คำถามและคำตอบว่าด้วยพื้นฐานการปฏิบัติของนิชิเร็น โชชู
จากวารสารเมียวเคียว สิงหาคม 2015 หน้า 47-50
 

 
คำถาม: ความหมายของพิธีคันชิเอะ (寛師会) คืออะไร?
คันชิเอะคือพิธีประจำปีเพื่อรำลึกถึงการดับขันธ์ของพระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคัน โชนิน พระนิชิคัน โชนินหักล้างคำสอนนอกรีตของนิกายนิชิเร็น ชู ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยเอโดะ อย่างเต็มที่ และท่านเผยแผ่คำสอนแท้ของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างกว้างขวาง เนื่องจากการประกอบคุณความดีเหล่านี้ ท่านรวมทั้งพระสังฆราชองค์ที่ 9 พระนิชิอุ โชนินจึงได้รับการเคารพเป็น “ผู้บูรณะ” ทุกปี ณ วัดใหญ่ พระสังฆราชเป็นผู้ประกอบพิธีคันชิเอะ
2 พิธี-โอไทยะ (วันก่อนการดับขันธ์ของพระนิชิคัน โชนิน) และโกโชโตะ-เอะ (วันดับขันธ์) ถูกประกอบในเคียะกุเด็น (หอรับรอง) และโจโชโด (วัดแห่งการสวดมนต์ตลอดไป) ตามลำดับ  ในวันพิธีโอไทยะ จัดให้มีการแข่งมวยปล้ำซูโม่ โฮโนคะขุริกิ ณ ลานโทโนฮาระ ในวัดไทเซคิจิ  สนามซูโม่พิเศษถูกจัดขึ้นที่นั่น และตอนกลางคืนมีการจุดดอกไม้ไฟเป็นตัวชูโรง  เช่นกัน อีกด้านหนึ่งของถนน หลายร้านเปิดดำเนินธุรกิจ  นี่คือเหตุการณ์ตระการตา!
พระนิชิคัน โชนิน (ผู้บูรณะ)
พระนิชิคัน โชนินเกิดในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1665 (ปีที่ 5 แห่งสมัยคันบุน) ในเมืองโคซูเขะโนคุนิ มาเอะบาชิ (เมืองมาเอะบาชิ จังหวัดกุนมะในปัจจุบัน)
ชื่อของท่านตอนเกิดคืออิชิโนชิน ในปี ค.ศ. 1683 (ปีที่ 3 แห่งสมัยเท็นวะ) เมื่อท่านอายุ 19 ปี    ท่านถามพระสงฆ์รูปหนึ่งที่แบกสำเนาของสัทธรรมปุณฑริกสูตร แต่สวดเน็มบุตสึและถวายคำอธิษฐานแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ คนเฝ้าประตูที่อยู่ใกล้ๆได้ยินการสนทนาจึงแนะนำอิชิโนชินให้ไปวัดโจไซจิ ณ เอโดะชิตายะ (เขตเทศบาลไทโตะ มหานครโตเกียวในปัจจุบัน)  ที่นั่น ท่านสามารถฟังคำบรรยายของพระสังฆราชองค์ที่ 17 พระนิสเซอิ โชนิน[พระนิสเซอิ โชนินลาออกจากตำแหน่งพระสังฆราชและมาวัดนี้เพื่อการเผยแผ่]  อิชิโนชินได้รับคำตอบจากคำถามทั้งหมดที่ค้างคาใจ และท่านตัดสินใจเป็นพระสงฆ์ของนิชิเร็น โชชู
