ความปิติแห่งความศรัทธา

ข้าพเจ้าชื่อตั้ง อี่ ฮัวจากเขตเคว้งหมงเกียว ข้าพเจ้ารับศีลพร้อมกับครอบครัวของข้าพเจ้าในปีค.ศ.1986 ตั้งแต่นั้นมาข้าพเจ้าสนับสนุนภรรยาของข้าพเจ้าด้านการปฏิบัติ กิจกรรมและความพยายามในการชะคุบุขุของเธอ แต่ตัวข้าพเจ้าเองไม่ได้ปฏิบัติ ณ เวลานั้น ลูกของข้าพเจ้ายังเยาว์วัยและข้าพเจ้าเป็นผู้ที่หาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ข้าพเจ้าทำงานวันละ 16 ชั่วโมงเป็นคนขับรถแท็กซี่ ในเวลานั้น ข้าพเจ้าถึงบ้านหลังเวลา 4 ทุ่ม ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยมากจากการทำงานหนักมาทั้งวัน จึงอยากเข้านอนเมื่อข้าพเจ้าถึงบ้าน วันรุ่งขึ้น ข้าพเจ้าจะไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ข้าพเจ้าไม่สามารถหาเวลาที่จะปฏิบัติได้เนื่องจากข้าพเจ้าทำงานสัปดาห์ละ 7 วัน ตอนนี้เมื่อมองย้อนไปในอดีต แท้ที่จริงมันเป็นจิตใจที่อ่อนแอของข้าพเจ้าและข้อแก้ตัวที่ห้ามไม่ให้ข้าพเจ้าปฏิบัติ

บ่อยครั้งข้าพเจ้าจะอยู่ในสภาพว้าวุ่นใจเมื่อข้าพเจ้าคิดถึงเรื่องไปทำงานและถึงกลับร้องไห้เป็นบางครั้ง เนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ในสภาพนรกเสมอ ข้าพเจ้าทำงาน 16 ชั่วโมงต่อวันและนอนเพียง 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น ข้าพเจ้าไม่มีเวลาว่าง ชีวิตแย่มากและไม่มีความหมายสำหรับข้าพเจ้า

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของข้าพเจ้าประสบการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2002 เมื่อข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุทางจราจร การเป็นคนขับรถแท็กซี่ ข้าพเจ้าต้องจ่ายเงิน 1,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นเงินส่วนเกินของการประกันอุบัติเหตุที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเองแก่บริษัทของข้าพเจ้า ณ เวลานั้น นี่ไม่ใช่เงินก้อนเล็ก ข้าพเจ้าไม่สบายใจมากแต่ข้าพเจ้าไม่ได้นึกถึงโกฮนซน

2 เดือนต่อมาเรื่องเลวร้ายลงอีกเมื่อข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุทางจราจรอีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าต้องจ่ายเงินทั้งหมด 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์แก่บริษัทของข้าพเจ้าภายในเวลาแค่ 2 เดือน ตั้งแต่รถแท็กซี่เสียหายจากอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ข้าพเจ้าต้องส่งรถของข้าพเจ้าไปซ่อม ดังนั้น ข้าพเจ้าไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวของข้าพเจ้า เช่นกันข้าพเจ้าสูญเงินออมของข้าพเจ้าจำนวนมาก ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าตระหนี่และสะสมเงินไว้ในยามลำบาก ข้าพเจ้ารู้สึกแพ้และรู้สึกว่าโลกของข้าพเจ้ากำลังจะสิ้นสุด ข้าพเจ้าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาก เมื่อไรก็ตามที่บางสิ่งแย่เกิดกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สามารถรับประทานหรือหลับ ข้าพเจ้าจะนั่งลงอยู่ในสภาพมึนงง ข้าพเจ้ารู้สึกว่าในชีวิตนี้ข้าพเจ้าโชคไม่ดีจริงๆ และข้าพเจ้ายังต้องประสบอุบัติเหตุ 2 ครั้งภายในช่วงเวลาสั้นเช่นนั้น ทั้งๆที่ข้าพเจ้าขับรถอย่างระมัดระวัง ความเคราะห์ร้ายเกิดกับข้าพเจ้าและข้าพเจ้าไม่อยากดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุกข์

