ประสบการณ์เขตบางบอน

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อนางวรรณมณี คำสำราญ เป็นสมาชิกเขตบางบอน ได้รับคำแนะนำจากคุณสปอนเซ่อร์หรือคุณอัญชิษฐา เบญจรงค์มั่นคง  รับศีล-รับโงะฮนซน แล้ว เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2561

บ้านเกิดดิฉันอยู่ที่อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม  ก่อนหน้าที่คุณสปอนเซ่อร์จะมาชวนดิฉันสวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียว ดิฉันก็เคยรู้จักและสวดมนต์มาก่อนหน้านี้แล้วสัก 2 ปี คือตอนที่อยู่บ้านเมื่อสองปีก่อนนั้น ดิฉันมีความทุกข์มากในเรื่องชีวิตครอบครัวคือปัญหาสามี  คนแถวบ้านแนะนำให้สวดมนต์นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวโดยไม่รู้ความหมาย  เขาบอกว่า 6 คำนี้จะทำให้ดิฉันหายทุกข์ได้  สามีจะกลับบ้าน จะกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม แต่สุดท้ายก็ไม่กลับมา

จากการสวดมนต์นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวโดยไม่รู้ความหมาย เพราะคนแถวบ้านที่แนะนำให้สวดก็ไม่รู้ความหมายเช่นกัน แต่ดิฉันก็รู้สึกสบายใจขึ้น เข้มแข็งขึ้น ดิฉันสวดมนต์ทุกวันไปเรื่อย ๆ และดิฉันก็ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พบคู่แท้ และดูแลดิฉันอย่างจริงใจ

เวลาผ่านไป 2 ปี ดิฉันก็ได้พบคู่แท้ สามีใหม่คือ คุณบุญส่ง แซ่จู เราได้ย้ายกันมาอยู่ที่กรุงเทพฯ สามีดิฉันทำงานร้านอะไหล่รถยนต์ยี่ห้อ BMW แถววรจักร ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย ส่วนดิฉันทำงานเป็นช่างทำผม ร้านเสริมสวยในซอยถนนเพชรเกษม 39

ต่อมาเดือนมีนาคม 2561  คุณอัญชิษฐา ได้มาชวนช่างทำผมในร้านอีกคนหนึ่ง ให้สวดมนต์นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวและสอนการสวดงนเงียวให้ช่างคนนั้น พร้อมทั้งได้มารับไปสวดมนต์ที่สมาคมธรรมประทีปทุกวันพุธ ดิฉันไม่มีโอกาสได้ไปสมาคม เพราะในร้านมีช่างทำผมเพียง 2 คน  คนหนึ่งไปสมาคม อีกคนหนึ่งต้องอยู่ประจำที่ร้าน

เมื่อดิฉันไปสมาคมไม่ได้  คุณอัญชิษฐาจึงหันไปชวนสามีดิฉันแทน และมาสอนการสวดงนเงียวที่ร้านเกือบทุกวัน เนื่องจากดิฉันกับสามีพักอยู่ที่ร้าน  สามีดิฉันไปร่วมสวดมนต์ที่สมาคมทุกวันพุธ อาทิตย์ ได้ฟังธรรมทุกครั้งที่พระสงฆ์มาประกอบพิธีรับศีล-รับโงะฮนซนที่สมาคม  ทำให้เราสองคนเข้าใจธรรมมากขึ้น

ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ดิฉันและสามีก็ได้รับศีล รับโงะฮนซนจากท่านเจ้าอาวาสโฮริซาวาที่สมาคม และเริ่มปฏิบัติสวดมนต์งนเงียวและสวดโชไดวันละประมาณ 1 ชั่วใมง  ชีวิตความเป็นอยู่ของดิฉันกับสามีเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ  ดิฉันเริ่มต้นจากศูนย์ คือไม่มีเงินเก็บ  ส่วนสามีดิฉันเริ่มต้นจากการติดลบ คือมีหนี้สิน 

ทุกเดือนดิฉันต้องกลับไปหาคุณแม่ที่สมุทรสงคราม ต้องนั่งรถตู้ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง และพักที่บ้าน 1-2 วัน ซึ่งเจ้าของร้านไม่ค่อยพอใจและไม่ค่อยยอมให้ดิฉันลาหยุด และบ่นว่าอยู่เป็นประจำ ดิฉันจึงมีความคิดอยากมีรถยนต์ส่วนตัว และอยากเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย เพื่อมีอิสระในการทำงานได้โดยสะดวก  ดิฉันถามเจ้าของร้านว่า ถ้าดิฉันอยากจะรับช่วงร้านนี้ จะคิดอย่างไร เขาก็ยังไม่ให้คำตอบ

เวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ดิฉันก็สามารถมีรถยนต์ โดยเจ้าของรถที่ขายให้ดิฉัน ยอมให้ดิฉันผ่อนโดยไม่เรียกเงินดาวน์  ต่อมาไม่นาน  เจ้าของร้านทำผมยอมขายสิทธิ์ร้านทำผมพร้อมอุปกรณ์ให้ดิฉัน ในราคา 2 แสนบาท  (เนื่องด้วยร้านนี้อยู่ที่ชั้นล่างของอพาร์ตเม้นท์  จึงขายได้เฉพาะสิทธิ์การเช่า)   ดิฉันไม่มีเงินในขณะนั้น แต่ด้วยความที่กลัวเสียโอกาส ดิฉันจึงตั้งใจสวดมนต์เพื่อให้เขาลดหย่อนลงมาอีก จนผลที่สุด เขาก็คิดในราคา 1 แสน 7 หมื่น โดยแบ่งจ่ายเป็นรายงวด งวดแรก 1 แสนบาท ที่เหลือผ่อนชำระเป็นเวลา 6 เดือน ดิฉันดีใจมาก และตั้งใจจ่ายชำระตามสัญญาจนครบกำหนด 

