ป้ายบอกทางความศรัทธา

จากวารสารเมียวเคียว มีนาคม 2014 (หน้า 8-9 และ 11-13)

 

ทำไมพวกเราต้องไปโทซังที่วัดใหญ่ไทเซคิจิ?

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์ “บุคคลและธรรมะ” ดังต่อไปนี้:

“ผู้ที่เดินทางมาสถานที่นี้เพื่อแสดงความเคารพจะกำจัดกรรมด้านลบซึ่งพวกเขาสะสมมาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นและเปลี่ยนบาปแห่ง 3 ทางของการกระทำ*เป็นคุณความดี 3 ประการ**ในทันที    

ครั้งหนึ่งมีนักเดินทางที่มีความทุกข์ได้เดินทางไปถึงทะเลสาบที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง***ซึ่งอยู่ในประเทศอินเดียตอนกลางโดยหวังว่าจะบรรเทาความกลุ้มใจ เขาพบว่าน้ำเย็นจากทะเลสาบที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งดับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสที่แผดเผาอยู่ในจิตใจเขา เขาร้องอุทานว่า “ราวกับว่าข้าพเจ้ามาถึงทะเลสาบที่เย็น ใส****ตามที่บรรยายในพระสูตร ความหวังของข้าพเจ้าเป็นจริงทุกประการ!”  ทะเลสาบที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและสถานที่นี้แตกต่างกัน แต่หลักการเหมือนกัน

ขณะนี้ภูเขาคิชฌกูฏในประเทศอินเดียคือภูเขามิโนบุในประเทศญี่ปุ่น ท่านมาเยือนที่นี่ครั้งสุดท้ายนานมาแล้ว  โปรดจัดการเรื่องส่วนตัวของท่านเพื่อที่ท่านสามารถเดินทางมาพบอาตมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  อาตมารอคอยพบท่านอีกครั้งหนึ่ง”

(ชินเพ็น หน้า 1569; บทธรรมนิพนธ์ของพระนิชิเร็น ไดโชนิน เล่ม 1 หน้า 83)

ปีที่แล้ว พวกเราสามารถฉลองพิธีใหญ่รำลึกถึงการเสร็จสมบูรณ์ของการบูรณะใหญ่หอมิเอโด(ประดิษฐานรูปแกะสลักเหมือนพระนิชิเร็น ไดโชนิน) โดยพื้นฐาน พวกเราสามารถเห็นถึงลักษณะของสิ่งก่อสร้างที่ถูกสร้างมาแล้ว 380 กว่าปี ขอให้พวกเราปลื้มปิติอย่างจริงใจต่อโชคลาภยิ่งใหญ่ของพวกเราที่พวกเรามีชีวิตในช่วงเวลานี้เมื่อพวกเราสามารถเห็นเหตุการณ์พิเศษเช่นนี้

อนึ่ง ทุกปีราวฤดูใบไม้ร่วง สำนักกิจการศาสนาจะวางแผนสำหรับปีถัดไป และจะนำเสนอชื่อของปีว่าจะเป็นปีอะไร ทุกปีจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ในเรื่องการปฏิบัติจะมีการกระทำ 3 ข้อ คือ “การสวดมนต์ทำวาระและสวดโชได ชะคุบุขุ และการโทซัง” อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการกระทำ 3 ข้อนี้เป็นพื้นฐานต่อการปฏิบัติของพวกเรา ดังนั้น พวกเรากำลังแนะนำสมาชิกใหม่ให้ไปโทซังเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และสำหรับสมาชิกในเขตฮกเคโกะไปโทซังเป็นหมู่คณะ

อย่างไรก็ตาม ภายในนิชิเร็น โชชู ผู้นับถือจำนวนมากยังไม่เข้าใจความหมายของการไปโทซังที่วัดใหญ่ไทเซคิจิอย่างถ่องแท้ ถ้าสมาชิกเข้าใจความหมายของการสร้างเหตุนี้ เมื่อนั้น ในทุกโอกาส พวกเขาจะอธิษฐานเพื่อให้สามารถไปโทซัง การไม่มีความเข้าใจเช่นนั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาปฏิบัติมาแล้วเป็นเวลาหลายปี พวกเขาจะมีความยากลำบากในการไปโทซัง พวกเราไม่ได้ไปวัดไทเซคิจิเพื่อความอยากรู้อยากเห็นหรือเพื่อความสนุกสนาน ยกตัวอย่าง การไปทัศนาจรเหมือนนิกายอื่นหลายนิกายทำกัน