อิชิโนชินบวชเป็นพระสงฆ์และเป็นลูกศิษย์ของเจ้าอาวาสวัดโจไซจิ ที่ต่อมาเป็นพระสังฆราชองค์ที่ 24 พระนิชิเออิ โชนิน ท่านได้รับนามว่าคะคุชิน นิชิเนียว หลังจากที่ท่านสำเร็จการศึกษา ณ วัด โจไซจิและวัดใหญ่ไทเซคิจิ ท่านเข้าศึกษาที่โรงเรียนธรรมะโฮโซคุสะ ดันรินซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดชิบะในปัจจุบัน “ดันริน” หมายถึงโรงเรียนสำหรับพระสงฆ์เพื่อศึกษาคำสอน บรรดาโรงเรียนธรรมะหลายโรงเรียน โฮโซคุสะ ดันรินมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนิชิเร็นโชชู  โรงเรียนนี้สร้างขึ้นด้วยการสนับสนุน ของเคียวได-อิน-เด็น ภรรยาของผู้ปกครองโตกุชิมะ นางเป็นผู้บริจาคเงินทุนเพื่อการก่อสร้างมิเออิโด ณ วัดใหญ่ขึ้นใหม่ในปี ค.ศ.1632 อีกด้วย
ในสมัยเก็นโรกึ พระสงฆ์ที่อยู่ในช่วงฝึกฝนหลายร้อยรูปรวมตัวกันที่โฮโซคุสะ ดันรินและศึกษาอย่างขยัน  หลังจากที่พระนิชิคัน โชนินเข้าโรงเรียนธรรมะ ท่านใช้เวลาในภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่นั่น และเวลาที่เหลือที่วัดไทเซคิจิหรือศูนย์กลางการฝึกฝนและการศึกษาศาสนาพุทธที่อื่น  ผลที่ตามมา ในวัย 44 ปี ท่านเป็นครูใหญ่โรงเรียนธรรมะโฮโซคุสะ ดันริน และเปลี่ยนชื่อเป็นเค็นจุอิน นิชิคัน  หลายปีต่อมา พระสังฆราชนิชิเออิ โชนินแต่งตั้งพระนิชิคัน โชนินเป็นเจ้าอาวาสวัดเร็นโซโบ ณ วัดไทเซคิจิและหัวหน้าผู้ฝึกอบรมยุวสงฆ์ของวัดใหญ่  ท่านบรรยายบทธรรมนิพนธ์แก่พระสงฆ์ของนิชิเร็น โชชูและเขียนหนังสือว่าด้วยคำสอนด้วย  ในลักษณะนี้ ท่านพยายามรับผิดชอบมากเกี่ยวกับการศึกษาให้ลุล่วง
เดือนมีนาคม ค.ศ. 1718 (ปีที่ 3 แห่งสมัยเคียวโฮ) ท่านรับมอบสายเลือดมรดกธรรมะจากพระ สังฆราชองค์ที่ 25 พระนิชิยู โชนิน พระนิชิคัน โชนินเป็นพระสังฆราชองค์ที่ 26 ของวัดใหญ่
ท่านรวบรวมผลงานทางวิชาการว่าด้วยคำสอนพื้นฐานของนิชิเร็นโชชูเป็นนิพนธ์ 6 เรื่อง (รกคัน -โช) ท่านอธิบายธรรมะแท้และคำสอนที่ถูกต้องซึ่งสืบทอดมาจากพระนิชิเร็น ไดโชนินและหักล้างข้อผิดพลาดของนิกายนิชิเร็น (นิชิเร็น-ชู)  ในแง่ของความศรัทธาและการปฏิบัติ พระนิชิคัน โชนินสร้างโจโชโด (วัดแห่งการสวดมนต์ตลอดไป) เช่นกัน ท่านพยายามพัฒนานิชิเร็น โชชูด้วยการส่งเสริมการปฏิบัติโชไดจริง การพัฒนาผู้นับถือ และบริจาคเงินทุนเพื่อสร้างเจดีย์ 5 ชั้น  ท่านดับขันธ์ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1726 (ปีที่ 11 แห่งสมัยเคียวโฮ) ในวัย 62 ปี
เหตุการณ์ใกล้การดับขันธ์ของพระนิชิคัน โชนิน
เมื่อพระนิชิคัน โชนินรู้ว่าท่านใกล้จะดับขันธ์ หลังจากกล่าวคำลากับพระสังฆราชองค์ที่ 28 พระนิสโช โชนิน พระสงฆ์ที่วัดไทเซคิจิ และผู้นับถือ ท่านสั่งช่างทำโลงให้ต่อโลงแก่ท่าน  เที่ยงคืนของวันที่ 18 สิงหาคม ท่านประดิษฐานโกฮนซนในห้องของท่านและประพันธ์บทกวีก่อนการดับขันธ์:
“ถึงแม้ว่าอาตมาเกิดในสมัยปัจฉิมธรรมด้วยร่างกายและจิตใจที่ด้อยค่า เมล็ดตั้งแต่อดีตที่นานมาแล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง”
ต่อมา ท่านรับประทานบะหมี่โซบะโดยคีบด้วยตะเกียบ 7 คำ ซึ่งท่านสั่งลูกศิษย์ให้ตระเตรียมไว้ล่วงหน้า  หลังจากนั้น ท่านประกาศด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าว่า “อาตมามีชีวิตบนโลกนี้ ช่างเป็นชีวิตที่มีความสุข” หลังจากนั้น ท่านกลั้วคอ จัดจีวรของท่านให้ประณีต และสวดมนต์ต่อโกฮนซน ท่านดับขันธ์อย่างสงบในขณะที่สวดไดโมขุ ราวกับว่าท่านกำลังหลับ ณ ยามมะโรง (8 นาฬิกา) ของวันที่ 19สิงหาคม
พระนิชิคัน โชนินพยายามอย่างมากเพื่อการพัฒนาวัดไทเซคิจิ เนื่องจากท่านอธิบายและเผยแผ่คำสอนบนพื้นฐานสายเลือดมรดกธรรมซึ่งสืบทอดมาจากพระนิชิเร็น ไดโชนิน หลังจากการดับขันธ์ของท่าน มรดกของท่านส่องแสงสว่างไสวเป็นเวลากว่า 280 ปี พวกเราเคารพคุณธรรมสูงส่งของท่านในฐานะผู้บูรณะมาถึงทุกวันนี้ ถ้าท่านมีโอกาส โปรดร่วมในพิธีคันชิ-เอะและตอบแทนหนี้บุญคุณของท่านต่อพระนิชิคัน โชนินอย่างจริงใจ
วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือนธันวาคม 2015 หน้า 14-15
 
ข้อความเพิ่มเติม
ตอนบ่ายแก่ๆวันหนึ่ง เมื่ออิชิโนชิน อิโตกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเขา พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าโรคุบุ (พระสงฆ์ที่เดินทางเพื่อแสวงบุญ) ผ่านมา พวกเขากำลังปฏิบัติตามความเชื่อของผู้คนที่แพร่หลายโดยการไปเยือนวัด 66 แห่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ซึ่งพวกเขาจะถวายสัทธรรมปุณฑริกสูตรฉบับคัดลอกให้วัดในแต่ละจังหวัด  พระสงฆ์เหล่านี้ท่องเน็มบุตสึ (นามู อมิดะ บุตสึ)ในขณะที่สั่นกระดิ่ง เมื่อพวกเขาไปเยือนบ้านในละแวกนั้น (เพื่อรับบริจาค)
อิชิโนชินถามหนึ่งในพระสงฆ์เหล่านั้น “ความหมายของ “พระสูตรมหายานซึ่งอุทิศให้ 66 จังหวัด” ที่เขียนอยู่บนสัมภาระที่ท่านแบกมาคืออะไร?”
“มันมีเจตนาอธิษฐานเพื่อความสุขและความรุ่งเรืองในชาติหน้าโดยการถวายสัทธรรมปุณฑริกสูตรแก่วัด 66 แห่งซึ่งประดิษฐานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ทั่วประเทศญี่ปุ่น”
“ท่านสวดอะไรครับ?”
“พวกเราสวดเน็มบุตสึและหวังว่าจะไปแดนสุขาวดี”
“ถ้าท่านสวดเน็มบุตสึ เคารพพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในจิตใจของท่าน และถวายสัทธรรมปุณฑริกสูตรทั่วประเทศญี่ปุ่น เมื่อนั้น 3 ประเภทแห่งการกระทำของท่านไม่สอดคล้องกัน  ท่านไม่คิดว่าพฤติกรรมของท่านไม่สอดคล้องกันใช่ไหม?”