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อโรคระบาดโควิด-19 ระบาดขึ้นในช่วงต้นปี 2563  การระบาดรอบแรก รัฐบาลสั่งให้ปิดร้านเสริมสวย รวมทั้งธุรกิจอื่น ๆ ทำให้ขาดรายได้  ไม่มีเงินเข้าร้าน แต่ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ยังคงต้องจ่ายทุกเดือน  ดิฉันรู้สึกทุกข์ใจมาก แต่ยังพอโชคดีอยู่บ้าง ดิฉันได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5 พันบาท เป็นเวลา 3 เดือนจากรัฐบาล ต่อมาเมื่อโรคระบาดสงบลง เปิดร้านได้แต่ลูกค้าน้อยลง ทุกคนเริ่มประหยัดเพราะปากท้องต้องมาก่อนเรื่องเสริมสวย  ครั้นเมื่อเหตุการณ์เริ่มจะดีขึ้น ก็ต้องมาประสบกับการระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ ผลครั้งล่าสุดนี้รุนแรงมาก ดิฉันหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง หมดกำลังใจ ท้อแท้เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าร้าน  มีแต่หนี้สินที่เพิ่มขึ้น  ดิฉันคิดจะทิ้งร้าน แล้วกลับไปอยู่ที่แม่กลอง เพราะที่นั่นไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในใจก็รู้สึกเสียดายที่เราจะต้องเริ่มต้นใหม่  แต่คุณอัญชิษฐา แนะนำให้สวดมนต์เพิ่มขึ้น และออกเยี่ยมสมาชิก ไม่ให้ท้อ ต้องไม่ยอมแพ้ มิฉะนั้น จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่  ดิฉันเชื่อและทำตาม โดยเริ่มดตามคุณอัญชิษฐาไปเยี่ยมและแนะนำสมาชิกในที่ต่าง ๆ  และในขณะนั้นดิฉันไม่มีเงินทำบุญแต่โดยที่ได้เข้าร่วมประชุมสวดมนต์ออนไลน์กับพระสงฆ์ และได้ฟังธรรมจากพระสงฆ์เรื่องการโกคุโย่ 3 ประการ คือ โกคุโย่ด้วยกำลังใจ  โกคุโย่ด้วยกำลังแรงกาย และโกคุโย่ด้วยกำลังทรัพย์ โดยที่ดิฉันไม่มีเงินทำบุญ ดิฉันจึงขออนุญาตจากท่านนายกสมาคมมาทำความสะอาด โดยเช็ดกระจกห้องพระชั้นลอย และขัดสนิมเก้าอี้นั่งสวดมนต์ชั้นลอย ซึ่งท่านนายกฯ ก็อนุญาต   หลังจากนั้น ดิฉันได้รับผลบุญจากโงะฮนซน ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เริ่มมีลูกค้าเข้าร้านทุกวัน  มีรายได้ทุกวัน

เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ขณะที่ดิฉันกับสามีกำลังจะกลับที่พัก ได้ขับรถผ่านบริเวณหนองใหญ่ มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งประมาณ 10 คน ปั่นรถมอเตอร์ไซค์มาขนาบข้างรถทั้งซ้ายและขวา  ใช้มีดด้ามยาวฟันมาที่กระจกรถด้านหลัง  ทุกคนรัวดาบมาที่รถอย่างรุนแรงจนรถขย่มไปทั้งคัน มีบางคนใช้ปืนยิงมาที่รถข้างที่ดิฉันนั่งคู่คนขับ แต่คุณพระช่วย! ปืนที่ยิงมานั้นกระสุนด้านทุกนัด  ดิฉันและสามี สวดนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวพอได้ยินกันสองคน เมื่อวัยรุ่นกลุ่มนี้เสร็จภารกิจจู่โจมทำร้ายรถดิฉันแล้ว ก็ได้ขับรถแซงขึ้นไปโดยหัวเราะชอบใจและพากันหลบหนีไป   เมื่อกลับมาถึงร้าน เราได้สำรวจดูรถที่ถูกฟันด้วยมีดด้ามยาว และถูกปืนยิง  ปรากฏว่า น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก รถดิฉันไม่เสียหายตามที่เราคาดคิด มีแต่รอยขีดเล็กเพียงขีดเดียวบริเวณหลังกระจกรถ  เราคิดได้ทันทีว่า นี่เป็นเพราะเราได้รับความคุ้มครองจากโงะฮนซนโดยแท้    ต่อมาปลายเดือนพฤษภาคม กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ได้ถูกตำรวจจับได้ทั้งกลุ่ม เนื่องจากก่อเหตุเดียวกันนี้กับรถคันอื่นซึ่งได้รับความเสียหายทั้งคัน 

ดิฉันตั้งใจว่า เราทั้งสองคนจะปฏิบัติศรัทธาและชากูบูกุคนในละแวกที่เราพักอาศัยอยู่นี้ ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และจะต้องเดินทางไปโทซังที่วัดใหญ่ไทเซคิจิพร้อมกับสมาชิกธรรมประทีปทุกท่านให้ได้

      ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณคุณประภาพร วนวิทย์ นายกสมาคมธรรมประทีป ที่ให้โอกาสเราได้มาทำงานพระ รวมทั้งผู้อาวุโส หัวหน้าเขต และเพื่อนๆ ที่เป็นกำลังให้ได้มานับถือนิชิเร็นโชชู จนทำให้เรายืนหยัดความศรัทธามาตลอดจนถึงทุกวันนี้ 

@Copyright 2019 Thailand Buddhist Nichiren Shosho Association