การศรัทธาด้วยความจริงใจทำให้ข้าพเจ้าเอาชนะชะตากรรมได้

            ข้าพเจ้าชื่อรุ่งนภา รัชตอุดมผล เริ่มนับถือตั้งแต่มีการเผยแผ่นัมเมียวโฮเร็งเงเคียวในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ.2505 แฟนของข้าพเจ้าเข้ารับโกฮนซนในปีพ.ศ.2506  ตั้งแต่นั้นมาก็ได้รู้จักกับนัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ตอนแรกยังศรัทธาไม่เข้มแข็งสวดมนต์ไม่สม่ำเสมอ แต่หลังจากแต่งงานก็ศรัทธาเข้มแข็งมากขึ้น ลูกๆทุกคนเป็นเด็กดี เชื่อฟังทุกอย่าง ชีวิตครอบครัวมีความสุขดี แต่ผ่านมาระยะหนึ่งก็ตกศรัทธาไปไม่ได้เข้ามาสมาคมอีกเลยเกือบ 20 ปีจนผู้อาวุโสไปตาม และได้กลับมามีหน้าที่เป็นหัวหน้าเขตดูแลสมาชิกในเขตบางไผ่

           หลังจากนั้น 20 ปี ไปตรวจร่างกายพบว่า ตับไม่ค่อยดี แต่เรารู้สึกว่าก็ไม่ได้มีอาการอะไร เลยไม่ได้ไปหาหมออีก ผ่านมาระยะหนึ่งเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย มือไม้สั่นเวลาเดินขึ้นสะพานลอย แต่ก็ไม่รู้สาเหตุ ได้ยินคนอื่นพูดกันว่าถ้าเป็นโรคเชื้อไวรัสตับจะไม่มีเรี่ยวแรง เลยตัดสินใจไปหาหมอ พอดีกับได้ไปเจอสมาชิกคนหนึ่งที่ไปเยี่ยมสมาชิกด้วยกัน เขาบอกว่าจะพาแม่ไปหาหมอที่รพ.ศิริราช ข้าพเจ้าถามเขาว่า ตอนกลางคืนมีหมอด้วยหรอ สมาชิกคนนั้นบอกว่าเป็นหมอนอกเวลา และเขาก็แนะนำให้ไปหาหมอที่รพ.ศิริราช เพราะมีหมอเก่งๆเยอะ  ข้าพเจ้าจึงไปหาหมอ และตรวจหัวใจกับตับ เพราะเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วข้าพเจ้าเคยเป็นโรคหัวใจตีบหนึ่งเส้น หมอบอกว่าให้ลดยาลง กินแค่วันละหนึ่งครั้งจากที่เคยกินสองครั้งต่อวัน เพราะยานี้จะละลายลิ่มเลือดทำให้เลือดใสเกินไป และไปตรวจตับพบว่า ติดเชื้อไวรัสตับชนิด C  5 ล้านกว่าตัวในตัวของข้าพเจ้า ถ้าไม่รักษาไวรัสนี้จะกลายเป็นมะเร็งตับได้ หมอบอกว่าประเทศไทยยังไม่มียารักษา ต้องไปเอายาของเมืองนอกมาซึ่งราคาแสนกว่าบาท ต้องใช้เวลารักษา 6  เดือนรวมทั้งหมด 24 เข็ม และยานี้เป็นยาที่แรงมาก หมอจะฉีดให้เฉพาะคนไข้ที่ไม่มีโรคประจำตัวเท่านั้น โชคดีที่ข้าพเจ้มไม่มีโรคประจำตัว หมอจึงนัดให้ข้าพเจ้ามารักษา ต้องฉีดยาอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง และต้องรักษาอย่างต่อเนื่องถ้าไม่ได้ฉีดยาหนึ่งครั้งจะต้องเริ่มรักษาใหม่ตั้งแต่แรก ข้าพเจ้าจึงถามหมอว่าจะมีอาการข้างเคียงหรือไม่ หมอบอกว่ายานี้จะทำลายเซลล์ในร่างกายหมด จะมีอาการคล้ายคนที่รักษาด้วยคีโม คือกินไม่ได้ นอนไม่หลับ จะผอม และทรมานมากในสองวันแรก ข้าพเจ้ารู้สึกใจหายมากเมื่อได้ยินว่าจะมีอาการผมร่วงด้วย แต่หมอก็ให้กำลังใจว่าผมร่วงก็ขึ้นใหม่ได้  ข้าพเจ้าเข้ารับการรักษาทุกวันศุกร์ หลังจากฉีดยาเข็มแรก 2 ชม. เริ่มมีอาการหนาวสั่น ผ้าห่ม 2 ผืนก็เอาไม่อยู่ ข้าพเจ้าจึงกินน้ำอุ่น อาการไม่ดีขึ้น ปวดไปหมดทั้งตัว กินยาแก้ปวดก็ไม่ได้ เพราะข้าพเจ้าแพ้ยาพาราเซตามอล ทรมานมากๆ  ข้าพเจ้าสวดมนต์รายงานโกฮนซน และอธิษฐานขอให้หมอมีสติปัญญาที่ดีที่จะรักษาข้าพเจ้าให้หายได้  จากนั้นหนึ่งอาทิตย์ หมอบอกว่า ข้าพเจ้าต้องควบคุมน้ำหนักให้เท่าเดิมตลอด ถ้าน้ำหนักเพิ่ม จะต้องเพิ่มยามากขึ้น แต่ถ้าน้ำหนักลด ก็จะต้องลดยาลงด้วย  และเนื่องจากร่างกายของข้าพเจ้าไม่ผลิตเลือดเลย หมอจึงให้ข้าพเจ้ากินไข่มากๆ กินอย่างน้อยวันละ 2 ฟองเพื่อให้โปรตีนไปสร้างเลือดมากขึ้น สมาชิกหลายคนก็เอานมมาให้ข้าพเจ้าบำรุงร่างกาย  