ต่อมา ภรรยาของข้าพเจ้าให้กำลังใจ อยากให้ข้าพเจ้าสวดมนต์ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าข้าพเจ้าถึงทางตัน ในที่สุดข้าพเจ้าคุกเข่าข้างหน้าโกฮนซนและสวดมนต์ ภรรยาของข้าพเจ้ากระตุ้นข้าพเจ้าให้มีความศรัทธาเป็นเวลา 10 กว่าปี แต่เวลานี้มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากในที่สุดความปรารถนาของเธอเป็นจริง หลังจากสวดมนต์ ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความสงบ ข้าพเจ้าสามารถคลายความกังวลและรู้สึกได้รับการคุ้มครองและปลอดภัย

ในปีค.ศ.2009 ภรรยาของข้าพเจ้าลงชื่อให้ข้าพเจ้าไปโทซังเนื่องในโอกาสการครบ 750 ปีแห่งการยื่นริชโช อันโคกุ รนโดยไม่บอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าออกค่าใช้จ่ายการเดินทางทั้งหมดให้ภรรยาของข้าพเจ้าและลูกของข้าพเจ้าแต่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าข้าพเจ้ากำลังจ่ายให้กับตัวข้าพเจ้าด้วย ในที่สุด ก่อนออกเดินทางเพียง 1 เดือน ภรรยาของข้าพเจ้าจึงบอกข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะต้องไปโทซังเพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณได-โกฮนซนด้วย ข้าพเจ้าตกใจมาก ข้าพเจ้าไม่สามารถเอาชนะความกลัวการนั่งเครื่องบินแต่ด้วยการให้กำลังใจจากครอบครัวของข้าพเจ้าและการสวดไดโมขุมากขึ้น ข้าพเจ้าปลุกความกล้าที่จะเดินทางไปโทซัง เนื่องจากมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะจ่ายค่าเช่าแท็กซี่เป็นรายวันในขณะที่ข้าพเจ้าไปโทซัง,ข้าพเจ้าจึงขอยกเลิกสัญญาเช่าและคืนรถของข้าพเจ้าให้บริษัท การทำเช่นนี้เสมือนการทิ้งชามข้าว ข้าพเจ้าไม่ได้คิดมากในเมื่อจริงๆแล้วข้าพเจ้าอยากเข้าร่วมการโทซังทั่วไปของการครบ 750 ปีแห่งการยื่นริชโช อันโคกุ รนกับครอบครัวของข้าพเจ้า เนื่องจากข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขจากการปฏิบัติศาสนาพุทธที่แท้จริง

เมื่อข้าพเจ้ากลับจากการโทซัง ชีวิตของข้าพเจ้าดีขึ้น ข้าพเจ้าพยายามหางานเดิมทำ แต่เวลานี้เป็นคนขับรถที่ทำงานเป็นกะตอนกลางวัน ซึ่งหมายความว่าข้าพเจ้ามีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมที่ศูนย์กลางการเผยแผ่ธรรมะมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอนในการที่คนๆหนึ่งจะเป็นคนขับรถกะกลางวัน แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเมตตาของโกฮนซน ข้าพเจ้าพยายามหางานโดยไม่มีความยากลำบากใดๆ ยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้าพยายามหยุดงาน 1 วันในแต่ละเดือนเพื่อเข้าร่วมสวดไดโมขุเพื่อการโคเซ็น-รุฝุ

เช่นกัน ข้าพเจ้าได้รับเงิน 1,500 ดอลลาร์สิงคโปร์คืนจากอุบัติเหตุครั้งแรก เนื่องจากบริษัทซึ่งลูกสาวของข้าพเจ้าทำงานช่วยเหลือข้าพเจ้า เรียกร้องเงินคืนให้เนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนั้นข้าพเจ้าไม่ผิด ข้าพเจ้าเชื่อว่านี่คือกุศลผลบุญจากโกฮนซน

เช่นกัน ข้าพเจ้าเริ่มเข้าร่วมการสวดมนต์วาระเช้าที่ศูนย์กลางการเผยแผ่ธรรมะ ในฐานะคนขับรถแท็กซี่ 7-9 นาฬิกาเป็นเวลาที่พวกเราสามารถหาเงินได้ค่อนข้างมากเนื่องจากนี่คือช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้บริการสูงสุด แต่ข้าพเจ้าสามารถรู้สึกปิติทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไปที่ศูนย์กลางการเผยแผ่ธรรมะเพื่อสวดมนต์วาระเช้ากับพระสงฆ์ วันแรกของการเข้าร่วมการสวดมนต์วาระเช้า รายได้ของข้าพเจ้าสำหรับวันนั้นแค่ 18 ดอลลาร์สิงคโปร์ รายได้ลดลงจนกระทั่งข้าพเจ้าประหลาดใจแต่ข้าพเจ้าเชื่อว่านี่คือผลงานของอุปสรรค 3 และมาร 4 และข้าพเจ้าตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเข้าร่วมการสวดมนต์วาระเช้าที่ศูนย์กลางการเผยแผ่ธรรมะอีก วันที่ 2 ข้าพเจ้ามีรายได้ 28 ดอลลาร์สิงคโปร์ และวันที่ 3 เพิ่มขึ้นเป็น 38 ดอลลาร์สิงคโปร์ นี่คือการเดินทาง(ของชีวิต)ที่เป็นไปอย่างยากลำบากแต่ข้าพเจ้ายังคงยืนหยัดต่อไป

