัวเอง บรรยากาศน่าอยู่มากๆ เมื่อได้พบกับไดโงะฮนซน รู้สึกตื่นตันใจที่ได้มีโอกาส มาถึงที่นี่อย่างปลอดภัย 

           แต่ตารางในการสวดมนต์นั้นแน่นมากและยังต้องแบ่งเวลามาซ้อมกับเวทีจริงเยอะมาก โดยส่วนตัวเวลานอนน้อยติดๆกัน  จะมีอาการปวดหัวหรืออาจจะรุนแรงถึงขั้นอาเจียนได้ ในคืนที่ 2 ต้องเริ่มเข้าพิธีสวดอุชิโตระ ตอน เวลาตีสองครึ่ง มีเวลานอน 3 ชั่วโมง แต่ได้นอนจริงๆแค่ 2 ชั่วโมง เพราะจะมีสมาชิกที่ตื่นก่อนเดินเสียงดังทำให้ตื่นมาเร็ว เรายังพอไหว แต่ระหว่างที่สวดมนต์อุปสรรค มารเหมือนมาช่วยกันปิดตาสะกดให้ง่วงนอนเพราะที่วัดพลังพระพุทธะมีมาก มารต่างๆก็เข้ามาขัดขวางกันมาก เก๋ก็พยายามขอให้ไม่ง่วง ก็ จะง่วงบ้างไม่ง่วงบ้าง นั่งสวดมนต์กับพื้นทำให้ได้รู้ว่าอุปสรรคอีกอย่างคือหัวเข่าซ้ายไม่ดีพอนั่งนานๆ จะพลิกเปลี่ยนข้างเหมือนเข่าจะฉีก แต่ก็ต้องอดทน เจ็บทั้งทางกายและความหนาวของอากาศที่เย็น  ตั้งแต่วันที่ไปจนถึงวันแสดงไม่มีอาการปวดหัวใดๆ และเมื่อถึงวันแสดงจริง ขณะที่รอข้างเวทีกำลังจะก้าวขึ้นไปนั้น อาการปวดหัวเกิดขึ้นทันที  ในใจตอนนั้นสวด นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ขอกับโงะฮนซน ขอให้อาการนี้หาย ไปก่อน ขอให้เก๋ได้ทำการแสดงซึ่งเป็นภารกิจของเราให้เสร็จสิ้นได้ก่อน แล้วความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ตลอด เวลา 8 นาที ที่อยู่บนเวที เก๋ไม่มีอาการปวดหัวเลย หายเหมือนไม่เคยปวดหัวมาก่อน ต้องขอบคุณโงะฮนซนที่เมตตาเรามาก เก๋ตั้งใจทำการแสดงออกมาให้ดีที่สุด ทำให้การแสดงในครั้งนี้ผ่านพ้นไปราบรื่น แต่พอลงเวที อาการก็กลับมาเหมือนโดนหยุดไว้ชั่วขณะ คืนนั้นเก๋รีบทานยาและนอน เพราะยังต้องอยู่ที่วัดต่ออีก2วัน และการไปโทซังรอบเมษายนก็ราบรื่น กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย 

           ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน มีการโทซังศึกษาธรรมะภาคฤดูร้อนที่วัดใหญ่ เก๋เกิดอยากจะไปอีกครั้ง  ได้ยินมามากว่า…ที่วัดในช่วงนี้อากาศร้อนพอๆกับบ้านเรา แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เก๋จะปฎิเสธการไปในครั้งนี้ เก๋ตัดสินใจทันทีว่าจะไปโทซังครั้งนี้  ถึงแม้เก๋จะมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง แต่ในทุกวันมีค่าใช้จ่าย ค่าของลงทุน ค่าเช่าร้าน ค่ากินอยู่ในระยะเวลา 4 เดือนกับค่าใช้จ่ายไปโทซังนั้นก็ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่น้อยเลย แต่น้องบอสเคยบอกว่า… “หากเรามีความตั้งใจจริงที่จะไป      เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่เราต้องกังวล แต่สำคัญคือความตั้งใจ ความศรัทธามุ่งมั่นที่จะไปโทซังเดี๋ยวเงินจะมาเอง” แต่ไม่ใช่ไม่ทำงานแล้วนั่งอยู่เฉยๆนะคะ คือเราสวดมนต์เช้าเย็น แล้วต้องสวดโชไดเพิ่ม ขอให้มีกุศลผลบุญได้ไปศึกษาธรรมะภาคฤดูร้อนในครั้งนี้ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็จะเอื้ออำนวยให้กับเราและไม่น่าเชื่อว่าอานุภาพพลังความศรัทธา และมุ่งมั่นที่จะไปนั้นในระยะเวลาเพียง2เดือน คือ ในเดือนมิถุนายนนั้น ทางสมาคมเรียกให้มาชำระค่าใช้จ่ายในการไปโทซัง เก๋นำเงินสดไปชำระที่สมาคมได้อย่างสบายๆ แต่กลับมีอุปสรรคก่อนไปในเรื่องของปัญหาความสัมพันธ์กับคน โชคดีที่เก๋เข้าใจว่า…เมื่อไหร่ที่เราตั้งใจศรัทธาอย่างเข้มแข็งอุปสรรคจะตามมา สมาชิกเคยบอกว่า…ให้ยึดที่พระ อย่าไปยึดที่ตัวบุคคล การที่ เราสวดมนต์นานๆไม่ได้บอกว่าทุกคนจะเข้าใจหลักธรรมได้มาก หรือนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ หรือ แก้ไขอุปนิสัยที่ไม่ดีได้หมด บางคนสวดมนต์มาครึ่งค่อนชีวิต อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยได้เลยก็มี สอนบอกหลักธรรมกับใครต่อใครได้แต่…. กับตัวเองอาจทำไม่ได้เลยก็มี วันนี้เขาสร้างเหตุ เราก็ทำหน้าที่รับผลเท่านั้น เก๋จำสิ่งเหล่านี้ได้ จึงไม่ได้สนใจอะไรกับปัญหาที่เกิด  มุ่งมั่นสวดมนต์มากขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรค  ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผู้อื่นให้หมดไป 

           การไปโทซังรอบที่  2 นี้ เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ หัวเราะยิ้มแย้มตลอดทริป น้องโบว์ลูกคุณธรรมธัชกับคุณมักก็เดินทางไปครั้งแรก เก๋กับน้องเขาได้ชวนกันไป พอลงจากรถบัสเพื่อไปทานอาหารก่อนเข้าวัด อากาศเย็นสบาย น้องโบว์ยิ้ม อากาศดีจังไม่ร้อนอย่างที่ได้ยินมา  ใครๆที่บอกว่า ร้อนในรอบเดือนสิงหาคมนั้น แต่ละปีอากาศจะไม่เหมือนกัน สมาชิกด้วยกันบอกว่าขึ้นอยู่กับภูมิชีวิตของเราตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร เราก็จะพบอากาศแบบนั้น เพราะตอนไป เตรียมพร้อมทุกอย่างทั้งกาย วาจา ใจ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เมื่อไปถึงวัดก็ได้รู้จักสมาชิกองค์กรอื่นๆ และสมาชิกองค์กรเดียวกัน เมื่อไปถึงที่วัด พอมีเวลารีบไปไหว้สุสานพระนิชิเร็น ไดโชนิน ซึ่งรอบเดือนเมษายนไม่ได้ไปเพราะฝนตกหนักทั้งวัน รอบนี้ฝนตกเบาๆน้อยๆพอให้เย็นชื่นใจได้ ทำโทบะให้บรรพบุรุษ สมาชิกในห้องเยอะมาก และทุกที่ๆเก๋ได้ไป เก๋ได้มีโอกาสนั่งหน้าสุดเห็นพิธีกรรมชัดเจน เห็นพระสังฆราชชัดๆ มีความสุขกับการไปทริปนี้อย่างมาก ได้เห็นอะไรมากขึ้น ในการไปโทซังทุกคนเสมอภาคคะ ได้รู้ว่าเราต้องบำเพ็ญ น้องโบว์เพิ่งเคยไปครั้งแรก เก๋ก็จะคอยบอกโบว์ว่าเวลาทานข้าว เราต้องมาช่วยกันนำโต๊ะ ขาตั้งโต๊ะมาตั้งและช่วยกันเรียงจัดสิ่งของต่างๆ เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เราจะทานเพียงคนเดียวแต่จะต้องเผื่อสมาชิกคนอื่นๆด้วย และดูรายชื่อประเทศที่หน้ากล่องเป็น Thailand ให้ยกมาวางบนโต๊ะที่เราเรียงไว้  ทานเสร็จให้นำกล่องข้าวลงลังกล่องเดิมและยกไปไว้หน้าห้องที่เดิม แก้วชาใส่ในถังที่เค้าวางไว้ และช่วยกันเก็บโต๊ะ นี่คือการบำเพ็ญอย่างหนึ่ง นี้ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบ แต่เราต้องบำเพ็ญให้ได้  เป็นการทำเพื่อผู้อื่น เพราะเก๋บอกน้องให้ทำ เราก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างด้วย ไม่ใช่สั่งให้ทำอย่างเดียว  ที่นอนเช่นกันเก็บเอง ปูเอง วันกลับต้องช่วยกันทำความสะอาดดูดฝุ่น จัดพับที่นอนในห้องที่เก็บเหมือนที่มา ให้เรียบร้อย  ขัดล้างห้องน้ำแบ่งๆแยกๆกันไปทำ ก็จะมีสมาชิกหลายๆท่านช่วยกันทำ  สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน 

