ธรรมะแห่งการสำรวจตัวเอง เรียนรู้ภูมิชีวิตของตนเองแล้วแก้ไข

ดิฉันเริ่มปฏิบัติ ศรัทธาธรรมะนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พศ.2556 ผู้แนะนำคือน้า และน้าเขย คือคุณวรกมลและคุณ เกรียงศักดิ์อร่ามเมฆา และมีป้าอีกคนหนึ่งที่ ช่วยดูแลด้วยก็คือป้าใหญ่ กัลยา เต๊อะอ้าย
ช่วงแรกๆที่ได้เข้ามา เป็นวันที่ทางสมาคมองค์กรที่เชียงใหม่​ สมาชิกมีรับพระและรับศีล ฉันประทับใจกับพิธีการในวันนั้นมาก​ เสียงตีกลองที่พระสงฆ์ตีตอนสวดคำว่า นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ทำให้ฉันน้ำตาคลอซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก วันนั้นลูกชายของฉันอายุประมาณ 7 เดือนและดิฉันก็ได้อุ้มมาวางไว้ข้างๆ โดยที่ลูกนอนในที่นั่ง​ของเด็กอ่อน(คาร์ซีต)​ หลังจากนั้นได้เข้ามาปฏิบัติและรับฟังธรรมะเรื่อยๆ​ก็รู้สึกว่า ธรรมะนี้ สอนถึงเรื่องหลักเหตุและผล​ และเป็นแก่นของธรรมะที่จะนำพาให้ตัวฉันเข้าใจตัวเองและพ้นทุกข์ได้
ดิฉันมั่นใจในหลักธรรมะและสามารถสวดวาระเช้า-เย็นเป็นแล้ว​ จึงได้รับพระในเดือน มกราคมปีพ.ศ. 2557 หลังจากนั้นดิฉันก็ได้หมั่นออกร่วมทำงานพระกับทางกลุ่มสม่ำเสมอ เพราะช่วงที่หลังจากรับพระใหม่ๆ ได้รับผลบุญเรื่องการค้าขายกำไรดีขึ้น แต่พอไปสักระยะหนึ่งก็เจอบททดสอบ ในหลาย​ๆเรื่อง ทั้งเรื่องครอบครัว​ สุขภาพและการเงินเศรษฐกิจในครอบครัว แต่ดิฉันก็ยังยึดมั่น ที่จะปฏิบัติหลักธรรมนี้ต่อไป เราสามารถรักษาครอบครัวของเราไว้ได้ โดยหลักธรรมะของพระนิชิเรนไดโชนิน

ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2560 ครอบครัวของเรามีโอกาสได้ไปร่วมซัมเมอร์โทซัง​ โดยเริ่มอธิษฐานจิตใจและสวดมนต์อย่างตั้งใจตั้งแต่ต้นปี​ 60​ ให้ได้ไปร่วมโทซังที่วัดใหญ่ไทเซขิจิประเทศญี่ปุ่น ให้พร้อมกันทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเพราะลูกชายก็อายุ 5 ขวบแล้ว เขาก็เป็นเด็กที่หัวไวและเข้าใจง่ายจึงช่วยกันอธิษฐานขอ แล้วเราก็สามารถซื้อตั๋วได้ในราคาโปรโมชั่น และ เตรียมเงินไปวัดใหญ่ได้เพียงพอ​ จนกระทั่งถึงวันที่จะออกเดินทาง ลูกชายไม่สบายเป็นไข้ขึ้น 38 องศาและท้องเสีย จึงพาไปหาหมอที่คลีนิคหมอบอกว่า ลองดูช่วงบ่ายนี้อีกทีถ้าไข้ลดลงเป็นปกติก็สามารถเดินทางได้แต่อาการท้องเสียก็ยังจะเป็นอยู่ประมาณ 2-3 วันซึ่งหมอก็ให้ยามา 4-5 ขวด แม่ก็ต้องคอยป้อนให้ลูกเป็นระยะๆ พอลูกไข้ลด จึงตัดสินใจพากันออกเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนออกบ้านเราก็ไปสวดมนต์ ที่หน้าโงะฮนซน ขอให้พระคุ้มครองทุกคนที่เดินทางในครั้งนี้ให้ปลอดภัย ไม่พบเจออุปสรรคในการเดินทางและขอให้น้องอิ่มบุญลูกชายแข็งแรงขึ้น ในส่วนช่วงการเดินทางบินจากดอนเมืองบินตรงไป ประเทศญี่ปุ่นนั้นลูกชาย ก็มีอาการปวดถ่ายท้องเสียทุก 1 ชั่วโมง​ดิฉันแทบไม่ได้นอน ใน 6 ชม.ที่อยู่บนเครื่องบินลุกไปเข้าห้องน้ำ 5-6ครั้ง​ แต่พอไปถึงที่วัดใหญ่ไทเซขิจิ อาการของลูกชายก็ดีขึ้นมาก หายเป็นปกติ ส่วนตัวดิฉันเองก็ไม่เพลียเลย​
การไปที่วัดใหญ่ครั้งนี้ดิฉันรู้สึกประทับใจทั้งบรรยากาศและทุกกิจกรรมที่ได้เข้าร่วม​กับทางวัด ทั้งยังได้เรียนรู้ถึง พื้นฐานนิสัยของคนญี่ปุ่นที่สามารถนำมาเป็นแบบอย่างที่ดีคือพวกเขาเป็นคนมีระเบียบวินัยและตรงต่อเวลามาก​ และพระสงฆ์​ยังเป็นผู้มีสปิริต คือมีจิตใจที่ห่วงใย​สมาชิก​และดูแลสมาชิกเป็นอย่างดี​ ดิฉันและครอบครัวมีความศรัทธาเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่กลับจากทางวัดใหญ่​ และหลังจากนั้นได้มีโอกาสมาร่วมฟังธรรมะกับทางกลุ่มของคุณลินดา​ คุณมาลีและคุณพรทิพย์​ และผู้อาวุโส​อีกหลายท่าน กลุ่มธรรมประทีป​เขตเชียงใหม่ ยิ่งทำให้เข้าใจธรรมะชัดเจนมากขึ้น ทำให้รู้จักภูมิชีวิตของตนเองอย่างชัดเจน และได้เข้าใจว่าธรรมะนี้เน้นให้วิเคราะห์สำรวจตัวเอง​ ไม่โทษผู้อื่นเมื่อเกิดผลขึ้นทั้งดีหรือร้ายย่อมเกิดขึ้นจากสิ่งที่ตัวเราเองทำทั้งนั้น และธรรมะ 10 โลกภูมิ หนึ่งขณะจิตสามพัน และยังมีอีกหลายบทธรรมะ​ ที่ฉันอยากจะศึกษา​ต่อไป​ ให้เราสำรวจตัวเองและแก้ไขตนเองโดยใช้หลักธรรมะนี้และที่จริงแล้วการปฏิบัติไม่ใช่เพื่อเป็นการขอเพื่อตัวเราเพียงอย่างเดียว​ ไม่ใช่การขอเพื่อให้ได้บ้าน​ รถ​ เงินทองมากมาย​นั่นคือสมบัติคลัง​ แต่สำคัญที่สุดคือสมบัติใจ​ เราต้องปฏิบัติให้รู้แจ้ง​ ให้พ้นความทุกข์​ได้แล้วเราต้องไปบอกต่อผู้อื่นและชักชวนให้เขามาสวดมนต์​มาฟังธรรมะเหมือนเรา​
ผลบุญทางด้านจิตใจชัดเจนมากเมื่อก่อนฉันเป็นคนอ่อนไหวง่าย​ ร้องไห้ง่าย​ ขี้วิตกกังวล​ จมอยู่กับ​ความเสียใจและความทุกข์​ ไม่สบายบ่อยๆ​ ชีวิตไม่มีพลัง​ มักจะเก็บทุกพฤติกรรมและทุกคำพูดของคนอื่นที่อยู่รอบข้างมาคิดมาก​ แต่ตอนนี้จิตใจเข้มแข็งหนักแน่นขึ้น​ วางอะไรได้ง่ายขึ้น​ สำหรับตัวดิฉันเองนั้นคิดว่า 5 ปีแรก เป็นช่วงที่เราขัดเกลาชีวิตของตนเอง​ เหมือนภาชนะที่เปื้อนต้องถูกขัดถู​ เพราะเรายังเป็นปุถุชนที่ยังเรียนรู้ผิดถูก แต่พอ ณ​ วันนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่า การปฏิบัติตามที่ผู้อาวุโสแนะนำคือพยายามสวดมนต์เช้าวาระเช้า-เย็นและไดโมขุให้ได้วันละ 1 ชั่วโมง​ แบ่งเวลาออกงานพระเยี่ยมสมาชิกคือช่วงของการสะสมบุญ​ ถ้าเราปฏิบัติได้อย่างเข้มแข็ง​เราก็จะผ่านพ้น​ความทุกข์​ไปได้​ เราจะหนักแน่นต่อปัญหาและมีสติปัญญา​ในการแก้ปัญหา​ เราต้องยอมรับชะตากรรมทางด้านลบและบำเพ็ญกรรม​ด้วยพลังแห่งธรรมะและการสวดมนต์​ต่อสู้​ยืนหยัด และยังต้องหมั่นสำรวจภูมิชีวิตของตนเองในทุกๆวันและพยายาม​เขยิบภูมิชีวิตให้สูงขึ้น​ ธรรมะช่วยให้เราไม่ตกอยู่ใน 4​ ภูมิชั่วและ​ 6​ ภูมิต่ำ​ ที่ผ่านมา​ชีวิตเหมือนเรือวนอยู่ในอ่าง​ทุกข์​วนเวียน​ เพราะ​เรายังปฏิบัติตนอยู่ใน 4​ ภูมิ​ชั่ว​
เป้าหมายของดิฉันชัดเจน​ขึ้น มุ่งสู่การบรรลุพุทธะ​ภาวะ​ และช่วยผู้คนให้บรรลุได้เช่นกัน​เพื่อให้ทุกคนพ้นทุกข์และพบความสุขที่แท้จริงค่ะ

ขอกราบขอบพระคุณ​อนุภาพของโงะฮนซน​ ธรรมะ​ของพระนิชิเ​รน​ไดโชนิน และขอบคุณ​คำชี้แนะจากผู้อาวุโสและญาติธรรมทุกท่านค่ะ​

ภาริตา​ ชัย​มณี​
สมาชิกเขตเชียงใหม่​

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association