ในสมัยที่พระนิชิเร็น ไดโชนินมีชีวิต อบุตสึโบ นันโจ โทคิมิตสึ ชิโจ คิงโงะ โทคิ โจนิน และนิชิเมียว โชนินเดินทางไกล เสี่ยงชีวิตของพวกเขาไปโทซังเพื่อพบพระนิชิเร็น ไดโชนิน ด้วยวิธีการนี้ พวกเราต้องยืนหยัดจิตใจใฝ่แสวงหา หาเวลาและรวบรวมเงินทุนเพื่อที่จะสามารถไปโทซังที่วัดใหญ่ไทเซคิจิให้ได้  ในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายตอบชิโจ คิงโงะ” พระนิชิเร็น ไดโชนินสอน:

“เนื่องจากท่านมาพบอาตมาบ่อย ปีแล้วปีเล่า ภายในชาตินี้ท่านจะชดใช้กรรมซึ่งท่านสะสมมาตั้งแต่เวลาที่ไม่มีจุดเริ่มต้นหมดอย่างแน่นอน  ท่านต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถด้านความศรัทธาให้มากกว่าก่อน” (ชินเพ็น หน้า 1502) 

เช่นกัน พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนในบทธรรมนิพนธ์หลักในคำเทศนานี้:

“ผู้ที่เดินทางมาสถานที่นี้เพื่อแสดงความเคารพจะขจัดกรรมด้านลบซึ่งพวกเขาสะสมมาตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้นและเปลี่ยนบาปแห่ง 3 ทางของการกระทำเป็นคุณความดี 3 ประการในทันที”

(ชินเพ็น หน้า 1569; อ้างแล้ว)    

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนว่าโดยการไปโทซังบ่อยๆ พวกเราสามารถชดใช้กรรมมากมาย ซึ่งพวกเราสะสมในชีวิตของพวกเราตั้งแต่เวลาที่ไม่มีจุดเริ่มต้น ภายในชาตินี้และสะสมโชคลาภมากมาย อย่างแน่นอน  พวกเราสามารถเปลี่ยนกรรมด้านลบทั้งหมดจากอดีตชาติและชาติปัจจุบันของพวกเรา (ซึ่งสร้างโดยความคิด คำพูด และการกระทำของพวกเรา) เป็นคุณความดี 3 ประการแห่งธรรมกาย ปัญญาและความหลุดพ้น คุณความดี 3 ประการหมายถึงชีวิตบริสุทธิ์ของพระพุทธะหรือธรรมกาย (ฮสชิน) ปัญญาของพระพุทธะ (ฮันเนียะ) ซึ่งสามารถแยกถูกออกจากผิด และสภาพหลุดพ้นของพระพุทธะ(เกะดัตสึ) การเป็นอิสระจากความยากลำบากหรือความทุกข์

สามารถกล่าวได้ว่าการกระทำแห่งการไปโทซังที่วัดใหญ่ไทเซคิจิ ในอันดับแรกทำให้พวกเราสามารถบรรลุการรู้แจ้ง เนื่องจากการไปโทซังทำให้พวกเราชดใช้กรรมทั้งหมดจากอดีตที่ไม่มีจุด เริ่มต้นในชาตินี้และเปลี่ยนความชั่วทั้งหมดซึ่งเกิดจาก 3 ทางของการกระทำเป็นคุณความดี 3 ประการของพระพุทธะ  เนื่องจากคนๆหนึ่งได้รับการฝึกฝนศาสนาพุทธนี้เพื่อที่จะบรรลุการรู้แจ้ง, พระนิชิเร็น ไดโชนินจึงแนะนำชิโจ คิงโงะให้มาโทซังอีกในอนาคตโดยการสอนว่า: “ท่านต้องทุ่มเทความพยายามสุดความสามารถด้านความศรัทธาให้มากกว่าก่อน”

พระนิชิเร็นไดโชนินบอกนิชิเมียวโชนินในบทธรรมนิพนธ์ “จดหมายถึงแม่ของโอโตะ” (โอโตะโกเซ็น ฮะฮะ โกโช): “ยิ่งระยะทางไกล ยิ่งแสดงถึงความตั้งใจของคนๆหนึ่ง” (ชินเพ็น หน้า 689)  เมื่อผู้คนก้าวเท้า ใช้เวลา และรวบรวมสินทรัพย์สำหรับเดินทางไปโทซังเพื่อที่จะแสวงหาการรู้แจ้งที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนทางศาสนาพุทธของพวกเขา พระนิชิเร็น ไดโชนินจะสรรเสริญพวกเขา  ความปรารถนาแรงกล้าเพื่อบรรลุการรู้แจ้งถูกสะท้อนออกมาจากระยะทางในการเดินทาง