           ระหว่างการรักษา ไม่มีเรี่ยวแรงเลย แต่ข้าพเจ้าก็ได้แสดงความตั้งใจกับโกฮนซนว่าจะมาสวดมนต์โชไดเพื่อการโคเซ็นรุฝุ 1 ชม.ในวันพฤหัสบดีให้ได้ทุกครั้ง และข้าพเจ้าบอกกับเชื้อโรคว่าถ้าจะมาอยู่กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ยินดีรับเธอ แล้วเรามาสวดมนต์ มาบำเพ็ญตนด้วยกัน  ข้าพเจ้าเข้ารับการรักษาจนเหลืออีก 3 เข็มสุดท้ายถึงตอนนั้นร่างกายของข้าพเจ้าผลิตเลือดมากขึ้นแล้ว หมอบอกให้กินเยอะๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรง จนกระทั่งรักษาครบทั้ง 24 เข็ม ตอนนั้นมีอาการอ่อนเพลีย ข้าพเจ้าสวดโชไดมากขึ้น และไปตรวจร่างกายอีกครั้งพบว่า เชื้อไวรัสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านกว่าตัวแล้ว ซึ่งไม่เคยมีใครเป็นแบบนี้มาก่อน ระหว่างนั้น ข้าพเจ้าไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะกลัวว่าคนที่ไม่เข้าใจจริงๆจะดูถูกโกฮนซน ได้แต่สวดมนต์รายงานโกฮนซนมาเรื่อยๆ

            จนกระทั่งเดือนเมษายนปีพ.ศ. 2558 ที่มีการไปโทซังเฉลิมฉลองการครบรอบ 770 แห่งการเกิดของพระสังฆราชองค์ที่ 2  พระนิคโค โชนิน ข้าพเจ้าตัดสินใจที่จะไป และได้บอกกับเชื้อไวรัสว่าเราจะไปโทซังด้วยกันนะ ชาติหน้าเธอจะได้ไม่ต้องลำบาก และมีโอกาสได้เกิดในสภาพที่ดีกว่านี้  หลังกลับจากการโทซัง  ข้าพเจ้าเข้าอุโมงค์เพื่อสแกนร่างกายอีกครั้ง เมื่อผลออกมาก หมอจับมือแสดงความดีใจกับข้าพเจ้าพร้อมบอกว่า เชื้อไวรัส 7 ล้านกว่าตัวนั้นได้หายไปหมดแล้ว ด้วยความมหัศจรรย์ของโกฮนซน ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าได้ชำระชะตากรรมนั้นในดินแดนพุทธะ และเชื้อไวรัสนั้นต้องได้รับผลบุญอย่างแน่นอน  จนกระทั่งตอนนี้ ข้าพเจ้ามีร่างกายที่แข็งแรง มีครอบครัวที่มีความสุข และสมบูรณ์

           ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณโกฮนซนอย่างมากและเพียรพยายามที่จะตอบแทนโกฮนซนด้วยการทำหน้าที่ของข้าพเจ้าให้ดีที่สุด ทำงานพระ ดูแลสมาชิกที่สมาคมฯในกรุงเทพ และออกไปเยี่ยมสมาชิกที่จังหวัดต่างๆเช่น ภูเก็ต กำแพงเพชร ระยอง ลำพูน และชลบุรี 

 

ขอขอบคุณ

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association