ในอดีตไม่มีการปฏิบัติ บ่อยครั้งข้าพเจ้ามีปัญหาในที่ทำงาน บางครั้งเกิดอุบัติเหตุทางจราจรหรือรถของข้าพเจ้าจะเสียบ่อย ดังนั้น มีผลต่อรายได้ของข้าพเจ้า

บัดนี้ ชีวิตของข้าพเจ้าดีขึ้นมากและข้าพเจ้าไม่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายอีกต่อไป ตอนนี้เมื่อมองย้อนไปในอดีต ความเสียใจของข้าพเจ้าคือไม่ได้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่ต้นและอุบัติเหตุ 2 ครั้งที่ข้าพเจ้าประสบเป็นเรื่องที่ดูเผินๆเป็นเรื่องโชคร้ายแต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องโชคดี ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุ ข้าพเจ้าจะไม่พบความปิติจากการปฏิบัติศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน พวกเราควรจะถามพวกเราเองว่าเพราะไม่ว่างจึงเป็นสาเหตุทำให้พวกเราไม่ปฏิบัติหรือพวกเราไม่ปฏิบัติเนื่องจากพวกเรายุ่งกับงานของพวกเรา ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าทำงานแค่ 8 ชั่วโมงต่อวันซึ่งคือครึ่งหนึ่งของสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยทำ แต่รายได้ของข้าพเจ้าในแต่ละวันดีขึ้นมาก ถึงแม้ว่าบางครั้งชีวิตของข้าพเจ้าเป็นการเดินเรือที่ไม่ราบรื่น ข้าพเจ้ารู้ว่าโดยการปฏิบัติอย่างจริงใจ โกฮนซนจะนำพวกเราไปสู่หนทางที่ถูกต้องของความสุขแท้อย่างแน่นอน ในอดีต ข้าพเจ้าเป็นบุคคลยากจนและไม่มีความสุขแต่ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่โชคดีที่สุดในโลกเนื่องจากข้าพเจ้านับถือธรรมะที่แท้จริง ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าพเจ้าประสบปัญหา ข้าพเจ้าจะยังคงยิ้ม สวดมนต์มากขึ้น และปัญหาของข้าพเจ้าจะคลี่คลายในเวลาเร็วมาก ข้าพเจ้าอยากจะอ้างข้อความตอนหนึ่งจากบทธรรมนิพนธ์ “ปัญหาที่ต้องพิจารณาทั้งวันและคืน” ของพระนิชิเร็นซึ่งกล่าว “อาตมาหวังว่าลูกศิษย์ของอาตมาจะพิจารณาเรื่องนี้ นอนน้อยลงตอนกลางคืน และลดเวลาพักผ่อนตอนกลางวัน อย่าใช้ชีวิตนี้โดยเปล่าประโยชน์และรู้สึกเสียใจเป็นเวลา 10,000 ปีในอนาคต”

ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่าการเป็นบุคคลที่มีความสุขอย่างแท้จริง มีวิธีเดียวเท่านั้นซึ่งคือสวดมนต์และปฏิบัติอย่างจริงใจ และก้าวต่อไปของข้าพเจ้าคือชะคุบุขุพี่น้องของข้าพเจ้าซึ่งภรรยาของข้าพเจ้าและข้าพเจ้ากำลังพยายามทำเช่นนั้น

ข้าพเจ้าเสียเวลาไป 20 กว่าปี อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังคงสามารถต้อนรับพระสังฆราชองค์ที่ 68 ในประเทศสิงคโปร์ในไม่ช้า ข้าพเจ้าจะทำงานหนักขึ้นเพื่อการโคเซ็น-รุฝุในประเทศสิงคโปร์ร่วมกับทุกท่าน สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าอยากจะกล่าวขอบคุณเจ้าอาวาสและผู้ช่วยพระสงฆ์เกี่ยวกับคำแนะนำของพวกท่าน

วารสารไคเมียว ฉบับที่ 44 ธันวาคม 2009 – มกราคม 2010 หน้า 44-45

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association