เหมือนผู้บุกเบิกในสมัยที่พระนิชิเร็น ไดโชนินมีชีวิต ที่เสี่ยงชีวิตของพวกเขาไปโทซังเพื่อพบท่าน พวกเราต้องสักการะได-โกฮนซนแห่งมหาวิหาร (ชีวิตจริงของพระนิชิเร็น ไดโชนินพระพุทธะแท้)  และเพื่อการชดใช้กรรมด้านลบและการอธิษฐานเพื่อบรรลุการรู้แจ้งในชาตินี้พวกเราต้องพยายามไปโทซังหลายครั้งเท่าที่เป็นไปได้  พวกเราไปโทซังบ่อยเพื่อที่จะตอบแทนหนี้บุญคุณมากมายต่อพระพุทธะแท้สำหรับความเมตตาลึกซึ้งของพระองค์ที่มีต่อมวลมนุษย์  ใน “มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์”(ไดชิโดะ-รน) กล่าวเกี่ยวกับความเมตตาไพศาลของพระพุทธะดังต่อไปนี้:

“ถ้ามวลมนุษย์ไม่สามารถได้ยินธรรมะ ชีวิตของพวกเขาจะตกสู่ความชั่วและความทุกข์ต่างๆ คล้ายกับบัวในสระน้ำที่ไม่สามารถออกดอกถ้าไม่ได้รับแสงอาทิตย์  พระพุทธะก็เหมือนกัน  พระพุทธะสอนธรรมะเนื่องมาจากความเมตตาไพศาลที่พระองค์มีต่อมวลมนุษย์” (สาระสำคัญ)

ถ้ามวลมนุษย์ไม่สามารถได้ยินธรรมะเนื่องจากพวกเขาไม่คู่ควรกับพระพุทธะ เนื่องมาจากกรรมและกิเลสของพวกเขาจากอดีตชาติ พวกเขาจะตกสู่หนทางชั่วและดังนั้น ทนทุกข์  เช่นนี้คล้ายกับดอกบัวที่ไม่สามารถรับแสงอาทิตย์ มันจะไม่ออกดอกและเน่าในน้ำ พระพุทธะมีความเมตตาไพศาลต่อมวลมนุษย์  พระองค์สอนธรรมะด้วยความเมตตาลึกซึ้ง ไม่สามารถวัดได้

พวกเราที่มีชีวิตในสมัยปัจฉิมธรรมขาดโชคลาภแห่งการไม่เคยได้รับเมล็ดพุทธภาวะ  ดังนั้น พวกเราถูกกิเลสและกรรมของพวกเราเองกระหน่ำในสมัยชั่วร้ายนี้ซึ่งสกปรกด้วยมลทิน 5 ประการ (มลทินแห่งสมัย กิเลส ผู้คน ความคิดเห็น และชีวิต)  เหมือนต้นไม้ที่มีดอกสวยเด่นในน้ำที่ไม่สามารถออกดอกหรือออกผลหรือเมล็ดแต่กลับเน่า มนุษย์ที่ยอมทนกับการต่อสู้ดิ้นรนและความทุกข์มากตลอดชีวิตและต่อมาตาย

พระนิชิเร็น ไดโชนินสอนพวกเราในบทธรรมนิพนธ์ “การตอบแทนหนี้บุญคุณ” :

“เนื่องจากความเมตตาของพระนิชิเร็นไพศาล นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวจะเผยแผ่เป็นเวลา 10,000 ปีและต่อไปในอนาคต นัม-เมียวโฮ-เร็งเง-เคียวมีพลังกุศลผลบุญในการเปิดดวงตาที่บอดของทุกคนในประเทศญี่ปุ่น และปิดทางสู่นรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด” (ชินเพ็น หน้า 1036)

 พวกเราสามารถพบศาสนาพุทธของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (พระพุทธะแท้) และสามารถเชื่อและปฏิบัติต่อได-โกฮนซน ซึ่งมีโชคลาภอย่างสมบูรณ์  ดังนั้น พวกเราสามารถหลีกเลี่ยงทางสู่นรกแห่งความทรมานไม่สิ้นสุด พวกเรามีชีวิตที่มีความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจและความพอใจแท้จริงซึ่งพวกเราสามารถชดใช้กรรมด้านลบของพวกเราและบรรลุการรู้แจ้งในรูปกายปัจจุบันของพวกเรา

ใน “การปฏิบัติของนิกายนี้” พระสังฆราชองค์ที่ 26 พระนิชิคัน โชนินอธิบายอย่างกระจ่างความเมตตาไพศาลของพระพุทธะแท้ที่มาเกิดในสมัยปัจฉิมธรรม