           การมาสวดมนต์แค่เพื่อตัวเองไม่ใช่การมาสวดมนต์ที่สมบูรณ์แบบ แต่การมาสวดมนต์ต้องบำเพ็ญเพื่อผู้อื่นด้วย ไม่ต้องทำเพื่อให้ใครเห็น ทุกสิ่งที่เราทำทั้งดีหรือไม่ดี  โงะฮนซนเห็นทุกครั้งค่ะ  พอกลับมาบ้าน ปัญหาเดิมที่เคยมีอยู่เกิดหนักมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่เพิ่งกลับมาจากโทซัง รู้สึกงง รับไม่ได้ในสิ่งที่ เกิดขึ้น แต่พอได้คุยกับเพื่อนสมาชิกนี่คือสิ่งที่ดี  เพราะเป็นการชำระล้างชะตากรรมของเรา ให้เรายอมรับสิ่งนี้ อย่าต่อว่า อย่าสงสัยในโงะฮนซน ว่าทำไมไปโทซังมาแล้วทำไมไม่เจอสิ่งดีๆ แต่…นี่คือสิ่งที่ดีให้เราได้มาแก้ไข ตัวเราอภัยให้ผู้อื่น

           แต่ในเรื่องร้ายๆก็มักมีเรื่องดีๆเสมอ ตั้งแต่ไปโทซังรอบเดือนเมษายน ก็ได้มารู้จักกับน้องบอส  คุณวันดีแม่ของน้องบอส  คุณศิริพรและอีกหลายๆคนในครอบครัวนี้ ซึ่งดีและเมตตากับเก๋มากๆคะ มีปัญหาอะไรจะคอยนำหลักธรรมมาชี้แนะ ให้เข้าใจเสมอๆ ขอบคุณความรักและเมตตาที่มีให้คะ แม้จะมีเรื่องราวร้ายๆแต่ โงะฮนซนก็เมตตาให้พบเจอสิ่งดีๆ เพียงแค่เราสวดมนต์ ศรัทธาอย่างเข้มแข็ง มุ่งมั่นตามหลักธรรมคำสอน ทำสิ่งดีๆ แล้วสิ่งดีๆก็จะตามมาอย่างแน่นอนค่ะ 

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association