พระสงฆ์รูปนี้ไม่สามารถตอบได้  เขาพูด “อาตมาไม่เข้าใจเรื่องยาก” และ ดังนั้น เขาเดินจากไป
 
นิชิเร็น ชู (日蓮 ): “นิกายนิชิเร็น”  ในความหมายถูกต้อง นิกายแห่งศาสนาพุทธของพระนิชิเร็นไดโชนินที่มีวัดใหญ่อยู่ที่วัดคุอนจิ ในมิโนบุ อย่างไรก็ตาม กล่าวโดยทั่วไป นิชิเร็น ชูคือคำเรียกทั่วไปสำหรับทุกนิกายซึ่งถือว่าพระนิชิเร็น ไดโชนินเป็นผู้ก่อตั้งนิกายของพวกเขา ในความหมายนี้ จึงรวม ถึงฮกเขะ ชู (นิกายฮกเขะ) ด้วย  พระนิชิเร็น ไดโชนินตัวท่านเองใช้ชื่อฮกเขะ ชู
พระนิชิเร็น ไดโชนินมีลูกศิษย์อาวุโส 6 รูป: พระนิสโช, นิชิโร, นิคโค, นิโค, นิตโชและนิชิจิ  บรรดาลูกศิษย์เหล่านี้, ท่านเลือกพระนิคโค โชนินเป็นผู้สืบทอด  อย่างไรก็ตาม หลังจากพระนิชิเร็น ไดโชนินดับขันธ์ พระสงฆ์อาวุโส 5 รูปไม่ปฏิบัติตามพระนิคโค โชนินแต่ยืนหยัดการตีความคำสอนตามอำเภอใจของพวกเขาเอง  นี่คือจุดกำเนิดของสำนักนิชิเร็นต่างๆ
สำนักใหญ่ๆคือ: 1. สำนักนิโค ซึ่งมาจากพระมินบุ อาจาริ นิโคและลูกศิษย์ของเขา  ถูกเรียกว่าสำนักมิโนบุด้วย  สำนักนี้ปฏิเสธการปฏิบัติชะคุบุขุของพระนิชิเร็น ไดโชนินและใช้การโชจุแทน

  1. สำนักนิชิโรเริ่มต้นโดยพระนิชิโรและลูกศิษย์ของเขา
  2. สำนักนาคายามะ
  3. สำนักฮามะ ถูกเรียกว่าสำนักนิสโชด้วย

 
นิพนธ์ 6 เรื่อง (รกคัน-โช): งานชิ้นเอกของพระนิชิคัน โชนิน พระสังฆราชองค์ที่ 26 ของนิชิเร็นโชชู, ซึ่งท่านนิพนธ์เสร็จในปีค.ศ.1725  ได้แก่
1.“ซัมจู ฮิเด็น โช” (คำสอนลับ 3 ระดับ) ซึ่งอธิบายโดยวิธีการเปรียบเทียบ 3 ระดับ(ซัมจู)ที่ธรรมะหรือคำสอนสูงสุดจะถูกเผยแผ่ในสมัยปัจฉิมธรรมคือศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
2.“มนเทอิ ฮิชิน โช” (ความหมายซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึก) ซึ่งอธิบายว่าธรรมะสูงสุดซึ่งถูกส่งมอบอย่างเป็นความลับโดยวิธีการเปรียบเทียบ 3 ระดับคือนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งมหาธรรมลับ 3 ประการและพูดถึงมหาธรรมลับ 3 ประการอย่างละเอียด
3.“เองิ ฮันมน โช” (การตีความบนพื้นฐานธรรมะ) ซึ่งตีความข้อความสำคัญในสัทธรรมปุณฑริกสูตรจากมุมมองนัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวแห่งมหาธรรมลับ 3 ประการ
4.“มัปโป โซโอ โช” (คำสอนสำหรับสมัยปัจฉิมธรรม) ซึ่งบรรยายสิ่งสักการะที่ถูกต้องที่จะถูกสร้างในสมัยปัจฉิมธรรม
5.“โทริว เกียวจิ โช” (การปฏิบัติของนิกายนี้) ซึ่งอธิบายการปฏิบัติที่ถูกต้องในสมัยปัจฉิมธรรม  แบ่งการปฏิบัติออกเป็นการปฏิบัติหลัก หรือการสวดไดโมขุ และการปฏิบัติสนับสนุน หรือการท่องบทโฮเบ็นและจูเรียว
6.“โทเขะ ซัมเนะ โช” (เสื้อ 3 ชิ้นของนิกายนี้), ซึ่งอธิบายที่มาและความหมายของจีวรสีเทา เสื้อคลุมสีขาวและลูกประคำของพระสงฆ์นิชิเร็น โชชู
 
 
 
ที่มาของชื่อ “นิชิเร็น โชชู” (日蓮正 NICHIREN SHOSHU)