“ถึงแม้ว่ากระดูกของคนๆหนึ่งหักในเมืองคันธวตี[โคโจ] และเนื้อหนังของเขาถูกโยนทิ้ง ในภูเขาหิมาลัย (เซ็ตสึเรอิ) การกระทำนี้ยังไม่ได้ตอบแทนหนี้บุญคุณของคนๆนั้น”

(นิพนธ์ 6 เล่ม[รคคัน-โช] หน้า 197)

คันธวตี (เมืองกลิ่นหอม) คือที่ซึ่งพระธรรมโมทกถาโพธิสัตว์ (Dharmodgata) อาศัยอยู่  พระสทาประรูทิตย์โพธิสัตว์เลาะกระดูกของเขาออกเป็นการถวายเพื่อแลกกับการรับคำสอนจากพระธรรมโมทกถาโพธิสัตว์ พระสูตรบรรยายว่าเขาอุทิศตัวในการแสวงหาปัญญาสมบูรณ์และไม่สนใจเกี่ยวกับชื่อ เสียงทางโลกและความร่ำรวย เขาถูกเรียกว่าพระสทาประรูทิตย์โพธิสัตว์เนื่องจากเขาร้องไห้เมื่อเขาไม่พบอาจารย์ที่สอนคำสอนสมบูรณ์เช่นนั้น

หิมาลัยกุมาร[พระศากยมุนีพุทธะในอดีตชาติ] ที่อาศัยอยู่โดดเดี่ยวในส่วนลึกของภูเขาหิมาลัย แสวงหาธรรมะในศาสนาพุทธ เขามอบชีวิตของเขาแก่ปีศาจเพื่อแลกกับการได้ยินคำสอนแท้ แต่พระนิชิคัน โชนินสอนว่าแม้แต่การกระทำที่ไม่เห็นแก่ตัวเช่นนั้นไม่สามารถตอบแทนหนี้บุญคุณมากมายต่อโกฮนซนและพระนิชิเร็น ไดโชนิน

ด้วยการมาเกิดของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (พระพุทธะแท้) ในสมัยปัจฉิมธรรมและด้วยการที่ท่านก่อตั้งมหาธรรมเร้นลับ 3 ประการและการเปิดเผยโกฮนซน มวลมนุษย์ในสมัยปัจฉิมธรรมจึงสามารถบรรลุการรู้แจ้ง  นอกจากนี้ แทนที่จะอธิษฐานเพื่อการชดใช้กรรมด้านลบของพวกเราและบรรลุการรู้แจ้งเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคือแสดงความสำนึกในบุญคุณต่อความเมตตาไพศาลของพระนิชิเร็น ไดโชนิน (พระพุทธะแท้) และได-โกฮนซน ความศรัทธาและการปฏิบัติเช่นนี้จะตอบแทนหนี้บุญคุณของพวกเราและทำให้พวกเราสะสมโชคลาภยิ่งใหญ่

วารสารนิชิเร็น โชชูรายเดือน, กันยายน 2014 หน้า 17-19

ข้อความอธิบายเพิ่มเติม

* การกระทำทางใจ วาจาและกาย นั่นคือความคิด คำพูดและการกระทำ แต่เดิมคำว่า “กรรม”(ภาษาสันสกฤต) หมายถึงการกระทำ ทุกการกระทำทั้งดีและชั่ว ประทับอิทธิพลซ่อนเร้นลงไปในชีวิตของแต่ละคน

** ธรรมกาย ปัญญาและความหลุดพ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พระพุทธะมี ธรรมกายคือความจริงที่พระพุทธะเข้าใจหรือตัวตนแท้จริงของชีวิต ปัญญาคือความสามารถเพื่อเข้าใจความจริงนี้ ความหลุดพ้นคือสภาพของการเป็นอิสระจากความทุกข์แห่งการเกิดและความตาย

*** กล่าวกันว่าน้ำในสระใสและเย็นยะเยือกสามารถขจัดความทุกข์ทั้งหมดและสนองความต้องการทั้งหมด (ภาษาสันสกฤต:อนวตัปตะ Anavatapta)

**** จากบท “พระไภสัชยราชโพธิสัตว์” (ยกุโอ โบซัตสึ) ของสัทธรรมปุณฑริกสูตร กล่าวกันว่าน้ำจากทะเลสาบนี้เย็นใสสามารถขจัดความต้องการที่เป็นทุกข์เร่าร้อนทั้งหมด บทนี้บรรยายพลังมหาศาลของสัทธรรมปุณฑริกสูตร

 

 

 

  Tim Horton Womens Jersey