ชื่อนิกายนิชิเร็นโชชูของพวกเราในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “นิกายนิชิเร็นที่ถูกต้อง”(Correct Nichiren Sect)  ชื่อนี้ถูกเลือกมาใช้เพื่อสะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่านิชิเร็น โชชูคือองค์กรศาสนาที่มีสิ่งสักการะ, คำสอนและเชื้อสายถูกต้องของพระนิชิเร็น ไดโชนิน
ในขณะที่พระนิชิเร็น ไดโชนินมีชีวิตอยู่ ไม่เคยใช้ชื่อนี้  พระนิชิเร็นตัวท่านเองไม่เคยตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ  แต่เดิม, จำเป็นต้องเรียกชื่อเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างนิกายหนึ่งกับอีกนิกายหนึ่ง  พระนิชิเร็นสถาปนาคำสอนของท่านเพื่อเป็นวิธีหักล้างความคิดที่มีข้อบกพร่องและเปิดเผยความจริง  ท่านไม่ยอมรับการมีนิกาย  จุดมุ่งหมายของพระนิชิเร็นคือปรับทัศนะของทุกบุคคลบนโลกอย่างเคร่งครัดและเผยแผ่ความจริงของท่านไปทั่วโลก ดังนั้น ท่านจึงไม่มีความจำเป็นต้องระบุชื่อ
ในความเป็นจริง พระนิชิเร็นไม่เคยตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ,แต่ท่านกล่าวถึงคำสอนของท่านโดยเรียกชื่อต่างๆ รวมทั้ง “นิกายนิชิเร็น” “นิกายเมียวโฮ-เร็งเง-เคียว”หรือ “นิกายฮกเขะ ฮนมน”โดยขึ้นอยู่กับโอกาส
หลังจากพระนิชิเร็นดับขันธ์และพระนิคโค โชนินเป็นทายาทต่อจากท่าน  พระสงฆ์อาวุโสอีก 5รูป ลูกศิษย์ของพระนิชิเร็น เริ่มอ้างเชื้อสายจากสำนักเท็นได (เทียนไท้) พระนิคโค โชนินจึงใช้ชื่อ อาทิ “นิกายนิชิเร็น ฮกเขะ” เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างสำนักของท่านกับนิกายเท็นได ฮกเขะ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความจำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างคำสอนแห่งสำนักของท่านกับคำสอนของสำนักอื่นที่อ้างเชื้อสายจากพระนิชิเร็น พระนิคโค โชนินจึงเริ่มใช้ชื่อ “สำนักฟูจิ”(ฟูจิ มนริว) ซึ่งในที่สุด กลายเป็นชื่อนิกายอย่างเป็นทางการ
ในสมัยเมจิ สำนักหนึ่ง ที่ไม่มีเชื้อสายเริ่มใช้ชื่อ “นิกายนิชิเร็น”(นิชิเร็น ชู)  ดังนั้น ศาสนาของพวกเราจึงใช้ชื่อ “สำนักนิคโคแห่งนิกายนิชิเร็น”  แม้กระนั้น มีกลุ่มที่ต่อต้าน แม้แต่ภายในสำนักนิคโค ซึ่งในที่สุด แตกนิกายอีกในปี 1900 (ปีที่ 33 แห่งสมัยเมจิ) ชื่อศาสนาของพวกเรา ที่มีวัดใหญ่ไทเซคิจิ ณ ฟูจิ ณ เวลานี้จึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่งเป็น “สำนักฟูจิแห่งนิกายนิชิเร็น”
อย่างไรก็ตาม ชื่อนี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นนิกายสาขาของนิชิเร็น ชู และ ดังนั้น จึงถือว่าไม่เหมาะสมสำหรับนิกายซึ่งอ้างการสืบทอดมรดกแก่นธรรมะที่มีชีวิตของพระนิชิเร็น ไดโชนินอย่างถูกต้อง  ด้วยเหตุผลนั้น พระสังฆราชองค์ที่ 57 พระนิสโช โชนิน ในที่สุด เปลี่ยนชื่อนิกายเป็นนิชิเร็น โชชูในปี ค.ศ. 1912 (ปีที่ 1 แห่งสมัยไทโช)
ไม่คำนึงถึงชื่อนิกายในอดีต นิชิเร็น โชชูเป็นนิกายเดียวที่มีเชื้อสายที่ถูกต้องของพระนิชิเร็น ไดโชนิน ถูกตั้งอย่างเป็นความจริงเมื่อพระนิชิเร็นสถาปนาคำสอนของนิกายนี้ในปีค.ศ. 1253 (ปีที่ 5 แห่งสมัยเค็นโช)   วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน, พฤศจิกายน 2003 หน้า 21